รีวิว How to Train Your Dragon 2 อภินิหารไวกิ้งพิชิตมังกร 2

 How to Train Your Dragon 2

How to Train Your Dragon 2  ความคิดเห็นเกี่ยวกับวิธีการฝึก Dragon 2 หลังจากความคิดเห็นและสิทธิประโยชน์ส่วนแรกประสบความสำเร็จอย่างมากแอนิเมชั่นได้รับการผลิตในใจของหลาย ๆ คนในส่วนที่สองนี่คือกลุ่มตัวแทนขาย ร่วมกับนักพากย์และนักแสดงหญิงต้นฉบับ Cate Blanchett (เคทแบลนเชตต์) มาเป็นตัวแม่ของไอซี เรื่องราวนี้เป็นเวลาห้าปีหลังจากที่ทั้งสองประสบความสำเร็จในพันธมิตรมังกรและไวกิ้งบนเกาะเบิร์ค Astrid Snotlouht และเพื่อน ๆ ของเขากำลังฝึกฝนทักษะของพวกเขา เข้าร่วมการแข่งขันมังกรนี่คือกีฬาใหม่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดบนเกาะ Berk คู่รักที่แยกกันไม่ออกข้ามท้องฟ้า การเดินทางไปยังดินแดนที่ยังไม่ถูกค้นพบเพื่อเตรียมพร้อมที่จะสำรวจโลกใหม่ในการผจญภัยครั้งนี้พวกเขาได้ค้นพบถ้ำน้ำแข็งลึกลับ นี่คือรังของมังกรป่าจำนวนมากรวมถึงอัศวินมังกรผู้ลึกลับที่พบพวกมันในสนามรบ เพื่อรักษาสันติภาพการเล่น ic และฟันต้องปกป้องความเชื่อของพวกเขา ก็ต่อเมื่อเราตระหนักว่าเราสามารถสร้างพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ก็ต่อเมื่อเราทำงานร่วมกัน อนาคตของมนุษย์และมังกร

หนังยังคงกำกับโดย ดีน เดบลูย์ จากภาคแรก ที่ตัวหนังนั่นสร้างมาจากหนังสือที่ตอนนี้มีถึง 10 เล่มด้วยกัน ซึ่งนี้คือเล่มที่ 2 ที่แน่นอนว่าการผจญภัยจะใหญ่ขึ้น และ เข้มข้นขึ้นตามสไตล์อนิเมชั่นภาคต่อ และนั่นก็ดูเหมือนจะเป็นจุดเด่น และ จุดที่กินใจที่สุดสำหรับภาคนี้เลยก็ว่าได้ ที่ในภาคแรกนั่น ฮิคคัพ ต้องเปลี่ยนใจคนในหมู่บ้านตัวเอง แต่ในภาคนี้มันเหมือนกับ ลูกนกออกจากรัง

ที่ต้องไปสู่โลกที่กว้างใหญ่มากขึ้น และต้องเรียนรู้บทเรียนที่โหดร้ายว่า มิใช่คนทั้งโลกที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อเขาเจอกับ ดราโก้ ผู้ควบคุมมังกร ซึ่งในแง่ของความเป็นนัยยะแฝงที่มาตั้งแต่ภาคแรก นั่นคือเรื่องราวของความเป็น กบฏ ที่ต้องการท้าทายอำนาจใหญ่ ก็จัดวางออกมาให้เห็นได้อย่างเด่นชัดยิ่งกว่า

เช่นเดียวกับในแง่ของการเล่าเรื่องที่ผสมผสานถึงประเด็นต่างๆ และฉากแอ็คชั่น ผจญภัย ของตัวหนังก็เรียกได้เลยว่าทำออกมาสนุกไม่แพ้ภาคแรก โดยเฉพาะบู๊ที่จัดมาหลากชุดใหญ่ แต่ไม่เลอะเทอะ ถือว่าเป็นไฮไลท์สุดๆของตัวหนังเลยก็ว่าได้ ซึ่งถ้าหากใครที่เคยตื่นตากับ 3D ของภาคแรกว่ามันดีขนาดไหน (จนได้ไปเป็นหนังพรีเซ็นเตอร์ของทีวียี่ห้อนึงเลยทีเดียว)

