รีวิวซีรีส์เกาหลี Hospital Playlist – เพลย์ลิสต์ชุดกาวน์ แนวการแพทย์

Hospital Playlist

รีวิว Hospital Playlist – เพลย์ลิสต์ชุดกาวน์ มีซีรีส์เกาหลีหลายเรื่องที่ทำออกมาเป็นแนวการแพทย์ และโด่งดังจนแฟนซีรีส์ติดหนึบ เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่นำเสนอเรื่องราวทางการแพทย์ ที่มาออกอากาศได้ถูกช่วงถูกเวลาพอดีแถมยังแตกต่างจากซีรีส์แนวการแพทย์เรื่องอื่น ๆ กับเรื่องราวที่แทบจะเป็นเรียลลิตี้แบบหมอ ๆ ผลงานของ ชินวอนโฮ ผู้กำกับซีรีส์ตระกูล reply และ ซีรีส์ดาร์กคอมเมดี้ นักโทษในเรือนจำ prison playbook ที่โดนใจคอซีรีส์กันมาแล้ว

เรื่องย่อ

เรื่องราวความสัมพันธ์ของแพทย์ทั้ง 5 คน ในโรงพยาบาลยุลเจ ที่จบมาจากมหาวิทยาลัยด้านการแพทย์ที่เดียวกันในปี 1999 พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทกันมา 20 ปี และใช้ทุกเวลานาทีในการอุทิศตนเพื่อคนไข้ในโรงพยาบาลจนพัฒนาความสามารถทางการรักษาจนขึ้นมาถึงระดับอาจารย์หมอ ซีรีส์จะสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ในแต่ละวัน รวมถึงชีวิตของผู้ป่วยในโรงพยาบาล ที่จะบอกกับเราว่า 24 ชั่วโมงของหมอ มีค่าเท่ากับหลายชีวิต

 

ถ้าจะถามหาซีรีส์อบอุ่นหัวใจที่สุดในครึ่งแรกของปี 2020 เชื่อว่าคอซีรีส์หลายคนน่าจะเทคะแนนความพึงพอใจให้กับ Hospital Playlist ซีรีส์การแพทย์ที่เล่าเรื่องชีวิตทั้งในและนอกโรงพยาบาลของทีมแพทย์วัยเลข 4 ต้นๆ แห่งโรงพยาบาลยุลเจ

ผลงานของ ชินวอนโฮ ผู้กำกับมือทองของวงการซีรีส์เกาหลี และยังเรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ที่ได้รับความสนใจตั้งแต่เริ่มต้นโปรเจกต์ ประกาศรายชื่อนักแสดง และสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ของวงการด้วยการปรับเปลี่ยนรูปแบบการออกอากาศ คือออกอากาศสัปดาห์ละ 1 ตอน ตอนละประมาณ 90 นาที

และดำเนินเรื่องต่อเนื่องไปเป็นซีซั่น ซึ่งรูปแบบนี้คงถูกอกถูกใจคอซีรีส์ที่อยากรับชมเรื่องราวต่อเนื่องกันไปยาวๆ แต่นั่นก็ต้องแลกมากับความสนุก ครบรส และความน่าติดตามที่มากพอให้ผู้ชมคุ้มค่ากับการรอคอยซีรีส์เรื่องนั้นๆ

ซึ่งความท้าทายครั้งใหม่ของ ผู้กำกับชินวอนโฮ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเขาน่าจะพลิกโฉมวงการซีรีส์เกาหลีได้จริงๆ การันตีจากผลงานเรื่อง Hospital Playlist ที่ทำเอาคอซีรีส์หน้าเก่าอย่างเราๆ รอคอยวันพฤหัสบดีช่วง 3 ทุ่มครึ่งอย่างใจจดใจจ่อ

แถมยังได้พาคอซีรีส์หน้าใหม่เข้าสู่วงการอีกด้วย ทั้งหมดก็เป็นเพราะความครบรสและองค์ประกอบทุกส่วนที่ถูกจัดวางอย่างลงตัว ส่งให้ Hospital Playlist เป็นเหมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่งที่เราเองยกให้เป็นซีรีส์ที่ 1 ในใจไปเรียบร้อยแล้ว

เนื้อเรื่อง

บอกเล่าเรื่องราวของนักเรียนแพทย์ 5 คน ที่เข้าเรียนในโรงเรียนแพทย์พร้อมกัน สนใจใน 2 สิ่งเหมือน ๆ กัน นั่นก็คือ Hospital = โรงพยาบาล และ Playlist = ดนตรี เรื่องราวดำเนินไปจนนักเรียนแพทย์ทั้ง 5 คน จบจากรั้วมหาวิทยาลัย มุ่งสู่ความเชี่ยวชาญในสายที่ตนเองสนใจ

จนกระทั่ง เพื่อนรักทั้ง 5 คน โคจรมาพบกันอีกครั้งที่โรงพยาบาลยุลเจ ในฐานะอาจารย์หมอวัย 40 ผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางแตกต่างกันไป และการโคจรกลับมาเจอกันอีกครั้งแบบนี้ทำให้เพื่อนรักทั้ง 5 คน ได้กลับมาทำอีกสิ่งหนึ่งที่รักไม่แพ้งานในโรงพยาบาล นั่นก็คือ การเล่นดนตรี ทำให้ในทุก ๆ ตอนของ ซีรีส์ เราจะได้ฟังเพลงเพราะ ๆ จากเพื่อนรักทั้ง 5 คนนี้ด้วย

และทุก ๆ ตอนใน เรื่องจะเต็มไปด้วยเรื่องราวหลากหลายอารมณ์ที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล แม้ว่าเคสของคนไข้ที่ซีรี่ย์ถ่ายทอดออกมาจะมีทั้งรักษาได้สำเร็จและล้มเหลว แต่ด้วยความพยายามอย่างเต็มที่ของทีมแพทย์ตลอดกระบวนการรักษาที่ดูแลทั้งร่างกายและจิตใจ

ทำให้คนดูสามารถสัมผัสถึงความอบอุ่นหัวใจได้เสมอ โดยเฉพาะการดูแลทางด้านจิตใจซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดขายที่ทำให้แตกต่างจากซีรี่ย์แพทย์เรื่องอื่น ๆ และในซีรี่ย์เองก็แสดงให้เราเห็นหลายครั้งว่าผลการรักษาที่น่าพึงพอใจนั้น ส่วนหนึ่งมาจากความพร้อมด้านจิตใจของคนไข้ด้วยเช่นกัน

พล๊อตของเรื่อง

ต้องปรบมือให้กับคนเขียนบทรัว ๆ ที่จับพล็อตเรื่องง่าย ๆ มาเล่นได้อย่างน่าติดตาม ด้วยการขยายพล็อตสั้น ๆ แตกประเด็นออกไปมากมายจนมองเผิน ๆ คล้ายเรียลลิตี้ ตามติดชีวิตหมอ แต่เป็นการตามติดที่น่าสนใจในทุกช็อตของการนำเสนอ

โดยการเผยให้เห็นเรื่องราวของหมอในมุมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นชีวิตส่วนตัว ที่หมอก็คือปุถุชนธรรมดาที่ยังต้องการความสุข ความบันเทิง มีอารมณ์เศร้าเหงาทุกข์เหมือน ๆ กับคนในสาขาอาชีพอื่น ๆ แต่แตกต่างที่การทำงานของหมอ

หลายครั้งความสบายดีของคนไข้มักจะมาก่อนความสุขส่วนตัวของหมออยู่เสมอ อย่างที่เราเห็นกันได้ชัด ๆ ในโลกของความเป็นจริงจากสถานการณ์ covid-19 ซีรีส์เรื่องนี้จึงอยู่ในขั้น “กินใจ” จนสามารถนำเราเข้าไปสัมผัสกับความรู้สึก “เต็มตื้น” ได้ง่าย ๆ จากการเสนอแง่มุมที่แปลกออกไปจากซีรีส์การแพทย์เรื่องอื่น ๆ เป็นแง่มุมที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง ในชีวิตจริง ๆ ของบุคลากรในโรงพยาบาลทุกคน

บทมีการตัดสลับไปมาระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ตั้งแต่ทั้ง 5 คนยังเป็นนักเรียนแพทย์ ความตั้งใจในการมาเป็นหมอ การมีชีวิตส่วนตัวที่แสนธรรมดาและสื่อให้เห็นว่า ทั้ง 5 คนมาเป็นเพื่อนสนิทกันได้ยังไง อะไรทำให้พวกเขาเข้ากันดีจนเป็นเพื่อนรักที่กลมเกลียวได้ขนาดนี้

และหน้าที่ของอาจารย์หมอในปัจจุบัน ที่ต้องคอยส่งต่อความรู้ ชี้แนะแนวทางและเป็นตัวอย่างที่ดีให้นักเรียนแพทย์รุ่นต่อไป รวมไปถึงการขาดแคลนบุคลากร จึงเกิดเป็นศึกชิงน้องเอ็กซ์เทิร์นที่ใช้อาวุธเป็นอุดมการณ์และความฝัน

ที่ต้องบอกว่าเป็นการเดินเรื่องดูหนังออนไลน์ที่กลมกลืน ตัวละครเยอะเรื่องราวก็แยะตามไปด้วยแต่ไม่ได้ทำให้สับสน ในทางกลับกันกลายเป็นน่าสนใจและน่าติดตามไปซะอีก

การสื่อสารของเรื่อง

การสื่อสารของซีรีส์เรื่องนี้ต้องเรียกว่า เป็นการสื่อสารอย่างมีชีวิตได้จริง ๆ พยายามหาคำจำกัดความกับความรู้สึกนี้อยู่สักพักเลยละค่ะ แต่ก็ได้คำที่เหมาะสมอยู่คำเดียวคือคำว่า “มันคือชีวิต” ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ใช่ซีรีส์ที่ ตื่นเต้นลุ้นระทึกกับการช่วยชีวิตเหมือนเรื่องอื่น ๆ ไม่ได้มีการผ่าตัดเคสหนัก ๆ ให้ต้องเครียดและเป็นดราม่าบีบจิต

หรือ มีการแก่งแย่งชิงดีในตำแหน่งหน้าที่การงาน มีกลโกงหรือซ่อมปมอะไรให้ค้นหาหรือขบคิด แต่มันคือซีรีส์ชีวิตของหมอที่เปรียบเสมือนช่างซ่อม ที่มีลมหายใจของคนไข้และความรู้สึกของญาติ ๆ เป็นเดิมพัน ซีรีส์เลือกที่จะสื่อสารผ่านความรู้สึกต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละเคสของหมอ 5 คน

โดยใช้บทพูด อารมณ์ของนักแสดงและมุมกล้องเป็นสัญลักษณ์สื่อความรู้สึก บางเคสเราเสียน้ำตา แต่บางเคสก็ทำให้เราดีใจไปกับเขาด้วย ทั้ง ๆ ที่เรื่องราวที่นำเสนอเป็นเรื่องที่เราอาจ รู้อยู่แล้ว แต่ก็ยังทำให้เรารู้สึกทึ่งและเหนื่อยแทนในอาชีพของหมอได้อยู่ดี

เรื่องราวของคุณหมอ

มีการกระจายความสำคัญอย่างเท่าเทียมชนิดที่ว่าเราจะหาพระเอก-นางเอกจากเรื่องนี้แทบไม่เจอ ทุกคนมีความสำคัญเท่าเทียมกันหมด มีเรื่องราวของตัวเองให้น่าติดตาม ดราม่าบ้าง ยิ้ม หัวเราะบ้าง เหมือนกับชีวิตของหมอแต่ละแผนกที่มีความสำคัญและเรื่องราวในชีวิตแตกต่างกันไป

ตัวบทมีความเรียลที่เว็บดูหนังดูเหมือนจะเรียบง่าย แต่ในแต่ละบทแต่ละฉากสามารถทำให้คนดูกลายเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวต่าง ๆ ได้หน้าตาเฉย แม้กระทั่งความป่วยไข้ของแต่ละเคส ความเสียสละของผู้บริจาคอวัยวะและความรู้สึกของผู้ได้รับบริจาค ที่เจอซีนนี้เข้าไปมันคือความซาบซึ้งอย่างอธิบายไม่ถูก

แล้วไม่ใช่จะมีแต่เรื่องราวของนักแสดงนำ 5 คนนี้เท่านั้นนะ ละครยังกระจายความสำคัญไปที่นักแสดงสมทบ เพิ่มเนื้อหาให้น่าสนใจมากขึ้นไปอีกในแบบเรียล ๆ เรียบ ๆ นี่แหละ แต่สามารถเรียกความสุข ความขบขันจนไม่มีทางที่เราจะไม่หัวเราะไปกับพวกเขา

