พระมหาไพรวัลย์ ตอบชัด LGBTQ บวชขัดกับหลักศาสนาหรือไม่

พระมหาไพรวัลย์

พระมหาไพรวัลย์ ตอบชัด LGBTQ บวชขัดกับหลักศาสนาหรือไม่ เปิดทุกเรื่องราวกว่าจะมาเป็น พระมหาไพรวัลย์ พส.ที่คนรู้จักกันทั้งประเทศ

ในฐานะพระนักเทศน์ พระนักคิด และการ Live สดอันลือลั่น ที่สร้างปรากฎการณ์ดึงดูดผู้คนให้หันเข้าหาธรรมะ เปลี่ยนการเทศน์ให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ร่วมสนทนาธรรมในแบบฉบับ “พระมหาไพรวัลย์” ตอบชัดคิดจะสึกหรือไม่? และเรื่องของ LGBTQ กับการบวชพระขัดกับหลักศาสนาไหม? ถูกหรือผิดอย่างไร และการถูกบูลลี่ในวัยเยาว์ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นใน Woody FM

คำถาม : พระอาจารย์มีความคิดเห็นเกี่ยวกับคำถามเหล่านี้ยังไงบ้าง ?

ประโยคที่ว่า เก่งได้แต่อย่าเด่นจะเป็นภัย บาคาร่าฟรี

พระมหาไพรวัลย์ตรัสว่า : ที่จริงเก่งแล้วต้องเด่นด้วย ถ้าไม่เด่นจะเก่งไปเพื่ออะไร แล้วการเด่นมันไม่ควรจะเป็นภัย การเด่นมันควรจะได้รับการส่งเสริม ซึ่งไม่ควรมองว่าเก่งแล้วจะเป็นภัย

 

คำถาม : พระอาจารย์คิดเห็นอย่างไรที่สังคมไทยต้องการให้ลูกชายบวชทดแทนบุญคุณพ่อแม่ แล้วสำหรับลูกผู้หญิงสามารถทำอะไรได้บ้าง แล้วถ้าลูกชายไม่ยอมบวชถือว่าอกตัญญูไหม ?

พระมหาไพรวัลย์ตรัสว่า : คอนเซปต์เรื่องการบวชทดแทนคุณไม่ได้มีในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าออกบวชไม่ใช่เพื่อทดแทนพระคุณ ออกบวชทั้งที่พ่อไม่ได้อนุญาตด้วยซ้ำ ญาติพี่น้องไม่ได้ยินยอมแต่ออกบวช ฉะนั้นคอนเซปต์ของการออกบวชมันเพิ่งมี การตอบแทนบุญคุณทำได้หลายวิธี โดยบางทีไม่จำเป็นต้องบวช และทำได้เท่าเทียมกันไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย

 

คำถาม : ศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคงแต่ใช้ไม่ได้ในวัยรุ่นยุคปัจจุบันรู้สึกอย่างไรกับประโยคนี้ ?

พระมหาไพรวัลย์ตรัสว่า : ก็ทำให้มันได้สิ ที่ไม่ได้เพราะอะไรก่อน ที่ไม่ได้เพราะว่าคุณก็ไม่ทำให้ศาสนามันมีคำสอน หรือชุดวิธีคิดอะไรที่มันเก็ทกับคนรุ่นใหม่ หรือที่ทำให้คนรุ่นใหม่เขารู้สึกว่ายอมรับได้ ก็ทำให้มันเป็นที่ยอมรับได้สิ

 

คำถาม : ไม่ใช่กิจของสงฆ์ เรื่องทางโลกไม่ใช่เรื่องทางธรรม เป็นพระก็อยู่ส่วนพระคิดอย่างไรกับประโยคเหล่านี้