ในภาคนี้ผมขอรับรองเลยว่า 3D จะดียิ่งกว่าภาคแรก และเผลอๆดีกว่าอนิเมชั่นหลากเรื่องด้วยซ้ำ เพราะแน่นอนว่าในแง่ของ อนิเมชั่น 3D เรื่องต่างๆมันมีการวางมิติ ตื้น ลึก มาดีอยู่แล้ว แต่ใน  ภาคนี้ นอกจากมันจะจัดวางภาพให้ดูฉากที่แฝงนัยยะความหมายคล้ายหนังคนแสดง ในระบบ 3D

ของหนังยังถือว่าโดดเด้งมาหาคนดูได้อย่างเต็มที่อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นหางของ เจ้าหลอ หรือฉากแอ็คชั่นต่างๆ ที่เด็กๆตื่นตา ส่วนผู้ใหญ่ก็ดูสนุกสนานไม่แพ้กัน

อีกสิ่งนึงที่โดดเด่นคงหนีไม่พ้นทีมพากย์เสียง ที่นอกจากทีมพากย์จากภาคแรกแล้ว การที่ได้ เคท แบลนเช็ต มาพากย์เป็นตัวละครแม่นั่นคือถือว่าดีงามมากๆ จนนึกว่าเธอลงแสดงเองเสียด้วยซ้ำ โดยเฉพาะในส่วนของฉากดราม่าที่ งานภาพแสดงให้เห็นถึงความซึ้งกินใจอยู่แล้ว ในแง่ของความเป็นเสียงทั้งจากตัว แบลนเช็ต และ เจอร์ราด บัตเลอร์ เอง ก็ต่างเป็นอีกส่วนที่ทำให้หนังประสบความสำเร็จมากๆครับ

เพราะฉะนั้นโดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่า  เป็นอนิเมชั่นที่ไม่ได้ดีงามน้อยไปกว่าภาคแรก สนุก ซึ้ง กินใจ พอๆกัน แต่สิ่งที่ดีกว่าเห็นจะเป็นงานด้านภาพ ทั้ง ภาพ ในเรื่อง และ ภาพ 3D ที่ภาคนี้ขอชมว่าเขาทำงานออกมาเยี่ยมจริงๆครับ อภินิหารไวกิ้งพิชิตมังกร2

รีวิว How to Train Your Dragon 2 อภินิหารไวกิ้งพิชิตมังกร 2

 How to Train Your Dragon 2

How to Train Your Dragon 2  ความคิดเห็นเกี่ยวกับวิธีการฝึก Dragon 2 หลังจากความคิดเห็นและสิทธิประโยชน์ส่วนแรกประสบความสำเร็จอย่างมากแอนิเมชั่นได้รับการผลิตในใจของหลาย ๆ คนในส่วนที่สองนี่คือกลุ่มตัวแทนขาย ร่วมกับนักพากย์และนักแสดงหญิงต้นฉบับ Cate Blanchett (เคทแบลนเชตต์) มาเป็นตัวแม่ของไอซี เรื่องราวนี้เป็นเวลาห้าปีหลังจากที่ทั้งสองประสบความสำเร็จในพันธมิตรมังกรและไวกิ้งบนเกาะเบิร์ค Astrid Snotlouht และเพื่อน ๆ ของเขากำลังฝึกฝนทักษะของพวกเขา เข้าร่วมการแข่งขันมังกรนี่คือกีฬาใหม่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดบนเกาะ Berk คู่รักที่แยกกันไม่ออกข้ามท้องฟ้า การเดินทางไปยังดินแดนที่ยังไม่ถูกค้นพบเพื่อเตรียมพร้อมที่จะสำรวจโลกใหม่ในการผจญภัยครั้งนี้พวกเขาได้ค้นพบถ้ำน้ำแข็งลึกลับ นี่คือรังของมังกรป่าจำนวนมากรวมถึงอัศวินมังกรผู้ลึกลับที่พบพวกมันในสนามรบ เพื่อรักษาสันติภาพการเล่น ic และฟันต้องปกป้องความเชื่อของพวกเขา ก็ต่อเมื่อเราตระหนักว่าเราสามารถสร้างพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ก็ต่อเมื่อเราทำงานร่วมกัน อนาคตของมนุษย์และมังกร