พาร์ทความรัก

ในเมื่อซีรีส์เรื่องนี้คือซีรีส์ทางการแพทย์ ก็แน่นอนว่าเราจะได้เห็นความรักในอาชีพมาเป็นอันดับ 1 เราจะได้เห็นการใส่ใจในอาชีพของตัวเองอย่างเอาหัวใจทุ่มลงไปทั้งใจ ไม่รักทำไม่ได้หรอกค่ะอาชีพนี้ เอาจริง ๆ หมอแก๊งนี้เขามีงานอดิเรกที่แต่ละคนชอบแตกต่างกันไป

และทั้ง 5 คน ยังฟอร์มวงดนตรีเพื่อเล่นด้วยกันเองมาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่ไม่เคยมีใครได้ใช้เวลาส่วนตัวอย่างเต็มที่ได้นานเลยสักคนเดียว หรือ แม้กระทั่งขณะที่กำลังซ้อมดนตรีกันอยู่ สมาชิกของวงก็อาจจะขาดไปสักคนสองคนได้ในทันที หากมีเคสฉุกเฉินหรือเคสที่กำลังรับผิดชอบมีปัญหา

สีสันในด้านความรักอื่น ๆ ที่ซีรีส์สอดแทรกเข้ามาก็คือความรักต่อเพื่อนร่วมก๊วน ที่เนื้อหาต่าง ๆ ในซีรีส์จะบอกเราได้ว่าทั้ง 5 คนคือเพื่อนแท้ที่มีหัวใจเดียวกันและให้ความสำคัญกับมิตรภาพของคำว่าเพื่อนมาก่อนสิ่งอื่น

รวมไปถึงความรักต่อเพื่อนมนุษย์ ที่ทุกตัวละครในโรงพยาบาลให้ความใส่ใจต่อความรู้สึกของคนไข้เป็นสำคัญ บอกแบบนี้ไม่ใช่ว่าบทจะไปในทางพินอบพิเทากับคนไข้นะคะ แต่บทอิงความเป็นจริงที่หมอ พยาบาล สามารถพูดกับคนไข้ได้หรือไม่ได้ “เราพยายามอย่างเต็มที่”

นี่คือสิ่งที่หมอพูดได้และสมควรที่สุด มีความเป็นเหตุเป็นผล มีที่มาที่ไปจนทำให้เชื่อได้ว่า นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง มีปัญหาของคนไข้ที่น่าปวดหัว บางเคสน่าขัน บางเคสเศร้าจนเราเผลอมีอารมณ์ร่วม ufabet

รีวิวซีรีส์แนว E-sport Cross Fire เกมส์เดือดทะยานฝัน จากเกมชื่อดังสู่ซีรีส์

Cross Fire

Cross Fire หลังจากที่ซีรีส์แนว E-sport อย่างเรื่อง เทพยุทธ์เซียนกลอรี่ โด่งดังถล่มทลาย ทำให้หลายๆ คนที่แม้ไม่ใช่สายเกมก็ยังเข้าถึงและทำให้กีฬา E-Sport เป็นที่รู้จักขยายวงกว้าง หลังจากนั้นหลายๆ คนก็คงกำลังรอซีรีส์แนวๆ เกมกันอยู่ใช่มั้ย และแล้วก็ถึงเวลาของ เกมเดือดทะยานฝัน จาก เกมชื่อดังสู่ซีรีส์ ที่เข้มข้น ที่สร้างได้ไม่แพ้ตัวเกมจริงๆ ขอบอกเลยว่าฉากในเกมสวยมากจริงๆ และยังได้สองนักแสดงชื่อดัง ลู่หาน และ อู๋เหล่ย มาแสดงนำ ยิ่งทำให้เนื้อเรื่องน่าติดตาม

เรื่องย่อ

ลู่เสี่ยวเป่ย พลาดโอกาสสำคัญในการเข้าสู่เส้นทางเกมเมอร์มืออาชีพไปอย่างน่าเสียดาย ในขณะที่เขากำลังคร่ำครวญกับการสูญเสียครั้งนี้ เขามีโอกาสได้ประลองฝีมือกับผู้เล่นฝีมือฉกาจ ID: SEVEN (เซียวเฟิง) หลังจากพวกเขาได้ปะทะกันจู่ ๆ

ก็มีเหตุการณ์แปลกประหลาดเกิดขึ้น พวกเขาได้พูดคุยกันและพบว่าทั้งสองมาจากห้วงเวลาที่แตกต่างกันนานถึง 11 ปี พวกเขามีโอกาสได้พูดคุยกันบ่อยครั้งและทั้งคู่ต่างก็ไล่ตามความฝันในสิ่งเดียวกันทำให้เข้าอกเข้าใจกันเป็นอย่างดีเพราะเส้นทางกีฬา E-Sport นี้ไม่ง่ายเลย ลู่เสี่ยวเป่ย ขอร้องให้เซียวเฟิงช่วยเขาแก้ไขอดีตที่ผิดพลาดบางอย่าง เซียวเฟิงจะทำสำเร็จหรือไม่ และพวกเขาจะคว้าเป็นแชมป์ได้อย่างไร

 

หลังจากได้ชม Cross Fire ตอนที่ 18 ก็รู้สึกประทับใจตอนนี้เอามาก ๆ ไม่เพียงแต่เรียกน้ำตาแต่มันยังเรียกเสียงหัวเราะอีกด้วย นอกจากนี้ยังแฝงไปด้วยมิตรภาพของตัวละคร เลยอยากจะนำรีวิวมาฝากให้ผู้อ่านได้อ่านกัน

ขอเท้าความก่อนว่าซีรีส์เรื่องนี้ออกอากาศในวันที่ 20 กรกฏาคม ที่ผ่านมาทาง App WeTV ซึ่งสร้างจากเกมส์ชื่อดัง CrossFire เกมแนวยิง FPS ที่ปล่อยออกมาครั้งแรกในวันที่ 3 พฤษภาคม 2007 สำหรับแพลตฟอร์ม Windows PC ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย SmileGate

และจัดจำหน่ายให้บริการโดย Tencent Games ยักษ์ใหญ่ด้านไอทีและแพลตฟอร์มออนไลน์แห่งประเทศจีน ด้วยความนิยมที่ต่อเนื่องในโซนเอเซียทำให้ Tencent ดำเนินการสร้าง ซีรีส์ เกมส์เดือดทะยานฝัน ออกมาเอาใจแฟน ๆ เกมส์และคอซีรีส์แนวอีสปอร์ตโดยเฉพาะ

เนื้อเรื่อง

เปิดตัวด้วยฉากต่อสู้ในเกมที่ยิงกันอย่างเมามัน แต่ ลู่เสียวเป่ย หรือ User ในเกมคือ NORTH (ทีม B) ถึงแม้จะเอาชนะ KING จากทีม A ได้ แต่ก็ถูกอำนาจมืดยัดข้อหาว่าเขาโกงการแข่ง ทำให้ไม่ได้เซ็นสัญญากับกราวิตี้ แต่เสียวเป่ยที่ถึงจะพิการจนต้องนั่งรถเข็นแต่เขาก็มีความฝันอยากเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตให้ได้

ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่ง เซียวเฟิง หัวหน้าทีมอีสปอร์ต (ปี 2008) ก็ประสบปัญหาลูกทีมของเขาไม่อยากแข่ง ไม่อยากเล่นเกมนี้แล้ว เพราะไม่ว่าจะแข่งเท่าไหร่ก็ไม่ประสบความสำเร็จสักที แถมพอกลับห้องก็ยังโดนทวงค่าเช่า ทำให้เขาหมดอาลัยตายอยากเป็นอย่างมาก

ที่เวลาเดียวกัน หลังจากที่เสียวเป่ยไม่ได้เซ็นสัญญากับกราวิตี้และไม่มีค่ายไหนยอมเซ็นสัญญากับเขา ระหว่างที่เสียใจและคอมของเขาถูกพ่อยึดไป ทำให้เสียวเป่ยใช้คอมของพี่เพื่อเข้าหนังใหม่เต็มเรื่อง และเล่นเกม CrossFire และขณะนั้นเซียวเฟิงก็เข้าเกม จังหวะนั้นเกิดไฟกระพริบ และทั้งคู่เข้ามาอยู่ในเกมเดียวกัน! ทั้งคู่สู้กัน!

ซึ่งฝีมือสูสีกันสุดๆ และระหว่างที่ปะทะกันนั้น ก็เกิดจอดำที่ทั้งคู่คิดว่าเป็นบัค แต่หลังจากที่ได้พูดคุยกัน ก็ทำให้พวกเขารู้ว่าอีกคนอยู่ที่โลกอนาคต (ปี 2019) ส่วนอีกคนอยู่ในโลกอดีต! (ปี 2008) เรื่องราวของพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป

นักแสดง

ลู่หาน รับบทเป็น เซียวเฟิง

หัวหน้าทีมพ่วงด้วยตำแหน่งมือสไนเปอร์สุดแม่นของทีม One Coin ในยุคของพวกเขานั้นการแข่งขัน อีสปอร์ตยังไม่เฟื่องฟูนักจึงมักจะโดนดูถูกให้เจ็บช้ำน้ำใจอยู่ร่ำไป เขาฝ่าฟันอุปสรรคนานับการเพื่อรักษาทีมที่จิตวิญญาณความเป็นทีมกำลังจะสูญเสียไป เขามุ่งมั่นที่จะพาทีมคว้าแชมป์ให้ได้และต้องการให้กีฬา E-Sport กลายเป็นที่รู้จักของทุกคน

อู๋เหล่ย รับบทเป็น ลู่เสียวเป่ย

เกมเมอร์ Cross Fire ที่ต้องการฟอร์มทีมใหม่เพื่อเข้าแข่งขันลีคในประเทศอีกครั้งหลังจากเขาต้องผิดหวังในการแข่งขันเข้าทีมมืออาชีพ เขาใช้ชีวิตบนรถเข็นมาตั้งแต่เด็กเนื่องจากประสบอุบัติเหตุในวัยเด็ก อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้เขาต้องสูญเสียพี่ชายที่เคารพรักและจมอยู่กับอดีตที่แสนเจ็บปวดมาตลอด 10 กว่าปี

ความสัมพันธ์ของตัวละคร

ประทับใจในความสัมพันธ์ของตัวละครมาก ๆ พวกเขาเผชิญหน้ากับปัญหาต่าง ๆ อย่างกล้าหาญถึงแม้จะเจ็บปวดจะผิดหวังขอแค่มีทีมอยู่ก็กล้าจะไล่ตามฝันและทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ก่อนอื่นหนังออนไลน์ ขอชมอู๋เหล่ยก่อนเลยเรื่องนี้เล่นดีมาก การใช้ชีวิตบนรถเข็นมันไม่ง่ายเลยแต่เขาก็ใช้มันได้คล่องแคล่วมาก

ซีนอารมณ์

ในซีนอารมณ์ก็เล่นดีมากร้องไห้จนตัวสั่น และมีหนึ่งฉากที่ประทับใจในฝีมือการแสดงของเขามากนั่นคือฉากที่เขาหัดเดิน ทำกายภาพบำบัดคือสมจริงมาก ๆ ถึงแม้ว่าอู๋เหล่ยอายุยังน้อยแต่ผ่านงานแสดงมาเยอะไม่ต่ำกว่า 60 เรื่อง ฝีมือร้ายกาจสมคำร่ำลือแล้วจริง ๆ

และอีกฉากที่ ฉู่เกอ อ่านเรียงความเรื่องพ่อฉันเป็นฆาตกร หรือฉากที่ ลู่เสี่ยวเป่ย คุยกับตัวเองในอดีต แต่ฉากที่พีคที่สุดและยังตราตรึงอยู่ในใจ คือฉากที่วง GALA ขึ้นแสดงเพลง 追夢赤子心 (Chasing Dream with Childlike) ประกอบกับการตัดภาพมิตรภาพและช่วงเวลาในการฝ่าฟันอุปสรรคของตัวละครสลับกัน 2 ยุคสมัย เพลงมันเพราะและความหมายดีมาก ๆ เข้ากับเหตุการณ์ของซีรีส์เรื่องนี้ ถึงกับน้ำตานองหน้าเลย

งานเพลงประกอบ

ชอบเพลงที่นำมาประกอบซีรีส์เรื่องนี้มาก ถือว่าทีมผู้ผลิตเลือกเพลงได้เหมาะมาก ๆ เลย ถึงแม้ว่าจะมีฉากเรียกน้ำตาอยู่หลายฉากแต่ก็จะมีฉากเรียกเสียงหัวเราะมาสลับบ้าง ซึ่งนั่งดูอยู่ที่บ้านเดี๋ยวหัวเราะเดี๋ยวร้องไห้จนคนในครอบครัวหาว่าเป็นไบโพลาร์ไปแล้ว

 