พระมหาไพรวัลย์ตรัสว่า : ที่จริงทางโลกกับทางธรรมมันต้องอยู่ด้วยกัน ไม่ได้แยก ทางธรรมไม่ได้อยู่บนดาวอังคาร ทางธรรมก็อยู่บนโลกนั่นแหล่ะ พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ก็ตรัสรู้บนโลก ฉะนั้นเหมือนการที่ท่านพุทธทาสเคยสอนว่า นิพพานมีอยู่ท่ามกลางสังสาระ ฉะนั้นธรรมะก็ต้องอยู่ท่ามกลางโลก

 

คำถาม : มีบางเรื่องที่วู้ดดี้ยังไม่ได้คำตอบ เรื่องของ LGBTQ คนที่เป็นเกย์แต่อยากบวชเป็นพระ ตกลงได้หรือไม่ได้ ผิดหรือถูก เวลาถามอนันตริยกรรม ข้อห้ามข้ออนุญาตตอนที่บวช แล้วมีข้อหนึ่งที่ถามว่าคุณเป็นผู้ชายหรือเปล่า ข้อนี้คนที่เป็น LGBTQ จะต้องตอบอย่างไร ?

พระมหาไพรวัลย์ตรัสว่า : เขาไม่ได้ถามถึงความรู้สึกนะ ไม่ได้ถามว่าคุณมีความรู้สึกเป็นผู้ชายเต็ม 100 หรือ 60% มันไม่ใช่ตัววัดความรู้สึก แต่ถามถึงกายภาพว่าคุณเป็นผู้ชายไหม ถ้าคุณมีองคชาติ คุณก็คือผู้ชาย เป็นเครื่องยืนยันว่าคุณเป็นผู้ชาย อย่างอื่นมันเปลี่ยนได้นะ ความรู้สึกนึกคิด กิริยา อาการ ล้วนแล้วฝึกหัดได้ พระพุทธเจ้าตรัสว่าในหมู่มนุษย์หลายคนฝึกแล้วเป็นผู้ประเสริฐ ฉะนั้นมนุษย์ทุกคนฝึกได้ ปรับได้ เปลี่ยนได้ แต่ถ้าคุณเอาตัวที่มันเป็นความรู้สึกนึกคิดมาเป็นมาบอกว่าเป็นผู้ชายหรือไม่เป็นผู้ชาย มันก็ไม่แฟร์ เพราะความรู้สึกมนุษย์มันเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ฉะนั้น วุฒิโสสิ ไม่ได้ถามเรื่องอารมณ์ แต่ถามกายภาพคุณเป็นผู้ชายไหม ถ้ากายภาพคุณยังเป็นผู้ชายอยู่คุณก็คือบุรุษ

 

คำถาม : ถ้าวันนี้พระพุทธเจ้ายังอยู่ท่านจะมองเรื่อง LGBTQ อย่างไร ?

พระมหาไพรวัลย์ตรัสว่า : พระพุทธเจ้าเป็นคนเปิดกว้างมาก ไม่ใช่แม้แต่พระพุทธเจ้าโบราณาจารย์ที่อธิบายคำสอนพระพุทธเจ้าท่านก็เปิดกว้าง ท่านอธิบายไว้ชัดนะครับเรื่องของการบวช LGBTQ คำว่า บัณเฑาะก์ ที่เอามาล้อกันที่ว่าบวชไม่ได้ บัณเฑาะก์ ไม่ได้หมายถึง เกย์ ไม่ได้หมายถึงคนที่ชอบเพศเดียวกัน แต่ บัณเฑาะก์ หมายถึงคนที่มีเพศสภาพบกพร่อง บ่งไม่ชัด เช่น คุณมีเพศชาย เพศหญิงไม่ชัด ระบุเพศไม่ได้

 

คำถาม : วันนี้เราคุยเรื่องของ “ศาสนาในอนาคต” ทำไมท่านถึงมองว่าจะต้องเป็นแบบนี้แล้วเป็นอย่างไร เพราะวู้ดดี้ไม่เคยได้ฟังจากพระอาจารย์