หนังยังคงกำกับโดย ดีน เดบลูย์ จากภาคแรก ที่ตัวหนังนั่นสร้างมาจากหนังสือที่ตอนนี้มีถึง 10 เล่มด้วยกัน ซึ่งนี้คือเล่มที่ 2 ที่แน่นอนว่าการผจญภัยจะใหญ่ขึ้น และ เข้มข้นขึ้นตามสไตล์อนิเมชั่นภาคต่อ และนั่นก็ดูเหมือนจะเป็นจุดเด่น และ จุดที่กินใจที่สุดสำหรับภาคนี้เลยก็ว่าได้ ที่ในภาคแรกนั่น ฮิคคัพ ต้องเปลี่ยนใจคนในหมู่บ้านตัวเอง แต่ในภาคนี้มันเหมือนกับ ลูกนกออกจากรัง

ที่ต้องไปสู่โลกที่กว้างใหญ่มากขึ้น และต้องเรียนรู้บทเรียนที่โหดร้ายว่า มิใช่คนทั้งโลกที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อเขาเจอกับ ดราโก้ ผู้ควบคุมมังกร ซึ่งในแง่ของความเป็นนัยยะแฝงที่มาตั้งแต่ภาคแรก นั่นคือเรื่องราวของความเป็น กบฏ ที่ต้องการท้าทายอำนาจใหญ่ ก็จัดวางออกมาให้เห็นได้อย่างเด่นชัดยิ่งกว่า

เช่นเดียวกับในแง่ของการเล่าเรื่องที่ผสมผสานถึงประเด็นต่างๆ และฉากแอ็คชั่น ผจญภัย ของตัวหนังก็เรียกได้เลยว่าทำออกมาสนุกไม่แพ้ภาคแรก โดยเฉพาะบู๊ที่จัดมาหลากชุดใหญ่ แต่ไม่เลอะเทอะ ถือว่าเป็นไฮไลท์สุดๆของตัวหนังเลยก็ว่าได้ ซึ่งถ้าหากใครที่เคยตื่นตากับ 3D ของภาคแรกว่ามันดีขนาดไหน (จนได้ไปเป็นหนังพรีเซ็นเตอร์ของทีวียี่ห้อนึงเลยทีเดียว)

ในภาคนี้ผมขอรับรองเลยว่า 3D จะดียิ่งกว่าภาคแรก และเผลอๆดีกว่าอนิเมชั่นหลากเรื่องด้วยซ้ำ เพราะแน่นอนว่าในแง่ของ อนิเมชั่น 3D เรื่องต่างๆมันมีการวางมิติ ตื้น ลึก มาดีอยู่แล้ว แต่ใน  ภาคนี้ นอกจากมันจะจัดวางภาพให้ดูฉากที่แฝงนัยยะความหมายคล้ายหนังคนแสดง ในระบบ 3D

ของหนังยังถือว่าโดดเด้งมาหาคนดูได้อย่างเต็มที่อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นหางของ เจ้าหลอ หรือฉากแอ็คชั่นต่างๆ ที่เด็กๆตื่นตา ส่วนผู้ใหญ่ก็ดูสนุกสนานไม่แพ้กัน