บาคาร่า  

รีวิวซีรีส์ Hot Stove League กล่าวถึงเบื้องหลังวงการกีฬาเกาหลี

รีวิว Hot Stove League

รีวิว Hot Stove League  เดิมพันชะตาชีวิตของทีมท้ายตาราง หากจะให้กล่าวถึงซีรีส์เกาหลีแนวสปอร์ตในใจที่ชอบ อาจจะคิดนานซักหน่อยเพราะไม่มีการผลิตออกมาบ่อย เพราะการทำซีรีส์แนวนี้หลายฝ่ายอาจจะคาดการณ์ถึงการตีกลุ่มเป้าหมายได้เพียงในตลาดเล็กๆ อาทิเช่น กลุ่มคนที่ชื่นชอบกีฬา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชายแต่กลุ่มคนที่ชอบดูซีรีส์ส่วนใหญ่คือผู้หญิง หรือ ซีรีส์ที่เน้นเฉพาะกีฬาชนิดใดชนิดหนึ่งก็น่าจะตอบโจทย์ได้เพียงคนดูที่ชอบและเข้าใจกีฬาประเภทนั้นๆ

เรื่องย่อ

แบคซึงซู (รับบทโดย นัมกุงมิน) อดีตผู้จัดการทีมกีฬาหลากหลายชนิดที่นำพาทีมของเขาเป็นแชมป์ได้ในทุกประเภทกีฬา (ฮอกกี้ มวยปล้ำ แฮนด์บอลหญิง) แต่แบคซึงซูเหมือนมีคำสาปติดตัวเพราะเมื่อทำทีมเป็นแชมป์ได้แล้ว

ในปีถัดมาทีมนั้นก็ถูกยุบ ควอนคยองมิน นักธุรกิจผู้บริหารทีม รู้ถึงคำร่ำลือนั้นจึงทาบทามเขามาเป็นผู้จัดการทีมเพื่อหวังจะให้ทีมเบสบอลที่ไม่เคยได้ผลกำไรของบริษัทถูกยุบไป

แบคซึงซูก้าวเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการคนใหม่ของทีมเบสบอล ‘ดรีมส์’ ซึ่งเป็นทีมเบสบอลที่ได้คะแนนเป็นอันดับสุดท้ายของตารางการแข่งขันมาตลอด 4 ปีซ้อน เขาพยายามปรับปรุงทีมเพื่อให้เป็นระบบระเบียบมากขึ้นแม้ว่าจะเกิดการต่อต้านมากมายจากคนภายในตั้งแต่เริ่มต้น

แบคซึงซูอุดช่องโหว่ของทีมด้วยการปรับเปลี่ยนขายและซื้อตัวผู้เล่นที่เป็นผู้เล่นยอดนิยม กำจัดคนที่ทุจริตรับสินบนในการคัดเลือกนักกีฬาออกจากบริษัท กระตุ้นกลุ่มพนักงานทีมบริหารให้ทำงานอย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

และอื่น ๆ อีกมากมาย การกระทำของเขาแม้จะดูเป็นการสร้างศัตรูกับคนรอบตัวแต่สุดท้ายแล้วแบคซึงซูก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาทำทุกอย่างก็เพื่อทีมเบสบอล ‘ดรีมส์’ และเพื่อชัยชนะที่จะทำให้ดรีมส์ยังคงอยู่

ขอเกริ่นก่อนเลยว่าผู้เขียนโดยปกติไม่ใช่สายสปอร์ตและไม่ดูกีฬา ถ้าจะให้พูดถึงเบสบอลว่ารู้อะไรบ้าง ความรู้เท่ากับศูนย์ แต่พลังงานที่ดึงดูดให้ลองดูเรื่องนี้ซักตั้งคือแน่นอน นัมกุงมิน นักแสดงคุณภาพที่ไม่ว่าจะเป็นสายตา, ท่าทาง, ความกลมกล่อมและความละมุนยังคงอยู่ในท่าทางของการแสดงในทุกเรื่องได้อย่างไม่เสื่อมคลาย

 

นัมกุงมินคือนักแสดงที่สามารถแสดงได้ทุกบทบาทและเข้าถึงได้อย่างเป็นธรรมชาติจนรู้สึกได้เลยว่าหนุ่มคนนี้ทำการบ้านมาก่อนออกกองแน่นอน รวมถึง พัคอึนบิน, โจบยองกยู และทีมนักแสดงที่ทำได้ดีทุกคน เป็นอีกทีมนักแสดงคุณภาพดีจริงๆ

ซีรีส์เรื่องนี้ได้ตีแผ่เบื้องหลังของวงการกีฬาเบสบอล หากจะถามว่าไม่ได้รู้จักกีฬาเบสบอลเลยจะสามารถดูเรื่องนี้ได้ไหม ก็ขอตอบเลยว่าดูได้แน่นอนเพราะอันที่จริงแล้วเรื่อง Hot Stove League แม้จะมีเบสอยู่ที่กีฬาเบสบอลแต่เป็นซีรีส์ที่เน้นไปในเรื่องราวของการบริหารทีม การจัดการคนในทีม การจัดการปัญหาเรื่องต่าง ๆ ของทีมเบสบอลมากกว่าการลงสนามแข่ง

เนื้อเรื่อง

ก่อนที่จะมาอยู่กับทีมดรีมส์ที่เป็นทีมบ๊วยในสายกีฬาเบสบอล ในฐานะผู้จัดการทีม ซึงซูเคยนำพาให้ทั้งทีมมวยปล้ำ ทีมฮอกกี้ และทีมแฮนด์บอลไปสู่ชัยชนะเพียงเพื่อจะได้เห็นพวกเขาแยกทางไปคนละทางเพราะไม่ได้รับความนิยมมาแล้ว แม้ว่าแฟน ๆ จะสูญเสียความเชื่อมั่นและมีแต่ดูหนังฟรีความสมเพชให้กับทีมดรีมส์

เมื่อได้เห็นเหล่าโค้ชกำลังทะเลาะกันแบบจัง ๆ และผู้เล่นในทีมที่ไม่ได้เต็มใจกับการมาของซึงซูเท่าไรนัก แต่เขาก็ยังเชื่อมั่นว่าจะพาทีมดรีมส์ไปคว้าแชมป์ให้ได้ อีเซยองเป็นผู้จัดการทีมผู้หญิงและเด็กที่สุดในทีม รวมทั้งเป็นแฟนของทีมดรีมส์มาหลายปี

เธอทำงานกับที่นี่มาเป็นสิบปี และก็เข้าใจถึงปัญหาที่ทีมกำลังเผชิญ อย่างไรก็ตาม เธอก็ยังไม่อยากยอมรับว่าการที่ทีมขาดทรัพยากรและปัจจัยต่าง ๆ นั่นคือปัญหาที่ทำให้ทีมล้มเหลว ผู้จัดการทีมสองคนที่ต้องทุกอย่างเพื่อฝ่าฟันปัญหา เซยองเข้าใจถึงเจตนาเบื้องหลังวิธีการนำทีมของซึงซู

รวมทั้งพยายามจะแก้ไขปัญหาในแบบของเธอเอง เรื่องนี้จะเป็นเรื่องราวชี้เป็นชี้ตายชีวิตของแต่ละคนเลยก็ว่าได้ มาติดตามชมกันว่า ผู้จัดการทีมทั้งสองจะสามารถถีบทีมตัวเองจากล่างสุดขึ้นมาอยู่จุดสูงสุดได้หรือไม่

การดำเนินเรื่อง

แม้ว่าหนังออนไลน์จะข้องเกี่ยวกับกีฬาเบสบอลแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็เป็นกีฬาเบสบอลในช่วงปิดฤดูกาลที่ยังไม่มีการแข่งขัน ซีรีส์เรื่องนี้ดำเนินไปในแนวทางของการบริหารทีมนักกีฬาที่ใช้ทักษะเฉพาะตัวของผู้จัดการและทีมงานบริหาร ซึ่งจะมีตั้งแต่การซื้อขายนักกีฬา การดึงตัวนักกีฬาจากทีมอื่น

การค้นหานักกีฬาหน้าใหม่จากโรงเรียนมัธยมทั่วประเทศผ่านทางทีมแมวมอง การคัดเลือกนักกีฬาแบบเข้าถึงตัวที่โรงเรียนมัธยม จนไปถึงการช่วยเหลือนักกีฬาจากอาการบาดเจ็บต่าง ๆ ทั้งทางร่างกายและทางจิตใจ ทีมงานของทีมเบสบอลนั้นมีหน้าที่หลากหลายจนเกินกว่าที่เราจะคิดถึงได้เลย

เพลงประกอบของเรื่องนี้เป็นเพลงสไตล์เฮ้ว ๆ บีทหนัก กลองรัว ๆ เช่นเดียวกับเพลงประกอบละครกีฬาทั่วไป ซึ่งเพลงเหล่านี้จะช่วยทำให้ผู้คนลุ้นระทึกและเร้าใจไปกับสถานการณ์ที่ตัวละครกำลังเผชิญ

ด้านนักแสดง

ยิ่งถ้ามองไปที่ตัวนักแสดงนำอย่าง นัมกุงมิน ซึ่งธรรมชาติของฮีมักจะรับเล่นซีรีส์ที่ไม่ได้ขายฉากฟินเวอร์ของตัวละคร เป็นนักแสดงคุณภาพที่ไม่เคยค้านสายตาในบทไหนเลย เป็นดาราชายที่มีฉากจูบที่น้อยแต่ดันมากได้หน้าตาเฉยในความรู้สึกของแฟนคลับ

พอพี่แกมาเล่นเรื่องนี้แรงจูงใจในการติดตามก็เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ และพาลนึกไปว่าเนื้อหาของเรื่องนี้ต้องน่าสนใจอย่างแน่นอน แล้วก็เป็นดังคาดซะด้วยสิ ซึ่งเรื่องนี้ นัมกุงมินได้เสนอชื่อเข้าชิง Best Actor (นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม) แต่ก็พ่ายให้กับ คังฮานึล ในบท ฮวางยงชิกในเรื่อง When the Camellia Blooms ไปซะแล้ว

ในเรื่องนี้มีนักแสดงหญิงที่เป็นตัวหลักทำหน้าที่ผู้จัดการทีมบริหารเช่นกัน แต่เนื้อเรื่องส่วนใหญ่นั้นไม่ค่อยมี เลิฟไลฟ์ให้ใจเต้นตึกตักเท่าไหร่ ถ้าให้พูดตามตรงก็แทบจะไม่มีความโรแมนติกอยู่ในเรื่องเลย เรื่องรักไม่ต้องพูดถึง ทำงานกันตั้งแต่เช้าจรดดึก เน้นไปในแนวทางการหักเหลี่ยมเฉือนคมของการบริหารทีมที่ต้องต่อสู้กับทั้งคนในและคนนอกมากกว่า

แม้ว่าไม่รู้เรื่องเบสบอล

และถึงแม้ผู้เขียนจะไม่เคยรู้เรื่องเบสบอลมาก่อน หลังจากที่เปิดดูได้ไม่กี่ตอน ก็หยุดไม่ได้อีกเลย บางช่วงบางตอนยอมรับว่าไม่เข้าใจกฏกติกาหรือคำศัพท์บางอย่าง แต่หลังจากดูในตอนต่อไปก็จะเข้าใจทุกอย่าง

กุญแจหลักสำคัญอีกอย่างคือการดำเนินเรื่องด้วยความมันส์และซาวด์เพลงแนวร็อคสไตล์เสียงกลองหนักๆซึ่งทำให้ผู้ชมได้ลุ้นระทึกและเร้าใจไปกับการตัดสินใจทุกอย่างของผู้จัดการแบคที่แหกคอกอยู่ได้ตลอดเวลาเสียจริงๆ

ถือว่าเป็นอีกเรื่องที่ตัดต่อเรื่องราวได้น่าสนใจมากจนสนุกอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องใช้ความโรแมนซ์จากพระเอกนางเอกมาเป็นจุดขายเลย เรื่องนี้ขายคุณภาพล้วนๆ

นอกจากนั้นแล้วผู้เขียนยังได้เรียนรู้กีฬาเบสบอลนี้เพิ่มขึ้นอีก ด้วยความไม่ประสีประสากับกีฬามากนัก พอมาดูซีรีส์แนวนี้ก็รู้เลยว่างานบริหารทีมกีฬานี่ต้องใช้ทักษะเฉพาะตัวสูงมากพอสมควร โดยเฉพาะการเป็นแมวมองหานักกีฬาหน้าใหม่มาเข้าร่วมทีมต้องไปตามหาจากทีมเด็กมัธยมโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศ จดทุกสถิติรัหว่างการเล่น

และสังเกตแม้กระทั่งว่าพ่อแม่ของเด็กคนนี้สูงเท่าไหร่เพราะจะได้คาดคะเนว่าน่าจะสูงไปได้มากกว่านี้หรือไม่ หากมีอาการบาดเจ็บฟื้นฟูได้เร็วแค่ไหน และสภาพจิตใจเข้มแข็งแค่ไหน เพื่อเตรียมจัดการกับความเสี่ยงเหล่านั้นหากต้องเข้ามาร่วมในทีม

ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น สาระที่ได้จากความแหกคอกของผู้จัดการแบคทำให้ผู้เขียนต้องจดไว้ในใจอย่างหนึ่งเลยว่าการที่เราเคารพและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสังคมมันคือสิ่งที่พึงกระทำเพื่อคงไว้ซึ่งมาตรฐานที่ดีในการอยู่ร่วมกัน

แต่ต่างกันกับการปฏิบัติตัวในสังคมเพื่อคล้อยตามกับคนหมู่มาก อันนี้คนละกรณี ผู้จัดการแบคต้องการล้างบางทั้งระบบที่ส่อแววไม่ขาวสะอาดและไม่ภักดีต่อทีมดรีมส์ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีคนขึ้นมาทำเพียงเพราะคนเหล่านั้นหวาดกลัวการถูกเลือกปฏิบัติจากคนหมู่มาก

หากจะก่อตัวเป็นกบฏขึ้นมา นั่นจึงทำให้เกิดวัฒนธรรมการปฏิบัติแบบคล้อยตามกันและเงียบฉี่กันหมด จนได้มาเจอคนจริงแบบผู้จัดการแบคนี่แหล่ะถึงจะขึ้นชื่อว่าของจริงจ้า

 

บาคาร่า 

รีวิวซีรีส์จีน ปรมาจารย์ลัทธิมาร The Untamed ที่เป็นกระแสมากที่สุด

ปรมาจารย์ลัทธิมาร

ชื่อเรื่อง ปรมาจารย์ลัทธิมาร ” The Untamed  ” แปลโดยตรงจากนิยายเรื่องเดิม The Master of Magic Dao สร้างขึ้นโดยเพื่อนนักเขียนชาวจีน Mo Xiang ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการเขียน นวนิยายออนไลน์ The Untamed ดังนั้นจึงได้รับการตีพิมพ์และกลายเป็นหนังสือขายดี “คนไม่เชื่อง” “. สำนักพิมพ์สนพ. เล่ม 5 เรื่องราวเกี่ยวกับความรักและความแค้นของเหล่านักบุญส่วนใหญ่เกี่ยวกับปรมาจารย์ Yeling Weiwu County เป็นที่รู้จักในฐานะจ้าวแห่งปีศาจอย่างไรก็ตามเดิมทีเขาเป็นเด็กกำพร้าและต่อมาได้รับการเลี้ยงดูจากตระกูล Jiang ตระกูล Jiang เป็นหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ที่สืบทอดเทคโนโลยี Proddao ได้แก่ Jiang Lan Jin Niwan และ Wei Wuxian เองก็ถูกส่งไปที่นั่น จากนั้นเขาก็ได้พบกับ Lan Wangji (Lanjan) ซึ่งจะกลายเป็น “คู่หูทางจิตวิญญาณ” ที่ผูกพันกันในชีวิตของพวกเขา

 

แต่แล้วชะตากรรมของ Wei Wuxian ก็ต้องพบกับจุดเปลี่ยน เมื่อเขานึกถึงพลังของวิธีการใช้วิญญาณชั่วร้ายก็ถูกกระตุ้นจากวิญญาณที่โกรธเกรี้ยว การใช้พลังงานเชิงลบเหล่านี้ แต่ความคิดนี้ทำให้เขาถูกมองว่าเป็นคนนอกรีตและต่อมาตระกูลเหวินก็เริ่มขยายการปกครองของตน บังคับให้ยอมแพ้สกุลเงินอื่น ๆ เพื่อขับเคลื่อนสงครามและหลายแผน Wei Wuxian เสียชีวิตใน 13 ปีต่อมาหลังจากการตายของ Mo Xuanyu ได้รับพลังแห่งจิตวิญญาณศักดินา ชายหนุ่มที่ถูกข่มเหงด้วยความแค้นเมื่อเขาเรียกวิญญาณชั่วร้ายเข้ามาในร่างของเขาเพื่อบรรลุเป้าหมายเขาได้ค้นพบจุดเปลี่ยนในชะตากรรมของเขาด้วยวิธีนี้วิญญาณของ Wei Wuxian ทำให้ร่างกายของ Mo Xuanyu กลับคืนมา เพื่อชี้แจงเรื่องราวอีกครั้งคราวนี้เขาต้องหาทางเอาตัวรอดและปิดบังตัวตน รวมถึงคู่รักคู่ปรับ Lan Wangji

 

คำถามสำคัญ เรื่องมัน Y แค่ไหน ผู้ชายดูได้ไหม??

สำหรับฉบับซีรีส์ ได้มีการดัดแปลงบางส่วนจากต้นฉบับนิยาย ที่แน่ ๆ คือมีการ ลดความ Y ลงมา เนื่องจากรัฐบาลจีนมีการออกมาตรการจำกัดและควบคุมเนื้อหาที่สื่อในด้านนี้อย่างจริงจัง ทำให้การนำเสนอในซีรีส์แม้เราจะรู้สึกได้ถึงพลัง Y ระหว่างสองตัวเอกอย่าง เว่ยอู๋เซี่ยน และ หลานวั่งจี แต่ก็ไม่ได้มีฉากประเภทอย่างที่ว่าออกมาให้เห็น เรียกว่าทำมาให้แฟน ๆ ได้จิ้นวายกันสนุกสนาน และเป็นคู่วายแบบทางการ ซึ่งในเรื่องแม้จะมีตัวละครหญิงอยู่ด้วย แต่ก็ไม่ใช่นางเอกของเรื่อง ซีรีส์เรื่องนี้จึงเป็นการสนอง Need ให้แฟนนิยาย และคนที่ไม่เคยอ่านนิยายมาก่อนได้ระดับหนึ่ง

ตรงนี้อาจจะมีคำถามว่า แล้วผู้ชายทั้งแท่ง จะดูได้ไหม??? แล้วเรื่องนี้มีนางเอกไหม???

คำตอบคือ เรื่องนี้มีนางเอก 2 คนครับ (เพียงแต่จากต้นฉบับนิยาย ทั้งสองนางไม่ได้มีบทมากนัก ซีรีส์จึงปรับบทให้เด่นเพิ่มขึ้น แต่ให้คิดว่าเป็นตัวเอกหญิง 2 คนมากกว่าจะเป็นนางเอกก็แล้วกันครับ) แล้วถ้าคนดูไม่ได้คิดมากกับฉากโมเม้นท์แอบสวีทและชวนจิ้นระหว่างสองตัวละครเอกที่มีอยู่ในเรื่องแล้ว ด้านการนำเสนอเนื้อหา โปรดักชั่น ฉากต่อสู้ ทั้งหมดรวมกันแล้วถือว่าน่าสนุกและเข้มข้นในระดับหนึ่งเลยครับ เป็นการผสมผสานพล็อตแนว เทพเซียน+กำลังภายใน+เกิดใหม่+ดราม่าตัวละคร ที่ลงตัวมาก สมกับที่เป็นซีรีส์ที่มียอดวิวสูงสุดในปี 2019 ของจีนที่ผ่านมา

 

ทีนี้มารู้จักกับ สองตัวละครเอกสักเล็กน้อยครับ

เว่ยอู๋เซี่ยน (เว่ยอิง)

ผู้ถูกเรียกว่าเป็น ปรมาจารย์ลัทธิมาร เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกเลี้ยงดูโดยสกุลเจียง ต่อมาถูกส่งไปฝึกวิชาอยู่กับสกุลหลาน จึงได้พบกับ หลานวั่งจี และได้สานสัมพันธ์ระหว่างกัน

เว่ยอู๋เซี่ยนเป็นคนเจ้าความคิด ไม่ชอบอยู่ในกรอบและกฎเกณฑ์ ชอบการกลั่นแกล้งผู้คน โดยเฉพาะหลานวั่งจี เขาเสนอทางออกของการใช้จิตอาฆาตแค้นของเหล่าวิญญาณร้ายให้เป็นประโยชน์ ซึ่งเป็นความคิดนอกรีต ภายหลังเขาได้นำวิธีการที่ว่านี้มาใช้ จนกลายเป็นปรมาจารย์ลัทธิมาร

เว่ยอู๋เซี่ยนสิ้นชีพจากเหตุการณ์ความขัดแย้งครั้งใหญ่ (ซึ่งในซีรีส์เล่าฉากนี้ตั้งแต่ตอนแรกสุด) หลังจากนั้น 13 ปีต่อมา วิญญาณของเขาถูกเรียกกลับมาโดย โม่เสวียนอวี่ ซึ่งครั้งนี้เขาต้องกลับมาสะสางเรื่องราวในอดีตและเริ่มชีวิตใหม่อีกครั้ง

หลานวั่งจี (หลานจ้าน)

คุณชายรองแห่งสกุลหลาน ถูกเรียกว่าเป็นหยกคู่ของสกุลร่วมกับพี่ชาย เขาเป็นชายหนุ่มที่มีบุคลิกนิสัยซื่อตรง ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ได้พบกับเว่ยอู๋เซี่ยนเมื่อครั้งมาอยู่ที่สกุลหลาน เขามักทะเลาะกับอีกฝ่ายบ่อยครั้ง มักถูกเว่ยอู๋เซียนหาเรื่องหยอกล้อกลั่นแกล้งบ่อย ๆ แต่หลังจากได้ผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ ร่วมกันมา เขาก็เริ่มมองอีกฝ่ายเปลี่ยนไป

หลังจากเว่ยอู๋เซี่ยนสิ้นชีพไป 13 ปี เขารู้สึกว่าตนเองได้สูญเสียสิ่งสำคัญไป แต่หลังจากได้พบว่า วิญญาณของเว่ยอู๋เซี่ยนกลับมาอยู่ในร่างของโม่เสวียนอวี่ จึงหาทางช่วยเหลือและล้างมลทินให้กับเขา

 

ปรมาจารย์ลัทธิมาร 

รีวิวซีรีส์จีน ปรมาจารย์ลัทธิมาร The Untamed ที่เป็นกระแสมากที่สุด

ปรมาจารย์ลัทธิมาร

ชื่อเรื่อง ปรมาจารย์ลัทธิมาร ” The Untamed  ” แปลโดยตรงจากนิยายเรื่องเดิม The Master of Magic Dao สร้างขึ้นโดยเพื่อนนักเขียนชาวจีน Mo Xiang ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการเขียน นวนิยายออนไลน์ The Untamed ดังนั้นจึงได้รับการตีพิมพ์และกลายเป็นหนังสือขายดี “คนไม่เชื่อง” “. สำนักพิมพ์สนพ. เล่ม 5 เรื่องราวเกี่ยวกับความรักและความแค้นของเหล่านักบุญส่วนใหญ่เกี่ยวกับปรมาจารย์ Yeling Weiwu County เป็นที่รู้จักในฐานะจ้าวแห่งปีศาจอย่างไรก็ตามเดิมทีเขาเป็นเด็กกำพร้าและต่อมาได้รับการเลี้ยงดูจากตระกูล Jiang ตระกูล Jiang เป็นหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ที่สืบทอดเทคโนโลยี Proddao ได้แก่ Jiang Lan Jin Niwan และ Wei Wuxian เองก็ถูกส่งไปที่นั่น จากนั้นเขาก็ได้พบกับ Lan Wangji (Lanjan) ซึ่งจะกลายเป็น “คู่หูทางจิตวิญญาณ” ที่ผูกพันกันในชีวิตของพวกเขา

 

แต่แล้วชะตากรรมของ Wei Wuxian ก็ต้องพบกับจุดเปลี่ยน เมื่อเขานึกถึงพลังของวิธีการใช้วิญญาณชั่วร้ายก็ถูกกระตุ้นจากวิญญาณที่โกรธเกรี้ยว การใช้พลังงานเชิงลบเหล่านี้ แต่ความคิดนี้ทำให้เขาถูกมองว่าเป็นคนนอกรีตและต่อมาตระกูลเหวินก็เริ่มขยายการปกครองของตน บังคับให้ยอมแพ้สกุลเงินอื่น ๆ เพื่อขับเคลื่อนสงครามและหลายแผน Wei Wuxian เสียชีวิตใน 13 ปีต่อมาหลังจากการตายของ Mo Xuanyu ได้รับพลังแห่งจิตวิญญาณศักดินา ชายหนุ่มที่ถูกข่มเหงด้วยความแค้นเมื่อเขาเรียกวิญญาณชั่วร้ายเข้ามาในร่างของเขาเพื่อบรรลุเป้าหมายเขาได้ค้นพบจุดเปลี่ยนในชะตากรรมของเขาด้วยวิธีนี้วิญญาณของ Wei Wuxian ทำให้ร่างกายของ Mo Xuanyu กลับคืนมา เพื่อชี้แจงเรื่องราวอีกครั้งคราวนี้เขาต้องหาทางเอาตัวรอดและปิดบังตัวตน รวมถึงคู่รักคู่ปรับ Lan Wangji

 

คำถามสำคัญ เรื่องมัน Y แค่ไหน ผู้ชายดูได้ไหม??

