ทำความเข้าใจ ซีรีส์เกาหลี SKY Castle บทสรุปที่สะท้อนสังคมการศึกษา

SKY Castle

ทำความเข้าใจ ซีรีส์เกาหลี SKY Castle บทสรุปที่สะท้อนสังคมการศึกษา ‘พ่อแม่ทุกคน ล้วนคาดหวังให้ลูกประสบความสำเร็จ’ เรามักได้ยิน ได้เห็นประโยคนี้กันประจำในชีวิตของเรา ซึ่งในโลกของความเป็นจริง เราได้เห็นพ่อแม่ที่เคี่ยวเข็ญ กดดัน หรือแม้แต่พยายามหาช่องทางสนับสนุนให้ลูกๆ ได้เติบโตไปถึงฝั่งฝัน และประสบความสำเร็จกันมากมาย

แต่ในขณะเดียวกัน วัยรุ่นจำนวนไม่น้อยก็ได้รับ ‘บาดแผล’ จากความคาดหวังเหล่านั้น

ภาพเหล่านี้ สะท้อนให้เราเห็นผ่านซีรีส์เกาหลี ‘SKY Castle’ ของช่อง JTBC ที่กำลังโด่งดัง ทำลายสถิติ และเรทติ้งละครช่องเคเบิลของเกาหลีไปได้ ด้วยเนื้อหาที่เสียดสีสังคมเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบการศึกษา การเข้มงวดกับการติว เรียนพิเศษ เพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย ไปจนถึงปัญหาในครอบครัว และชนชั้นทางสังคม ที่ไม่ว่าดูกันกี่ตอนๆ ซีรีส์ยิ่งสะท้อนปัญหาเหล่านี้ให้เราได้เห็นชัด และอินไปกับมันยิ่งขึ้น

ซีรีส์เล่าเรื่องราวของ 4 ครอบครัวในหมู่บ้าน SKY Castle ที่เหมือนปราสาทชั้นสูง รวมผู้อยู่อาศัยชั้นนำ และมีหน้าตาในสังคม ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐี นายแพทย์ฝีมือดี ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย ที่แต่ละครอบครัวต่างก็ใช้ชีวิต เลี้ยงลูกอย่างเข้มงวด เพื่อปูทางให้ลูกๆ สอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยวิธีต่างๆ

SKY Castle ไม่ใช่เพียงชื่อหมู่บ้าน แต่ผู้เขียนบทยังตั้งใจตั้งชื่อ SKY ให้สอดคล้องกับมหาวิทยาลัยที่โด่งดัง และมีชื่อเสียงที่สุดในเกาหลีอย่าง Seoul National University (มหาวิทยาลัยแห่งชาติกรุงโซล), Korea University (มหาวิทยาลัยโคเรีย หรือโคแด) และ Yonsei University (มหาวิทยาลัยยอนเช) ที่ต่างเป็นเหมือนเป้าหมาย และความฝันของนักเรียนเกาหลี เช่นเดียวกับความฝันของเหล่าแม่ๆ และลูกๆ ในเรื่องนี้

 

ลูกและการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่ถูกเซ็ตไว้เป็นเป้าหมายชีวิต
เกาหลีใต้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่เรียนหนักที่สุดในโลก และมีนักเรียนเริ่มเรียนพิเศษเฉลี่ยตั้งแต่ 9 ขวบ เพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่ทำให้นักเรียนวัยรุ่นเกาหลีต้องใช้เวลาส่วนมากกับการเรียนกันมากถึง 60 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หลายคนไม่มีเวลาแม้กระทั่งออกกำลังกาย หรือใช้กับครอบครัว ซึ่งในซีรีส์เรื่องนี้ยิ่งสะท้อนการเรียนหนักของเหล่านักเรียนให้เราเห็นได้อย่างชัดเจน

ไม่ว่าจะเป็นความเครียดของเด็ก ม.1 ที่ต้องเรียนพิเศษทุกวัน ถึงดึกดื่นหลังเลิกเรียน ภาพของนักเรียนม.ปลายในโรงเรียนหัวกะทิ ที่กว่าจะเลิกเรียนก็เลยเวลาเย็นแล้ว และการรวมกลุ่มติวพิเศษที่บรรดาแม่ๆ จัดหาให้ลูก ไปถึงโค้ชติวเตอร์ส่วนตัวตลอด 3 ปี ในชั้น ม.ปลาย ที่จัดทุกตารางชีวิต การเรียน การทำกิจกรรมอาสา พร้อมการันตีด้วยผลงานติวเด็กติด 100% แต่ก็มีราคาจ้างขนาดที่ต้องขายที่ดิน ใจกลางเมืองเพื่อจ่ายเงินโค้ชเหล่านี้

ซีรีส์ยังเสนอประเด็นเรื่องค่านิยม และการเชิดชูคณะ และมหาวิทยาลัย (ที่ก็คล้ายคลึงกับสังคมบ้านเรา) โดยเฉพาะ ‘คณะแพทยศาสตร์’ ว่าการสอบติดคณะนี้ ยิ่งในมหาวิทยาลัยโซล เป็นเหมือนความสำเร็จยิ่งใหญ่ในชีวิต และเป็นสิ่งที่ลูกๆ ต้องทำให้ได้

มากไปกว่านั้นคือในครอบครัวของตัวหลักของฮันซอจิน ยังโดนความกดดันของแม่สามี ให้ปูทางให้ครอบครัวมีแพทย์ รุ่นที่ 3 ให้ได้ หรืออย่างอีกครอบครัวที่จะภาคภูมิใจในตัวลูกสาวเป็นพิเศษ เพราะเธอสามารถเข้ามหาวิทยาลัยระดับไอวี่ลีค อย่างฮาร์วาร์ดได้

รวมไปถึง การแข่งขันในระหว่างการเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่เหล่าเด็กๆ ในเรื่องถูกกดดันจากพ่อแม่ว่าต้องเป็นที่ 1 เท่านั้น ทั้งเมื่อเป็นที่ 1 แล้ว ต้องได้คะแนนเต็มในทุกวิชา ต้องมองเพื่อนหรือแม้กระทั้งฝาแฝดของตัวเองเป็นคู่แข่ง ต้องไปให้ถึงยอดปิรามิดแห่งความสำเร็จ ซึ่งในเรื่อง เราเห็นถึงการสอนของชามินฮยอก ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายได้พูดกับภรรยาตนเอง ที่พยายามขัดขวางการกดดันลูกว่า “เป้าหมายการศึกษาของเกาหลี คือการให้เด็กทำข้อสอบกันเก่งๆ ความทรงจำด้านความสำเร็จจะเป็นแรงกระตุ้นให้เด็กขยัน และพ่อแม่มีหน้าที่สร้างความทรงจำให้ลูก”

สิ่งเหล่านี้ ล้วนกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้เด็กๆ กลายเป็นตัวแทนความฝันของพ่อแม่ เด็กรู้สึกว่าจะเป็นลูกที่ดีได้ต้องเรียนให้ดีเท่านั้น และความพยายามในความสำเร็จของพวกเขา ถูกนำไปเป็นเพียงเรื่องเสริมบารมีของพ่อแม่ ซึ่งในเรื่องก็สะท้อนให้เห็นปัญหาและความรู้สึกของเด็กๆ เหล่านี้ ที่สุดท้ายแต่ละคน และแต่ละครอบครัวก็พยายามดิ้นรน หาทางออกที่เป็นจุดร่วมระหว่างลูก และพ่อแม่ที่แตกต่างกันไป

ดูหนังออนไลน์