พระมหาไพรวัลย์ตรัสว่า : อาตมารู้สึกว่าศาสนาที่มีอยู่ทุกวันนี้ มันเป็นศาสนาตามความอคติของคน มันไม่ใช่ศาสนาแบบเป็นจริงๆ เรามีศาสนาต่างกันเพราะเราแบ่งแยกอะไรบางอย่าง เช่น คำสอนนี้ต้องมีไว้สำหรับคนพุทธเท่านั้นจึงปฎิบัติได้ คำสอนนี้ต้องมีคริสต์เท่านั้นจึงปฎิบัติได้ แต่จริงๆ ต่อไปศาสนาจะต้องไม่มีคริสต์ ไม่มีพุทธ จะต้องเป็นศาสนาอะไรที่มันส่งเสริมการอยู่ร่วมกันระหว่างคนต่างศาสนา หรือส่งเสริมให้คนต่างศาสนามีความรักกันได้โดยไม่มีข้อแบ่งแยกหรือข้อแม้ นั่นคือศาสนาในอนาคตที่ต้องมีรูปแบบนั้น มันต้องมีคุณค่าอะไรบางอย่างที่คนยึดถือโดยที่จะแยกเพศสภาพไม่ได้ สีผิวไม่ได้ ชาติพันธุ์ไม่ได้ ศาสนายุคใหม่จะต้องไม่แบ่งแยกอะไรเลย และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของคน ศาสนาที่แท้จริงคือศาสนาของมนุษยชาติ

 

คำถาม : ทำไมในปีนี้ชื่อของ พระมหาไพรวัลย์ เป็นชื่อที่คนพูดถึงกันเยอะมาก ?

พระมหาไพรวัลย์ตรัสว่า : Timing ครับ จังหวะเวลาโยมพี่วู้ดดี้ อะไรหลายๆ อย่าง คือเราทำงานด้านการสื่อสารนี้มานาน ถ้าใครเคยตามอาตมาก็จะเห็นในบทบาทอื่นๆ แต่ว่าบทบาทเหล่านั้นมันอาจจะนำไปสู่คนในสังคมยังไม่เยอะ ไม่กว้าง แต่ว่าพอเราพูดอะไรที่สังคมหรือคนส่วนใหญ่ต้องการ มันก็เลยทำให้การรับรู้กว้างขึ้น คนดูเยอะขึ้น เช่น การไลฟ์ ถ้าพูดธรรมะแบบเพียวๆ หรือพูดอะไรแบบหนักๆ คนก็จะดูน้อย แต่พอมันกลายเป็นเรื่องเอนเตอร์เทน ความสนุกคนดูเยอะ คนสนใจมาก

 

คำถาม : ปีนี้ถือว่าพีคเลยไหมครับตั้งแต่เข้าวงการไลฟ์มา ?

พระมหาไพรวัลย์ตรัสว่า : อาจจะเป็นแบบที่โยมพี่วู้ดดี้พูด เกินความคาดหมายในตัวเราด้วยแหล่ะ เราไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งลุกมาไลฟ์กับพระพระมหาสมปองจะมีคนดูถึง 2 แสน

 

คำถาม : มีเคยคิดว่าจะสึกบ้างไหม ?

พระมหาไพรวัลย์ตรัสว่า : มีครับ แต่เป็นสถานการณ์ที่มันบีบ ไม่ได้อยากสึกด้วยตัวเอง เราไปอยู่ไกลบ้าน บางทีคิดว่าเป็นหัวเดียวกระเทียมลีบ เป็นเด็กคนเดียวไม่มีเพื่อน ถูกส่งไปคนเดียวตัวคนเดียว ต้องไปเริ่มทุกสิ่งทุกอย่าง ไปเรียนรู้สังคมแบบใหม่ เพื่อนแบบใหม่ บางทีก็รู้สึกว่าคนอื่นไม่ค่อยอยากจะเป็นมิตรกับเรา บางทีเลยู้สึกว่าเหงา เรียนก็หนัก บางทีก็ถูกพระที่ท่านเป็นผู้ใหญ่กว่าแกล้งบ้าง หนักสุด เช่น ปารองเท้าใส่ โดนบูลลี่ พ่อแม่อาตมาตั้งชื่อว่าเอก แต่เขาเรียกชื่อตามสภาพผิวเรา ไอ้ดำ ไอ้มืด

 

คำถาม : ถ้าจะเทศน์เรื่องนี้หรือแชร์เรื่องนี้จะพูดว่าอย่างไร ?