สำหรับฉบับซีรีส์ ได้มีการดัดแปลงบางส่วนจากต้นฉบับนิยาย ที่แน่ ๆ คือมีการ ลดความ Y ลงมา เนื่องจากรัฐบาลจีนมีการออกมาตรการจำกัดและควบคุมเนื้อหาที่สื่อในด้านนี้อย่างจริงจัง ทำให้การนำเสนอในซีรีส์แม้เราจะรู้สึกได้ถึงพลัง Y ระหว่างสองตัวเอกอย่าง เว่ยอู๋เซี่ยน และ หลานวั่งจี แต่ก็ไม่ได้มีฉากประเภทอย่างที่ว่าออกมาให้เห็น เรียกว่าทำมาให้แฟน ๆ ได้จิ้นวายกันสนุกสนาน และเป็นคู่วายแบบทางการ ซึ่งในเรื่องแม้จะมีตัวละครหญิงอยู่ด้วย แต่ก็ไม่ใช่นางเอกของเรื่อง ซีรีส์เรื่องนี้จึงเป็นการสนอง Need ให้แฟนนิยาย และคนที่ไม่เคยอ่านนิยายมาก่อนได้ระดับหนึ่ง

ตรงนี้อาจจะมีคำถามว่า แล้วผู้ชายทั้งแท่ง จะดูได้ไหม??? แล้วเรื่องนี้มีนางเอกไหม???

คำตอบคือ เรื่องนี้มีนางเอก 2 คนครับ (เพียงแต่จากต้นฉบับนิยาย ทั้งสองนางไม่ได้มีบทมากนัก ซีรีส์จึงปรับบทให้เด่นเพิ่มขึ้น แต่ให้คิดว่าเป็นตัวเอกหญิง 2 คนมากกว่าจะเป็นนางเอกก็แล้วกันครับ) แล้วถ้าคนดูไม่ได้คิดมากกับฉากโมเม้นท์แอบสวีทและชวนจิ้นระหว่างสองตัวละครเอกที่มีอยู่ในเรื่องแล้ว ด้านการนำเสนอเนื้อหา โปรดักชั่น ฉากต่อสู้ ทั้งหมดรวมกันแล้วถือว่าน่าสนุกและเข้มข้นในระดับหนึ่งเลยครับ เป็นการผสมผสานพล็อตแนว เทพเซียน+กำลังภายใน+เกิดใหม่+ดราม่าตัวละคร ที่ลงตัวมาก สมกับที่เป็นซีรีส์ที่มียอดวิวสูงสุดในปี 2019 ของจีนที่ผ่านมา

 

ทีนี้มารู้จักกับ สองตัวละครเอกสักเล็กน้อยครับ

เว่ยอู๋เซี่ยน (เว่ยอิง)

ผู้ถูกเรียกว่าเป็น ปรมาจารย์ลัทธิมาร เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกเลี้ยงดูโดยสกุลเจียง ต่อมาถูกส่งไปฝึกวิชาอยู่กับสกุลหลาน จึงได้พบกับ หลานวั่งจี และได้สานสัมพันธ์ระหว่างกัน

เว่ยอู๋เซี่ยนเป็นคนเจ้าความคิด ไม่ชอบอยู่ในกรอบและกฎเกณฑ์ ชอบการกลั่นแกล้งผู้คน โดยเฉพาะหลานวั่งจี เขาเสนอทางออกของการใช้จิตอาฆาตแค้นของเหล่าวิญญาณร้ายให้เป็นประโยชน์ ซึ่งเป็นความคิดนอกรีต ภายหลังเขาได้นำวิธีการที่ว่านี้มาใช้ จนกลายเป็นปรมาจารย์ลัทธิมาร

เว่ยอู๋เซี่ยนสิ้นชีพจากเหตุการณ์ความขัดแย้งครั้งใหญ่ (ซึ่งในซีรีส์เล่าฉากนี้ตั้งแต่ตอนแรกสุด) หลังจากนั้น 13 ปีต่อมา วิญญาณของเขาถูกเรียกกลับมาโดย โม่เสวียนอวี่ ซึ่งครั้งนี้เขาต้องกลับมาสะสางเรื่องราวในอดีตและเริ่มชีวิตใหม่อีกครั้ง

หลานวั่งจี (หลานจ้าน)

คุณชายรองแห่งสกุลหลาน ถูกเรียกว่าเป็นหยกคู่ของสกุลร่วมกับพี่ชาย เขาเป็นชายหนุ่มที่มีบุคลิกนิสัยซื่อตรง ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ได้พบกับเว่ยอู๋เซี่ยนเมื่อครั้งมาอยู่ที่สกุลหลาน เขามักทะเลาะกับอีกฝ่ายบ่อยครั้ง มักถูกเว่ยอู๋เซียนหาเรื่องหยอกล้อกลั่นแกล้งบ่อย ๆ แต่หลังจากได้ผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ ร่วมกันมา เขาก็เริ่มมองอีกฝ่ายเปลี่ยนไป

หลังจากเว่ยอู๋เซี่ยนสิ้นชีพไป 13 ปี เขารู้สึกว่าตนเองได้สูญเสียสิ่งสำคัญไป แต่หลังจากได้พบว่า วิญญาณของเว่ยอู๋เซี่ยนกลับมาอยู่ในร่างของโม่เสวียนอวี่ จึงหาทางช่วยเหลือและล้างมลทินให้กับเขา

 

ปรมาจารย์ลัทธิมาร 

รีวิว ซีรีส์จีน Find Yourself : รักแรกของสาวใหญ่ สาวใหญ่วัย 35 ปี

รีวิว Find Yourself : รักแรกของสาวใหญ่

รีวิว ซีรีส์จีน Find Yourself หากคุณเป็นแฟนละครคุณจะรู้ว่าละครจีนเป็นที่นิยมมากและคุณไม่รู้ว่าทำไม แต่ที่แน่ ๆ เราเป็นคนที่หมกมุ่นอยู่กับ ซีรีส์จีนอ่านเรื่องหนึ่งแล้วก็เรื่องถัดไป เมื่อเร็ว ๆ นี้เรื่องราวที่เราได้รับชมนั้นน่าสนใจมากและเราอยากจะแนะนำให้ทุกคนได้รู้จัก “รักแรกพบของสาวใหญ่” มองย้อนกลับไปและค้นพบตัวเอง เรื่องราวความรักของ Ho Fan Sing (โฮแฟนซิง) วัย 35 ปีเธอไม่ต้องการตกหลุมรัก ในอดีตเธอได้เซ็นสัญญากับเพื่อนขอให้เธอกลับมาและแต่งงานกัน แต่วันหนึ่งเธอพบว่ารักแรกของเธอกำลังจะแต่งงาน ที่สำคัญที่สุดยังทำให้เธอกลายเป็นเพื่อนเจ้าสาวอีกด้วย! ความสับสนเหล่านี้ทำให้เธอได้พบกับพระเอกนักเรียนสุดหล่อ “หยวนเกอ” นักเรียนที่เป็นน้องชายของเธออายุห่างจากเธอ 10 ปีหลังจากนั้นทั้งสองคนก็เริ่มมีเรื่องราวความรัก

 

หากคุณเป็นแฟนของละครโทรทัศน์คุณจะรู้ว่าละครโทรทัศน์ของจีนได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่รู้ว่าทำไม แต่ที่แน่ ๆ เราเป็นคนที่หมกมุ่นอยู่กับซีรีส์จีน จบเรื่องเดียวแล้วดูเรื่องต่อไป เมื่อเร็ว ๆ นี้เรื่องราวที่เราได้รับชมนั้นน่าสนใจมากและเราอยากจะแนะนำให้ทุกคนได้รู้จัก “ รักแรกพบของสาวใหญ่” เป็นเรื่องที่ดูแล้วรู้สึกเขิน ไปดูกันเลย

เมื่อต้นปีที่ผ่านมามีสาวจากซีรีส์จีน เช่นเดียวกับ “Discover Yourself” (ซึ่งเป็นกระแสที่มาแรงที่สุดตั้งแต่ยังไม่ออกอากาศ) ได้รับความสนใจจากผู้คนและได้รับรางวัล Song Weilong (ซงเว่ยหลง) พระเอกยอดนิยมของวงไอดอลจีนและนางเอก Victoria Song (ซงเฉียน) ครั้งแรกด้วยกัน.

พบว่าตัวเองเป็นตัวเอกชายในซีรีส์รักต่างวัย ความจริงแล้วอายุของนางเอกแยกกันทั้งในจอและนอกจอ ซ่งเหว่ยหลงเกิดในปี 2542 อายุเพียง 20 ปีในปีนี้และซ่งเฉียนเกิดในปี 2530 ตอนนี้อายุ 32 ปีแม้ว่าทั้งคู่จะอายุห่างกัน 12 ปี แต่ก็ไม่มีผลต่อความสัมพันธ์ของทั้งคู่ หลังจากเทรลเลอร์สำหรับซีรีส์จีน

 

FIND YOURSELF ถูกปล่อยออกมาดูหนังฟรี อย่างเป็นทางการเมื่อไม่กี่วันก่อนก็ทำให้แฟนๆ หวีดหนักกันถ้วนหน้าแล้วจ้า มีทั้งฉากที่ปั้นดินเหนียวด้วยกัน กอดกัน จุ๊บกัน แถมซ่งเวยหลงในเรื่องยังรุกนางเอกสุดๆ จนสาวๆ อยากจะขอสิงร่างซ่งเชี่ยนเลยละจ้า

เนื้อเรื่อง

เรื่องมีอยู่ว่า เฮ่อฝานซิง นางเอก (รับบทโดย ซ่งเชี่ยน) หน้าที่การงานดีเป็น working woman ตัวแม่ไอคอนของหญิงยุคใหม่ แต่ก็อย่างว่าแหละ lucky in game อย่างเดียวส่วน lucky in love น่ะหรอรอไปก่อน (รอจนมาเจอพระเอกรุ่นน้องนี่แหละ ฮ่าๆ)

ซึ่งในเรื่องเนียอายุนางเอกก็เข้าสู่วัย 32 ปี แต่ก็ยังไม่มีใครมาจีบสักที อยู่บนคานนานๆ บางทีมันก็เคว้ง จนได้มาเจอเด็กฝึกงานสุดฮอตอย่างพระเอกหยวนซ่งของเรา (รับบทโดย ซ่งเวยหลง) ที่เข้ามาทำให้ชีวิตประจำวันของเฮ่อฝานซิงเปลี่ยนไป

ไม่ใช่แค่นั้นยังมีผลต่อหัวใจอีกด้วย เจอหนุ่มรุ่นน้องมารุกแรงอย่างนี้ใครจะอดใจไหว งานนี้ก็ต้องมีหวั่นไหวเป็นธรรมดาแหละ ดันเจอประโยค “แค่พี่ชอบ ผมชอบพี่ก็พอแล้ว” ใจนางเอกเราก็อ่อนยวบเลยจ้า (เด็กสมัยนี้มันร้ายนัก) จนได้ตกลงคบกัน

แต่ก็ไม่ใช่แค่นั้นเมื่อบริษัทมีปัญหากำลังจะถูกเทคโอเว่อร์ ในขณะที่ชีวิตรักกำลังรุ่ง แต่งานกลับกำลังร่วงซะนี้ เมื่อปัญหาเข้ามาแบบพายุโหมกระหน่ำ นางเอกก็ได้เจอกับหนุ่มรุ่นใหญ่สปอร์ต ใจดี มีสถานะ หน้าที่การงานดี มีหน้ามีตาในสังคมอย่าง เย่ลู่หมิง (รับบทโดย หวังเย่าชิ่ง) ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตนางเอกกลายเป็นที่ปรึกษาปัญหาชีวิต

จนทำให้หยวนซ่งเริ่มเกิดอาการหึงหวง เพราะหยวนซ่งรู้ว่าการเข้ามาของเย่ลู่หมิงจะทำให้ความสัมพันธ์ของหยวนซ่งและเฮ่อฝานซิงต้องมีปัญหากัน จนในที่สุดทั้งสองก็ได้ทะเลาะกันจนต้องเลิกลากันไป ทางเส้นรักของสาวรุ่นพี่ของหนุ่มรุ่นจะเป็นอย่างไรเมื่อมีมือที่สามเข้ามาแทรกกลาง งานนี้หนุ่มรุ่นน้องจะแก้เกมส์กลับมามัดใจสาวรุ่นพี่อีกครั้งได้หรือไม่ต้องติดตาม

บรรยากาศต่างๆ

ต้องบอกว่าสำหรับฉากและบรรยากาศของเรื่องนี้นั้นเป็นเรื่องราวของยุคสมัยใหม่ ดังนั้นฉากนั้นอาจจะไม่ได้เวอร์วังเหมือนกับซีรีส์ย้อนยุค แต่แน่นอนว่าความสวยงามของบรรยากาศนั้นก็ไม่เป็นสองรองใคร ดูแล้วสบายตา ให้อารมณ์เหมือนดูซีรีส์เกาหลี