อีกสิ่งนึงที่โดดเด่นคงหนีไม่พ้นทีมพากย์เสียง ที่นอกจากทีมพากย์จากภาคแรกแล้ว การที่ได้ เคท แบลนเช็ต มาพากย์เป็นตัวละครแม่นั่นคือถือว่าดีงามมากๆ จนนึกว่าเธอลงแสดงเองเสียด้วยซ้ำ โดยเฉพาะในส่วนของฉากดราม่าที่ งานภาพแสดงให้เห็นถึงความซึ้งกินใจอยู่แล้ว ในแง่ของความเป็นเสียงทั้งจากตัว แบลนเช็ต และ เจอร์ราด บัตเลอร์ เอง ก็ต่างเป็นอีกส่วนที่ทำให้หนังประสบความสำเร็จมากๆครับ

เพราะฉะนั้นโดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่า  เป็นอนิเมชั่นที่ไม่ได้ดีงามน้อยไปกว่าภาคแรก สนุก ซึ้ง กินใจ พอๆกัน แต่สิ่งที่ดีกว่าเห็นจะเป็นงานด้านภาพ ทั้ง ภาพ ในเรื่อง และ ภาพ 3D ที่ภาคนี้ขอชมว่าเขาทำงานออกมาเยี่ยมจริงๆครับ อภินิหารไวกิ้งพิชิตมังกร2

รีวิว How To Train Your Dragon อภินิหารไวกิ้งพิชิตมังกร ภาค 1

How To Train Your Dragon อภินิหารไวกิ้งพิชิตมังกร

จากสตูดิโอที่สร้างผลงานตลก ๆ เช่นเชร็คมาดากัสการ์และกังฟูแพนด้าพวกเขายังสร้างผลงานใหม่ ๆ ตลก ๆ เช่น “How to Train Your Dragon” โลกย้อนยุคของ ชาวไวกิ้ง ที่ยิ่งใหญ่ นอกจากนี้ยังมีมังกรที่ดุร้ายตามหนังสือของ Cressida Cowell นี่คือเรื่องราวของชาวไวกิ้งหนุ่มที่อาศัยอยู่บนเกาะ Berk ชื่อว่า Jay Baruchel

ปรบมือและต่อสู้กับมังกรเป็นบรรทัดฐานในชีวิต วิสัยทัศน์ที่กล้าได้กล้าเสียและอารมณ์ขันของเขาทำให้เขาเป็นที่ชื่นชอบของคนทั้งเผ่าและแม้แต่หัวหน้าเผ่า … เมื่อเล่นคุณต้องฝึกกับไวกิ้งรุ่นเยาว์คนอื่น ๆ เช่น Astrid (Ferreira, USA), Snotlough (Jonah Hill), Fish Lake (Christopher Peppermint Plath) และฝาแฝด Ruffnut (Christine Vic) และ Tufnut (T.J. Miller)

 

ขาก็มองว่ามันเป็นโอกาสที่จะพิสูจน์ว่าตัวเขาก็มีคุณสมบัติในการเป็นนักรบเช่นกัน แต่เมื่อเขาได้พบ (และได้ผูกมิตร) กับมังกรบาดเจ็บ โลกของเขาก็พลิกตารปัตร และสิ่งที่เริ่มต้นเป็นโอกาสในการพิสูจน์ตัวเองเพียงหนึ่งเดียวของฮิคคัพก็เปลี่ยนกลายเป็นโอกาสที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับคนทั้งเผ่าไปในที่สุด

 