พระมหาไพรวัลย์ตรัสว่า : อาตมาว่าทุกคนมีชื่อ พ่อแม่เขาตั้งชื่อให้ ไม่ว่าชื่อจริงหรือชื่อเล่น เราควรเคารพ วิธีการเคารพใครสักคนที่ง่ายที่สุด เรียกเขาตามชื่อที่พ่อแม่เขาตั้งให้ มันก็จะสะท้อนว่าเราควรเริ่มต้นการเคารพคนอื่นด้วยการเรียกชื่อให้ตรงกับชื่อของเขาจริงๆ มันไม่ขำ ไม่ตลก เวลาที่เราดึงอัตลักษณ์ของคนอื่นที่มองว่าเป็นข้อด้อยมาในการพูดถึงเขา แซวเขา แกล้งเขา มันอาจตลกสำหรับคนพูดแต่คนที่ถูกพูดถึงเขาไม่ตลก

 

คำถาม : ตอนเป็นพระเคยเสียน้ำตาบ้างไหม เรื่องอะไร ?

พระมหาไพรวัลย์ตรัสว่า : ก็ยังมีอยู่ มีความรู้สึกเศร้า เฟลก็มี กรณีล่าสุดเมื่อปีนี้อาตมาพึ่งเสียหลานชายไป วันนั้นปกติอาตมาไปบ้านจะชอบเดินเที่ยวหลังบ้าน หลานก็วิ่งตามไป แล้วเราเหมือนกับมัวคุยโทรศัพท์หรืออะไรอยู่ หลานวิ่งล้ำหน้าไป แล้วก็ไปเล่นน้ำแล้วเราไปห้ามไม่ทัน หลานกระโดดลงไปเล่นน้ำ ปรากฎว่าจมน้ำ เล่นกันอยู่ 2 คน จมน้ำหายไปต่อหน้าอาตมาเลย ทุกวันนี้ภาพหลานก็ยังติดตาอยู่ การที่หลานเสียชีวิตไปต่อหน้าเรา อยู่ในเหตุการณ์แต่ช่วยไม่ทัน ลงไปช่วยมาได้คนหนึ่ง แต่อีกคนช่วยไม่ทัน

 

คำถาม : ตอนนี้ชินหรือยังครับที่มีรถทัวร์มาจ่อหน้าวัดตลอดเวลา ?

พระมหาไพรวัลย์ตรัสว่า : ชินมานานแล้ว ไม่ใช่พึ่งชินตอนนี้ รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดามาก สภาพ! คนชอบกลัวเวลาที่เราทำอะไรสักอย่างแล้วจะมีคนไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เราทำหรือมีคนมาโต้แย้ง ซึ่งอาตมาว่าถ้ากลัวอย่างนั้นก็ไม่ต้องทำอะไร คุณก็ไม่ต้องทำอะไร อยู่เฉยๆ ก็ไหลไปตามเขา หรือเลี่ยงไม่ต้องพูดอะไรที่เป็นประเด็นสังคมก็จะไม่มีทัวร์ลง แต่ถามว่าชีวิตคุณจะเอาแค่นั้นเหรอ อาตมารู้สึกว่ามันไม่ใช่ บางอย่างเราอยากพูดบ้าง อยากมีส่วนในการร่วมแสดงความคิดเห็นบ้าง การแชร์ความคิดของเราบ้าง คนจะวิพากวิจารณ์ยังไงอันนั้นก็สุดแล้วแต่ คนส่วนหนึ่งจะต้องไม่เห็นด้วยแน่นอน การไลฟ์ในคืนนั้น อาตมาก็รู้ว่าหัวเราะจะต้องมีคนไม่เห็นด้วย แต่จะให้ทำไง นั่นมันคือครั้งแรกของการที่อาตมากับพระสมปองได้มาคุยกันผ่านไลฟ์ แล้วคุยกันต่อหน้าคน 2 แสนกว่าคน ที่รู้สึกว่าคนคาดหวังและคนรอดูเราเพราะเขาอยากได้ความสนุกจากธรรมะ เราก็ตอบโจทย์กับสิ่งที่คนคาดหวัง

 

คำถาม : การเป็น พระมหาไพรวัลย์ ในปีนี้ได้เรียนรู้อะไรใหม่บ้าง ?