นอกจากนี้ในส่วนของเสื้อผ้าของนางเอกนั้นน่ารักมาก สาวออฟฟิศอย่างเราเห็นแล้วยังอยากใส่ตาม ส่วนคอสตูมของพระเอกนั้นก็ไม่ต้องพูดถึง เพราะเลิศสุดๆ

รีวิว Find Yourselfรีวิว Find Yourself

สารภาพว่าที่เราเริ่มเข้ามาดูหนังใหม่ชนโรง ซีรีส์เรื่องนี้ก็เพราะความหล่อของ “ซ่งเวยหลง” ที่กระแทกตากระแทกใจให้เรากดเขามาดู ด้วยลุคแบบ Boyfriend material ของซ่งเวยหลง ผลงานที่มาของน้องก็ได้ประกบคู่กับนางเอกรุ่นพี่มาตลอด

ตั้งแต่เรื่อง Long for you ที่คู่กับโจวอวี่ถง ที่อายุมากกว่าซ่งเวยหลงถึง 5 ปี ซีรีส์เรื่องหงส์ขังรัก เล่นคู่กับกวนเสี่ยวถงที่มีอายุห่างกัน 2 ปี แล้วไหนจะซีรีส์โรแมนติกอย่าง Moonshine and Valentine ที่กับหวงจิ่งอวี่ ที่อายุห่างกัน 5 ปี

นอกจากนี้ยังมีผลงานที่ยังไม่ออนแอร์อย่างเรื่อง Beautiful reborn flower ได้เล่นคู่กับ หลินอวิ่นที่อายุห่าง 3 ปี นี่ก็การันตีแล้วว่าน้องเอาอยู่จริงๆ ขอบอกเลยว่าต่อให้เล่นคู่กับนางเอกรุ่นพี่มาแทบทุกเรื่องแต่เคมีของน้องก็ไม่ธรรมดาเลยจริง ทำเอาสาวน้อย สาวใหญ่นี่ฟินละลายกันมานักต่อนักรวมถึงตัวข้าพเจ้าเอง

คือลุคน้องมันใช่ เนียแหละลุคแฟนหนุ่มในอุดมคติ อ๊ากกกก ณ ตอนนี้คือใจเต้นไม่เป็นจังหวะแล้วจ้า แค่ได้เสพข่าวน้องระหว่างดูซีรีส์ก็ฟินไม่ไหวแล้ว~

ส่วนนางเอกนั้นก็ต้องบอกว่าซงเชี่ยน (วิคตอเรีย) ยังคงสวยเป๊ะ แม้อายุจะเลยเลขสามแต่หน้ายังเด็กกว่าเราซะอีก ที่สำคัญคือเคมีของทั้งคู่นั้นดีมาก เล่นฉากกุ๊กกิ๊กแล้วดิฉันเขินตัวบิด ยิ่งเวลาที่พระเอกงอนหรือโกรธนี้ โอ๊ย..คุณพระอยากจะวิ่งเข้าไปกอด

แต่ทั้งนี้ความดีงามของนักแสดงก็ไม่ได้หมดลงแค่นั้น เพราะเขายังมีน้องนางเอกที่หล่อลากดินให้เราดูด้วย

สรุป

ต้องบอกว่าเป็นซีรีส์อีกเรื่องที่เราชอบมาก คือดูแล้วฟินพระเอกสุดๆ แต่ความด้วยความที่เป็นซีรีส์จีนนั้นจะมีตอนมากสักหน่อย (41 ตอน) ซึ่งทำให้เนื้อเรื่องนั้นอาจจะยืดไปสักหน่อย แต่ก็ให้อภัยได้ .

คือโดยสรุปแล้วสาวที่รักความโรแมนติคห้ามพลาดเรื่องนี้นะ รับรองว่าคุณจะฟิน จิกหมอนแน่นอน

 

Find Yourself  

จุดเริ่มต้น casino คาสิโนออนไลน์ แหล่งรวบรวมเกมสนุกๆให้ร่วมสนุก

คาสิโนออนไลน์

casino คาสิโนออนไลน์ จุดกำเนิดของเริ่มจากอะไรมาดูกัน / เกมการพนัน / คาสิโนออนไลน์ จุดกำเนิดของเริ่ม casino จากอะไรมาดูกัน

คาสิโนออนไลน์ หรือที่เรารู้จักกันดีว่าเป็น เว็บพนันออนไลน์ เป็นแหล่งรวบรวมเกมสนุกๆให้ร่วมสนุก ที่มาพร้อมกับความท้าทายและเปิดกว้างทางด้านการลงทุน ก็เป็นเหมือนยกบ่อนทั้งบ่อนมารวบรวมอยู่ที่เดียวกัน ทำให้เราสะดวกสบายมากขึ้น เพราะไม่ต้องเดินทางไปไหน อยู่บ้านก็สามารถเล่นเพลินๆและทำกำไรได้อีกด้วย

จุดเริ่มต้นของคำว่า คาสิโน แล้วคำว่า คาสิโนออนไลน์ มาจากอะไร ?
คาสิโน หรือ คาสิโนออนไลน์ เป็นคำที่เพี้ยนมาจากภาษาอิตาลี ที่มีความหมายว่าเป็นที่ที่สำหรับพักผ่อน ซึ่งแน่นอนว่าการพักผ่อนก็ต้องเพลิดเพลินและมีความสนุกปนมาอยู่ด้วย คาสิโน ไม่ได้มีเพียงแค่การเล่นพนัน แถมยังมีการเล่นกีฬาเข้ามาเกี่ยวอีกด้วย ตอนนี้แหล่งการพนันที่ถือว่าเป็นเจ้าพ่อแห่งวงการ หนีไม่พ้น มาเก๊า ที่นับว่าเป็นศูนย์กลางของการพนันและเป็นที่ยอมรับโด่งดังไปทั่วโลกแล้ว จึงทำให้เกิดเป็น คาสิโนออนไลน์ ที่ทำให้คนสามารถเข้าถึงได้มากขึ้นโดยที่ไม่ต้องเดินทางข้ามประเทศไป ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้เราสามารถร่วมลุ้นเหมือนอยู่คาสิโนเลย

เมื่อคาสิโนถูกแพร่หลาย ประเทศยักษ์ใหญ่แบบสหรัฐอเมริกา อีกทั้งประเทศอังกฤษ ก็ได้มีแหล่งรวมการพนันที่ยิ่งใหญ่อยู่เหมือนกัน ก็คือที่ แมนเชสเตอร์ นั้นเอง แต่ในประเทศไทยของเรานั้น การพนันยังถือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย หากพบเห็นผู้เล่นการพนันอาจจะต้องถูกจับและปรับเงิน ทำให้ คาสิโนในประเทศไทย จึงมีผู้คนร่วมเล่นมากมาย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

จะดีกว่าไหม? ถ้าหันมาเล่นคาสิโนออนไลน์ เล่นได้จริงแถมได้กำไร
คาสิโนออนไลน์ นั้นสามารถเล่นได้ทั้งวันทั้งคืน ไม่แตกต่างกับคาสิโนของจริง สามารถทำการฝาก-ถอนเงินได้จริง และไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก เพียงมีอินเตอร์เน็ต ก็สามารถเข้าเล่นได้ทุกที่ทุกเวลา ขั้นตอนง่ายๆเพียงเท่านี้ ทำให้ยุคนี้การเล่นพนันผ่านคาสิโนออนไลน์จึงเป็นที่นิยมจนหยุดไม่ได้ ส่งผลให้ประเทศของเรามีอัตราเจริญรุ่งเรืองทางด้านคาสิโนออนไลน์ เพราะคนที่จะข้ามไปเล่นถึงมาเก๊าได้นั้น ต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างมากกว่าจะได้เข้าไปเล่น

ครบจบที่เดียว คาสิโนออนไลน์ แหล่มรวมเกมคาสิโน สุดยอดฮิตในหมู่นักลงทุนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเกม,บาคาร่า, สล็อต,กีฬา หรือเกมอื่นๆ เรามีครบพร้อมให้นักลงทุนคนมาเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ พร้อมการดูแลเอาใจใส่ คอยแนะนำวิธีการเล่น 24 ชั่วโมง ทำให้คุณไม่ต้องกลัวว่า คาสิโนออนไลน์ นั้นจะน่ากลัวอันตราย หรือไม่ปลอดภัย เพราะเรามีเว็บที่ให้บริการที่ได้รับมาตรฐาน คุณจะต้องสนุกกับมันแน่นอน

เกมพนันในคาสิโนมีอะไรบ้าง
เกมพนันในคาสิโน สำหรับบทความนี้เราก็จะมาแนะนำเกมพนันออนไลน์ในคาสิโนยอดนิยมที่นักพนันเลือกเล่นมากที่สุด ซึ่งแต่ละเกมนั้นก็จะมีรูปแบบ วิธีการเล่น และรายละเอียดที่แตกต่างกัน พร้อมกับการจ่ายเงินของแต่ละเกมก็จะไม่เหมือนกัน ก่อนการเล่นนักพนันจึงจะต้องทำความเข้าใจกับทุกเกมให้ได้ก่อน และเราจะแยกเกมพนันแต่ละเกมที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ พร้อมรายละเอียดคร่าวๆ ได้ดังนี้

บาคาร่า
เกมไพ่ยอดนิยมที่ตอนนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักไพ่บาคาร่า เป็นเกมพนันที่มีลักษณะการเล่นเหมือนกับป๊อกเด้ง การเล่นจะแบ่งเป็น 2 ฝั่งคือ Banker กับ Player หรือแดงกับน้ำเงิน เจ้ามือจะทำการแจกไพ่ทั้ง 2 ฝั่งฝั่งละ 2-3 ใบไพ่ฝั่งใดมีแต้มมากกว่ากัน ก็จะชนะไปหากท่านทายถูกก็จะได้รับเงินเดิมพันไป นอกจากนั้นท่านยังสามารถแทงเสมอได้อีกด้วยหากถูกท่านจะได้รับเงินสูงขึ้นอีกด้วย

สล็อต
ตู้เกมเสี่ยงดวงที่มีคันโยกการออกแบบในอดีตจะเป็นแนวผลไม้หลากหลายชนิด โดยจะต้องโยกให้เข้าไลน์ชนะ แต่ในปัจจุบันสล็อตเมื่อมาอยู่ในออนไลน์จึงมีการเล่นที่ง่ายและสะดวกกว่า และยังมีรางวัลโบนัส แจ็คพอตอีกมากมายที่จะให้ผู้เล่นได้รับอีกด้วย

รูเล็ต
เกมเสี่ยงผลตัวเลข เพียงแค่ผู้เล่นเลือกตัวเลขในวงล้อมาหนึ่งตัว แล้วรอให้หมุนวงล้อตรงกับตัวเลขที่ผู้เล่นเลือก หากตรงกับที่เลือกท่านก็มีโอกาสได้รับรางวัลมากมาย เกมนี้มีลักษณะแตกต่างจากเกมพนันอื่นๆ ด้วยรูปแบบ อุปกรณ์การเล่นที่มากกว่า แต่นับว่ามีโอกาสการถูกรางวัลมากกว่าเกมอื่นๆ เช่นกัน

สำหรับนักพนันที่ เล่นพนันคาสิโนออนไลน์ ตามเว็บพนันต่างๆ นักพนันจะต้องเจอ ศัพท์ต่างๆในการเล่นที่นักพนันเองไม่คุ้นกันเป็นปกติอยู่แล้ว ยิ่งสำหรับมือใหม่ ยิ่งอาจจะทำให้ไม่เข้าใจ ถึงความหมายของคำศัพท์นั้นๆ จึงจะทำให้นักพนันเล่นเกมคาสิโนได้ยากอีกด้วย วันนี้ทาง gik จึงได้รวบรวมคำศัพท์ในการเล่นเกมคาสิโนออนไลน์ อย่าง ไพ่โป๊กเกอร์ Poker มาแนะนำ เป็นตัวอย่าง ให้นักพนันทั้งหลายได้รู้จักกัน