นี่คือแอนิเมชั่นในตำนานในวัยเด็กของเรา ฉันจำได้ว่าเพื่อนของฉันชอบมันมาก จนกระทั่งเราได้รับเชิญให้เล่นเกมเราก็งงว่ามังกรหน้าตาประหลาดตัวนี้ตลกแค่ไหน ก่อนที่ฉันจะลองฉันชอบมันมาก เมื่อฉันโตขึ้นภาคสองจะดูซ้ำแล้วซ้ำอีก เรื่องราวของชาวไวกิ้งต่อสู้กับมังกรมาช้านาน แต่ลูกชายของหัวหน้าตีฮ. จากนั้นดันไปผูกกับมังกรไปจนถึงความสัมพันธ์กับชาวไวกิ้งที่ต้องต่อสู้อีกครั้งเรื่องราวคร่าวๆเป็นเช่นนี้

เราว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เนื้อหาเบาเลยนะ การต่อสู้ ความเกลียดชังงี้ มันออกมาค่อนข้างรุนแรงและเนื้อหาเรื่องไม่ได้ด๊อกด๋อยแบบมีให้เด็กดูอย่างเดียว ถ้าเด็กดูก็เออได้ประเด็นมิตรภาพ ความสัมพันธ์ การอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เราไม่ควรจะเกลียดชังกัน แต่ถ้าถามว่าผู้ใหญ่ดูได้ไหม เราเชื่อว่าคุณจะเอนจอยไปกับมันนะ

เพราะเรื่องนี้ไม่มีความง้องแง้งอะไรเลย รวมถึงประเด็นอะไรอย่างเงี้ยถ้ามองอีกมุมนึงมันก็หนัก เพราะงั้นคนที่คิดว่าฉันโตแล้วฉันไม่มาดูอะไรเด็กๆหรอกเราว่าไม่ถูกนะ เพราะเรื่องนี้ถึงภาพลักษณ์จะเป็นการ์ตูนเด็กแต่สำหรับเราเนื้อหามันไม่ใช่

 

ปรากฎว่าเมื่อเราเริ่มมองไปที่มันและเห็นการออกแบบมังกรที่คุ้นเคย น่ารักค่ะอันนี้ตกแต่งดี เป็นการอธิบายรายละเอียดของมังกรแต่ละประเภทมีตัวละครต่างๆมากมายที่ทำให้เราจำได้ มันเป็นคุณสมบัติการออกแบบที่ดีตามด้วยภาพที่สวยงาม แม้ว่าฉันจะเห็นหน้ามังกรตลกฉันก็ยังคิดว่ามันเนียนมาก เพราะเวลาดูรูปถ่ายจริงๆก็ดูสวยหลายฉากบทนี้ดีมาก มันไม่มีส่วนที่น่าเบื่อหรืออะไรเลย มันปูเกี่ยวกับการให้เรารู้วิธีเล่น ic ปูทำให้เรารู้ว่าเขาคือใครดังนั้นเราจึงเข้าใจพฤติกรรมของเขาเมื่อเจอกับ Tutless และรู้ว่าทำไมเขาถึงช่วยกัน จนไปเกี่ยวเบาะแสประเด็นสำคัญเช่นศึกมังกร – ไวกิ้ง.

แต่มีปัญหาอีกอย่างคือมีศัตรูที่ใหญ่กว่าเพื่อสร้างสมการศัตรูของศัตรูคือมิตร เมื่อเร็ว ๆ นี้ฉันรู้สึกมืดแปดด้าน โทนสีของภาพเริ่มมืดลง ภาพมันจริงจังมากฮ่า ๆ แต่นี่ไม่ใช่เรื่องที่มากเกินไปสำหรับเด็กเพราะโดยปกติแล้วมันจะสนุก แต่โดยทั่วไปแล้วเรื่องราวทั้งหมดเรามีความสุขมากที่ได้เล่าเรื่องเพื่อแบ่งส่วนต่างๆออกเป็นส่วนต่างๆซึ่งทำให้เราตื่นเต้น ถึงปมตอนท้ายจะหลวมจนจบเรื่องฉันคิดว่านี่เป็นแอนิเมชั่นที่ดีอีกเรื่องหนึ่งเราไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทุกคนถึงชอบ  อภินิหารไวกิ้งพิชิตมังกร