ศัพท์พนันต่างๆของไพ่โป๊กเกอร์ Poker

วิธีดูไพ่โป๊กเกอร์ Poker
Blinds การวางเดิมพันบังคับที่ลงโดยผู้เล่นสองคน ที่อยู่ทางด้านซ้ายของเจ้ามือ (คนที่อยู่ติดกับเจ้ามือจะวางเดิมพันบังคับในจำนวนที่น้อยกว่า ส่วนคนที่อยู่ถัดไป จะวางเดิมพันก้อนใหญ่)
Bluff กลเม็ดที่ผู้เล่นเดิมพันบนมืออ่อน เพื่อผลักให้มือที่แข็งกว่าหลบไป
Buy-in มูลค่าชิปที่ผู้เล่นต้องซื้อเพื่อเข้าร่วมในเกม
Community Cards ในเกม Texas Hold’em ไพ่ห้าใบจะถูกแจกหงายหน้าขึ้น เพื่อให้ใช้ได้โดยผู้เล่นทุกคน
Flop รอบแรกซึ่งไพ่ community สามใบถูกแจกหงายหน้าขึ้น
Flush ไพ่ห้าใบจากชุดเดียวกัน
Hole Cards ไพ่สองใบที่ถูกแจกให้แก่ผู้เล่น
Pair ไพ่สองใบที่มีแต้มเท่ากัน เช่น คู่ 4 หรือคู่เอซ
Pot มูลค่ารวมของการวางเดิมพันบนมือใดมือหนึ่ง
Rake ค่าคอมมิชชันของ House จากทุก pot นี่คือวิธีที่ House จะทำเงินจากเกมโป๊กเกอร์
River ไพ่ใบที่ห้าและไพ่ community ใบสุดท้ายที่ถูกแจกออกไป
Round of Betting ผู้เล่นเลือกหนึ่งในสี่ทางเลือกในการวางเดิมพันแต่ละรอบ: ดู เรียก เพิ่ม หรือหลบ
Royal Flush straight ที่มีค่าสูงสุดเรียงตามลำดับดังนี้ – เอซ คิง แหม่ม แจ๊ค และสิบโพดำ นี่คือไพ่ที่ดีสุดในเกม (แม้ว่าจะไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก)
Straight ไพ่เรียงกันห้าใบจากชุดไหนก็ได้ เช่น แจ๊ค, 10, 9, 8 และ 7
Trips Three-of-a-king คือ ไพ่เหมือนกันสามใบ เช่น แจ๊คสามใบ หรือ ไพ่ 4 สามใบ
Turn ไพ่ community ใบที่สี่ที่ถูกแจกออกไป

ufabet     

 

รีวิว The Current War หนังที่จำลองเวลาสำคัญของประวัติศาสตร์

THE CURRENT WAR

รีวิว The Current War สงครามไฟฟ้า คนขั้วอัจฉริยะปกติเรามักคุ้นชินชื่อของ “เอดิสัน” อัจฉริยะผู้พาให้โลกให้สว่างไสวในยามกลางคืนด้วยหลอดไฟฟ้า จากหนังสือเรียนสมัยประถม ภาพลักษณ์เอดิสันในหนังสือเรียนมีแต่ด้านดีงาม เป็นตัวแทนของความอุตสาหะ มีพรสวรรค์กับพรแสวงพร้อมกันในตัว

แต่ในหนัง จะพาคุณไปพบกับข้อเท็จจริงอีกด้านว่า เอดิสันก็เป็นคนมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่มีทั้งทิฐิ เย่อหยิ่งจองหอง มิหนำซ้ำยังเล่นสกปรกสาดโคลนใส่คู่แข่งเพียงเพื่อชัยชนะทางธุรกิจเท่านั้น…

หนังพาเราไปพบกับจุดเริ่มต้นของสงครามไฟฟ้า หลังจากที่ “โทมัส อัลวา เอดิสัน” ประดิษฐ์หลอดไฟส่องสว่างยาวนานได้สำเร็จ และต้องการตั้งโรงงานผลิตไฟฟ้ากระแสตรง DC เพื่อใช้กับหลอดไฟกระแสตรงของเขา

แต่ไม่ใช่เอดิสันคนเดียวที่ลงมาทำสิ่งนี้ “จอร์จ เวสติงเฮ้าส์” นักประดิษฐ์และนายทุนธุรกิจเกี่ยวกับแก๊สก็ได้เข้ามาร่วมวงด้วยการผลักดันกระแสไฟฟ้าสลับ AC สู้กับเอดิสัน พร้อมทั้งมีหลอดไฟในแบบของตัวเช่นกัน (แต่ส่องสว่างสั้นกว่า) รวมถึงการมาของ “นิโคลา เทสลา” อัจฉริยะนักประดิษฐ์อีกคนที่เคยทำงานกับเอดิสัน ก่อนจะออกมาฉายเดี่ยวภายหลัง ซึ่งทั้ง 3 คนนี้จะมีบทบาทหลักตามประวัติศาสตร์จริง ในยุคที่กระแสไฟฟ้าพึ่งเริ่มนำมาใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้คน

หนังเลือกมอบบทบาทให้ทั้ง 3 คนไม่เท่าเทียมกันทั้งเวลาและบท แต่ก็เป็นไปตามจริงเพื่อทำให้เราเข้าใจได้ว่า ทำไมเอดิสันถึงกลายมาเป็นที่จดจำของคนทั่วโลกมากกว่า ทั้งๆ ที่กระแสไฟตรง DC ของเอดิสันเป็นผู้แพ้? หนังฉายให้เห็นว่าเอดิสัน (เบเนดิคท์ คัมเบอร์แบตช์) เป็นนักประดิษฐ์ผู้กระหายทำฝันของตัวเองให้สำเร็จ โดยใช้อีโก้ของตัวเองเป็นตัวนำแม้ใครจะทักท้วงก็ตาม ซึ่งเขารู้ทั้งรู้ว่ากระแสไฟตรงที่ตัวเองพัฒนามีจุดด้อยกว่าไฟฟ้ากระแสสลับ (กำลังส่งใกล้ ต้นทุนสูงกว่ามาก) ก็ไม่ยอมเปลี่ยนแนวทาง ด้วยนิสัยเย่อหยิ่ง

ไม่คบค้าสมาคมกับใครง่ายๆ เขามีทิฐิว่าสิ่งที่ตัวเองคิดต้องดีกว่า ปลอดภัยกว่า จึงพร้อมผลาญเงินนายทุนตามอีโก้ของตัวเองอย่างไม่แคร์ สุดท้ายก็ทำให้เขาโดนเท นายทุนหันไปหากระแสไฟฟ้าสลับของ จอร์จ เวสติงเฮ้าส์ ที่ต้นทุนถูกกว่า เมื่อสู้ในเกมตรงๆ ไม่ได้ เอดิสันก็เลือกสาดโคลนให้กระแสไฟฟ้าสลับดูน่ากลัวเกินจริง ด้วยการจัดฉากช็อต หมา แมว กระต่าย ม้า ไปจนถึงช้างให้ตายต่อหน้านักข่าว รวมถึงเป็นคนต้นคิดออกแบบสร้างเก้าอี้ไฟฟ้าไว้ประหารนักโทษขึ้นมา โดยตั้งใจไว้โจมตีคู่แข่งเพียงแค่นั้น (ซึ่งในแบบเรียนของเด็กๆ คงไม่กล้าใส่ไว้แน่นอน)

ทั้งที่ในความเป็นจริงไฟฟ้า DC ก็ช็อตคนตายได้เหมือนกัน แต่เอดิสันเลือกพูดไม่หมด แถมพูดย้ำออกสื่อเสมอว่าจะไม่คิดประดิษฐ์สิ่งที่ทำร้ายผู้คน เขาเป็นนักการตลาดสร้างภาพในตัว เลือกส่งภาพลักษณ์ด้านสว่างแก่สื่อให้ตัวเองดูดี แล้วก็สาดความมืดใส่คู่แข่งแบบไม่แย่แสใดๆ เอดิสันชอบพรีเซนต์ชื่อตัวเองปะไว้กับทุกอย่าง

แม้ว่าหลายอย่างเขาจะไม่ได้เป็นผู้คิดค้นจริงก็ตาม (ลูกน้องในบริษัทคิด) การตลาดหลายๆ อย่างนี้เองทำให้ชื่อของเอดิสันเป็นที่จดจำมากกว่าผู้ชนะอย่าง “จอร์จ เวสติงเฮ้าส์” มาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับ “จอร์จ เวสติงเฮ้าส์” เจ้าของบริษัท Westinghouse Electric ผู้ผลิตกระแสไฟฟ้าสลับและชนะในสงครามครั้งนี้ แต่กลับไม่เป็นที่รู้จักสักเท่าไหร่นัก เนื่องมาจากเขาเป็นนักประดิษฐ์และนักลงทุนที่ทำธุรกิจตรงไปตรงมา และไม่ได้สนใจจะเข้าไปตอบโต้ออกสื่อ หรือเล่นในเกมที่เอดิสันจัดฉากให้ชื่อเขาเป็นผู้ร้ายฆ่าคนตายทางอ้อม เขายืนยันว่าธุรกิจนี้วัดกันที่คุณภาพของสิ่งประดิษฐ์ ซึ่งสุดท้ายจุดยืนของเขาก็พิสูจน์ว่าถูกต้อง สินค้าที่ด่ีราคาเหมาะสมนั่นย่อมตอบโจทย์มากกว่าเสมอ ภาพของ จอร์จ เวสติงเฮ้าส์ ในหนังเป็นคนดี มีศีลธรรม ห่วงใยลูกน้องในโรงงาน

แม้ตัวเองจะพบวิกฤติแค่ไหนก็ยังพยายามโอบอุ้มให้ได้มากที่สุด หนังตัดสลับให้เวลากับจอร์จพอกับๆ เอดิสัน แต่ดำเนินไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกและการทำงานเรียบๆ ลุ่มลึก จริงจัง โดยมีคู่หูนักประดิษฐ์และภรรยาของเขาช่วยผลักดันให้จอร์จทำความหวังผลิตไฟฟ้าทั่วอเมริกาให้สำเร็จ

หนังทำชีวิตจอร์จมาเรียบๆ ตรงตามประวัติศาสตร์ ซึ่งจอร์จมีภาพลักษณ์ของนายทุนนักประดิษฐ์ ที่เลือกอยู่เงียบๆ เบื้องหลัง มากกว่าจะเอาตัวเองมาเป็นจุดขายแบบเอดิสัน

 

ufabet    

รีวิว Midsommar เทศกาลสยอง เนื้อหาเชิงจิตวิทยาของการสูญเสีย

Midsommar

Midsommar เทศกาลสยอง ผลงานภาพยนตร์เรื่องที่สองจากผู้กำกับและเขียนบทที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากหนัง Hereditary กรรมพันธุ์นรก ว่าด้วยเรื่องราวของกลุ่มนักศึกษาที่เดินทางไปท่องเที่ยวพร้อมทั้งทำวิทยานิพนธ์พิธีกรรมโบราณในหมู่บ้านชนบทอันห่างไกลของประเทศสวีเดน ที่มีปรากฎการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืน (อ่านรายละเอียดท้ายรีวิว) ซึ่งทำให้นักศึกษากลุ่มนี้ได้ไปพบเรื่องสยองแบบไม่คาดคิด

เชื่อว่าหลายคนที่สนใจหนังเรื่องนี้คงเพราะจากชื่อเสียงในหนังเรื่องก่อน รวมถึงหลายเสียงรีวิวร่ำลือว่าเป็นหนังสยองขวัญลึกลับแนวใหม่ ซึ่งในรีวิวนี้จะเป็นการมองแบบนักดูหนังธรรมดา มากกว่าจะลงลึกอะไรถึงรายละเอียดในเรื่อง

ดังนั้นจะมีการสปอยล์เรื่องคร่าวๆ ไปพร้อมกันเพื่อให้เห็นภาพว่าหนังเรื่องนี้จริงๆ แล้วเป็นอย่างไร (โดยส่วนตัวไม่คิดว่าเรื่องนี้หักมุมหรืออะไร หนังราบเรียบมากกว่าที่คิด)

หนังเริ่มต้นด้วยเนื้อหาเชิงจิตวิทยาของการสูญเสียครอบครัวของนางเอก ซึ่งถูกผูกโยงเข้ากับการได้มาเห็นพิธีกรรมกลางฤดูร้อนอันแสนประหลาดในหมู่บ้านชนบท ที่ภายนอกดูเรียบง่ายไม่มีพิษมีภัย ซึ่งหนังเรื่องนี้ตั้งใจใช้ฉากของเรื่องราวในดินแดนที่พระอาทิตย์สว่างยาวนาน เพื่อลบล้างภาพลักษณ์หนังสยองขวัญที่มักต้องเดินเรื่องโดยอาศัยความมืดเป็นปัจจัยหลักทำให้หนังน่ากลัว

ซึ่งถามว่าได้ผลไหม ส่วนตัวไม่รู้สึกว่าหนังน่ากลัว แต่แค่มีฉากแหวะบางช่วง ซึ่งถ้าใครได้ดูเทรลเลอร์ก็เห็นกันมาก่อนแล้ว ในหนังก็มีแช่ภาพเพิ่มอีกนิดหน่อยเท่านั้น ซึ่งประเด็นความสยองกลางวันแสกๆ ที่นำมาเป็นจุดขายนั้น ก็เหมือนกึ่งๆ หลอกให้คนเข้าใจผิดว่าอาจจะเป็นหนังแบบเรื่องก่อน Hereditary ที่กึ่งๆ ผีและก็ไปทางปีศาจตลอดเรื่อง แต่สำหรับเรื่องนี้ไม่ใช่ และก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับผลงานเรื่องก่อนนี้เลย (แม้จะเกี่ยวกับพิธีกรรมเหมือนกัน)

Midsommar เป็นหนังที่เน้นงานศิลป์ มีนัยยะ สัญลักษณ์แฝงในทุกองค์ประกอบ เรียกว่าเป็นหนังที่ขายฉากงานศิลป์ในเรื่องมากกว่าอื่นใดทั้งหมด เพราะตัวบทหนังเอาจริงๆ เรียบง่ายมาก แทบไม่ได้มีอะไรหักมุม เซอร์ไพรซ์ใดๆ ทั้งสิ้น (ยกเว้นคุณจะคิดไปเองว่ามันมีอะไร) ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าหนังทำตรงนี้ออกมาได้ดีจริงๆ

ถึงขั้นเชื่อได้ว่ามีพิธีกรรมโบราณแบบนี้อยู่ในโลกปัจจุบันเลยก็ว่าได้ ซึ่งก็จะเกี่ยวข้องกับการบูชายัญให้แก่ดวงอาทิตย์ที่ส่องสว่างอย่างยาวนานในดินแดนแถบนี้นั่นเอง แม้ตัวหนังจะราบเรียบเรื่อยๆ ไปจนจบ (มีพีคบางช่วงนิดหน่อย) แต่งานศิลป์ที่โดดเด่นในเรื่องนี้แหละที่เป็นตัวพาให้คนดูติดตามเหมือนเป็นนักท่องเที่ยวตามตัวละครในเรื่องไปพร้อมกัน ซึ่งเอาอยู่ น่าติดตามดูฉากและพิธีกรรมต่างๆ ที่ค่อยๆ เปิดเผยออกมาในแบบหลุดโลก แต่ถ้ามองในมุมความจริงก็ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกอะไรที่จะมีพิธีกรรมโบราณทำเรื่องราวอะไรแบบนี้

แต่แค่เรื่องต้องเปิดใจยอมรับความแตกต่างของวัฒนธรรมเท่านั้น แถมยังมีแบ็คกราวด์รองรับความเชื่อเหล่านี้ใส่ไว้ในหนังได้อย่างน่าเชื่อถือทุกเรื่องราวว่ามีความเป็นมายังไง ดังนั้นนี่ไม่ใช่ความสยองขวัญตามที่หน้าหนังพยายามขายนัก แต่เป็นหนังที่แสดงความแตกต่างของวัฒนธรรมในโลกต่างหาก

นอกจากส่วนงานศิลป์ที่โดดเด่นเกินหน้าทุกอย่างมากแล้ว อีกส่วนองค์ประกอบหนึ่งของหนังที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือ มุมกล้องที่ถ่ายออกมาได้อย่างสอดคล้องไปกับงานศิลป์ได้อย่างน่าทึ่ง นี่เป็นหนังที่ใช้มุมกล้องเล่าอารมณ์ของเรื่องได้เป็นอย่างดี หลายๆ ซีนไม่ต้องมีบทพูดใดๆ มุมกล้องก็แทบจะบรรยายให้เรารับรู้ได้เองทั้งหมด

นี่เป็นหนังที่หลายๆ ฉากในหนังสามารถตีความได้หลากหลายลึกซึ้งกว่าที่เห็นมาก เรียกว่าแล้วแต่ประสบการณ์ส่วนตัวของผู้ชมเองเลยที่จะคิดว่าเรื่องนี้เป็นอย่างที่เห็นหรือไม่ ซึ่งหลายเรื่องก็ไม่ได้มีทั้งผิดหรือถูกชี้ชัดอะไรออกมาตรงๆ แต่หนังก็คือหนัง สุดท้ายในเรื่องราวตอนจบก็ยังต้องผูกให้มีตัวดีตัวร้าย

ซึ่งพอเฉลยออกมาไม่ผิดคาดทำให้หนังทั้งเรื่องดูธรรมดาไปทันที ผิดกับเรื่องก่อนที่ยังมีความหักมุมอยู่บ้าง ซึ่งหนังก็พยายามใบ้ให้เห็นมาตลอดทางว่าจะเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ส่วนตัวก็รู้สึกผิดหวังที่หนังง่ายไปหน่อยกับการปูเรื่องราวให้ดูมีปมมาตลอด

 

บาคาร่า  

รีวิว Weathering With You ฤดูฝัน ฉันมีเธอ ผลงานของ อ. มาโกโตะ ชิงไก

รีวิว Weathering With You ฤดูฝัน ฉันมีเธอ

Weathering With You ผลงานล่าสุดของ อ. มาโกโตะ ชิงไก ที่สานต่อความสำเร็จต่อจาก YOURNAME หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ เมื่อปี 2016 สู่ WEATHERING WITH YOU ฤดูฝัน ฉันมีเธอ ในปี 2019 ผมรู้ว่างานนี้มันเป็นงานที่กดดันมาก ๆ เพราภาพยนตร์เรื่องนี้เพิ่งจะทำเสร็จเพียงไม่ถึงอาทิตย์ก่อนฉายเอง ซึ่งรอบนี้งานที่เปี่ยมด้วยความงดงาม และลายเซ็นเดิมจะเสริมให้ เรื่องนี้เป็นมาสเตอร์พีชอีกชิ้นได้มั้ย ก่อนอื่นอ่านเรื่องย่อกันก่อนที่เราจะมาแกะรอยหนังไปพร้อม ๆ กัน

 

บอกเล่าถึง โมริชิมะ โฮดากะ เด็กนักเรียนมัธยมปลายที่หนีจากโตเกียวมาแสวงหาโชคในโตเกียวที่โอกาสดูจะริบหรี่เต็มทน แต่เขาก็โชคดีที่ได้พบกับสุกะ เจ้าของสำนักพิมพ์วารสารสิ่งลึกลับเหนือธรรมชาติ และ นัตซึมิ หญิงสาวที่อยู่ด้วย คอยช่วยเหลือ

ในขณะเดียวกันในเมืองนั้นก็เต็มไปด้วยปรากฏการณ์แปลกประหลาดที่ทำให้ฝนตกอยู่ตลอดเวลา แต่โฮดากะก็ได้พบกับ อามาโนะ ฮินะ หญิงสาวแสนสดใสและน่ารักที่มีความมหัศจรรย์ที่สามารถทำให้ท้องฟ้าแจ่มใสได้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงเปรียบเสมือนแสงตะวันที่สาดส่องให้กัน ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส

 

มาโกโตะเลือกที่จะเล่าเรื่องแบบเส้นตรง ไม่ดูยากจนต้องคิดตามหลายรอบ เรียงลำดับเรื่องอย่างเรียบง่ายผสมผสานแฟนตาซี วิทยาศาสตร์พื้นฐาน และตำนานพื้นบ้านญี่ปุ่นที่เข้าถึงง่าย ในทุก ๆ ฉากมีความหมาย ทั้งการกระทำของตัวละครที่ต้องผ่านการเติบโตหรือแม้แต่ธรรมชาติเอง แต่สิ่งที่ได้รับการต่อยอดจากผลงานก่อน ๆ คือ การให้ความสำคัญกับตัวละครและแวดล้อมรอบ ๆ ตัวเอก

ทั้งลักษณะนิสัยที่มีสีสันให้กับเรื่อง ซึ่งอาจจะยังไม่สมบูรณ์มากนัก เพราะหนังยังต้องให้ความสำคัญกับตัวเอกหลัก ๆ อยู่ตามธรรมเนียม แต่ยังไงก็ตามนี่น่าจะเป็นภาพยนตร์ที่ดูง่ายที่สุดของชิงไก อาจจะขาดความละเอียดอ่อนไปบ้าง จากการที่ภาพยนตร์ต้องเล่าเรื่องอย่างรวบรัดในบางช่วง จนลืมขยี้ช่วงสำคัญ ซึ่งก็แล้วแต่คนดูว่าจะดื่มด่ำกับเนื้อเรื่องมากแคไหน

เรื่องนี้ทำให้อดนึกถึง The Garden Of The Words หรือ ยามสายฝนโปรยปราย ผลงานของแกก่อนหน้าไม่ได้เลย เพราะพูดถึงฝนและการเติบโตผ่านตัวละครต่างวัย แต่เรื่องนี้เข้มข้นกว่าโดยการทิ้งประเด็นสำคัญ ทั้งการดิ้นรน การหนีออกจากที่ ๆ เคยเป็น การแบกความรับผิดชอบไว้ การพยายามเป็นผู้ใหญ่ที่มีความหมาย

และโชคชะตาที่เปี่ยมไปด้วยสิ่งที่เหนือกว่าความเข้าใจ ให้เกิดเป็นเรื่องราวที่ทั้งมหัศจรรย์ แต่ในขนาดเดียวกันก็จริงจนสะอึกอยู่หลายครั้ง ว่า เราเป็นแบบที่ตัวละครไหนเป็นกันแน่นะ เรียกได้ว่าเป็นงานทะเยอทะยานอีกหนึ่งงานของชิงไก ซึ่งถือเป็นดาบสองคม เพราะถ้าหากไม่สามารถเก็บรายละเอียดประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ได้ก็อาจทำให้ไม่สามารถเข้าใจการกระทำของตัวละครได้เลย ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่เกิดขึ้นในหนังทั้งหมด ล้วนมีเหตุผลที่รองรับต่อการกระทำนั้น ๆ

ภาพสวยยกระดับไปอีกขั้นสมกับผลงาน เราจะได้เห็นโตเกียวในทุกอิริยาบถราวกับเป็นตัวละครหลักอีกตัวของเรื่อง ควบคู่กับท้องฟ้าที่สวยงาม หยดน้ำจากฝนที่ตกลงมา รูปลักษณ์ของฟ้าผ่า หิมะที่ร่วงอย่างช้า ๆ ทุกอย่างมันสวยจนเกินจริงไปในบางช่วง แต่ผมว่านี่ล่ะเอกลักษณ์ของงานแก

ซึ่งผมไม่เห็นส่วนที่อาจจะเผาของแกนะ เพราะมัวแต่ละลานตาอยู่กับสภาพเมืองโตเกียว ที่เหมือนจำลองมาจากชีวิตจริงของคนที่นั่นเลย สถานที่ทุกอย่างใกล้เคียงกับความจริง ฉากแลนด์มาร์ก และโฆษณามาเพียบ ซึ่งก็ไม่ได้ขัดตาแต่อย่างใด อาจเพราะเป็นเรื่องธรรมดาของภาพยนตร์ที่จะต้องมีโฆษณาแฝงอยู่ด้วย แต่นอกเหนือจากนั้น ยังเป็นปัญหาการตัดต่อที่ไม่สมูทและมีเดดแอร์จนขัดอารมณ์หนังไป

ถ้าใครตามอ่านบทความเกี่ยวกับวงแรดวิมส์ของผมจะทราบว่า ชิงไกนั้นเป็นแฟนคลับของวงนี้ และได้ให้กำกับดนตรีประกอบ และเพลงประกอบในภาพยนตร์นี้ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าบทเพลงห้าเพลงที่ผมได้เคยแปลไว้ ก็เข้ามามีบทบาทในหนังเช่นกัน ซึ่งเพลงชูหลักของภาพยนตร์นี้มีอยู่สองเพลงคือ 愛にできることはまだあるかい (Ai ni dekirukoto wa mada arukai) – ยังมีสิ่งใดที่รักนั้นพอทำได้อีกบ้างไหม และ 大丈夫 (Daijoubu) – ไม่เป็นไร ต่างก็ทำหน้าที่ในการสร้างอารมณ์ร่วมได้ดี

แต่ทว่าในบางครั้ง บางเพลงก็ถูกกดทับด้วยจังหวะหนังที่ผิดคาดไปบ้าง ซ้ำไปบ้างไม่ค่อยหลากหลาย จนดูไม่สำคัญกับเนื้อเรื่อง ซึ่งหากใครไม่ชอบตรงนี้ก็ไม่แปลกใจครับ แต่ถ้าเข้าใจเพลง มันจะช่วยให้รับรู้ถึงความรู้สึกของตัวละครที่กำลังเป็นอยู่ด้วย ในส่วนของเสียงอื่น ๆ ก็อยู่ในขั้นดี สมจริง เสียงต่าง ๆ นี่ก็กระหึ่มเลย เสียงฝน เสียงฟ้า เสียงรถรา เสียงผู้คนจ้อกแจ้ก บ่งบอกถึงการใส่ใจในรายละเอียดของชิงไกได้เป็นอย่างดี

หนังใช้ ฝน แทนการเล่าเรื่องความเทาของสังคมโตเกียว ร้านต่าง ๆ ธุรกิจสีเทาที่มีอยู่ทั่ว การกระทำของตัวละครบางเรื่องที่ดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่ก็มีความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่ฮีโร่ที่ออกมาจากในภาพยนตร์ แต่แค่อยากจะเอาตัวรอดจากสภาพแวดล้อมที่มันบิดเบี้ยวของโลกใบนี้ก็แค่นั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้จะตั้งคำถามกับคนดูว่า จะเลือกทำตามชะตา หรือ จะฝืนชะตา จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีความหวัง หรือถอดใจต่อความฝัน เหมือนที่เพลงของแรดวิมส์พร่ำบอกในฉากสำคัญของเรื่อง

 

บาคาร่า