พระมหาไพรวัลย์ตรัสว่า : จริง ๆ ทำให้อาตมารู้สึกว่าได้เป็นตัวของตัวเองได้มากขึ้น ชัดขึ้น ในบทบาทที่ไม่เคยเป็น และอาตมาได้ปลดแอกความคาดหวังที่คนอื่นได้มีต่ออาตมาได้ไปเยอะมาก เช่น คนคาดหวังพระมหาไพรวัลย์ท่านเป็นนักวิชาการไม่ใช่เหรอ ทำไมท่านมาแบบนี้ ทำไมตลกแบบนี้ ท่านหัวเราะได้ด้วยเหรอ ท่านไม่มีสาระได้ด้วยเหรอ รู้สึกว่าเราได้ปลดแอกความคาดหวัง เราไม่อยากให้ใครไปแบกเราไว้บนบ่าเขา ที่เขาต้องสร้างกรอบให้ว่าเราต้องเป็นแบบนี้ ปีนี้ได้ทำเต็มที่ ก็โดนด่าไปแล้วนิ มีอะไรจะต้องโดนอีก ทำให้เห็นเลยว่าฉันมาบทนี้ก็ได้ อาตมาเคยพูดว่ากระจกมี 6 ด้าน การที่เราเป็นด้านเดียวซึ่งมันไม่ใช่ตัวอาตมา แต่ก่อนอาตมาเคยหัวเราะแล้วต้องหลบไปหัวเราะหลังฉาก แต่วันนี้อาตมาเลือกที่จะหัวเราะหน้าฉากให้คุณเห็น เลือกที่จะสนุกก็ได้ คุณอยากให้เป็นธรรมะแบบเอนเตอร์เทนแบบนี้อาตมาก็ได้ ไม่จำเป็นต้องซีเรียสทุกครั้งไป

 

คำถาม : ในช่วงที่เป็นปรากฎการณ์ พระอาจารย์เริ่มใช้คำศัพท์ที่เข้าถึงคนมากขึ้น ก็จะมีแฟนคลับกลุ่ม LGBTQ โดยเฉพาะ และหลายๆ คำศัพท์มาจากพวกเขา อะไรที่ทำให้คลิกกับกลุ่ม LGBTQ

พระมหาไพรวัลย์ตรัสว่า : อาจจะเป็นเพราะว่าในแฟนเพจอาตมามีกลุ่มคนหลากหลาย และในเฟชบุ๊คส่วนตัวก็จะมีเพื่อนที่เขาเป็นกลุ่มแบบนี้ แล้วอาตมาก็ตามเพจที่เขาเป็นกลุ่ม LGBTQ อยู่ด้วย เพจ VEEN เพจจ๊อกจ๊อก อาตมาก็สนใจว่าทำไมเขาจึงเป็นกระแสในสังคม ทำไมคนสนใจ แค่หนีบผมธรรมดาทำไมคนเข้าไปดูเป็นหมื่น เขาต้องมีคาแรคเตอร์อะไร มีอะไรที่คนเข้าไปดูแล้วรู้สึกชอบในความเป็นธรรมชาติ ความเป็นตัวตน พอเราเข้าไปดูโน่นนี่นั่นก็ซึมซับไปโดยอัตโนมัติเลย การใช้คำพูดของเขา รู้สึกว่าถ้าเราลองเอามาโพสต์บ้างล่ะ ลองเปลี่ยนจากการเป็นคนดูมาเป็นคนพูดซะเอง ใช้เป็นคำพูด ใช้เป็นสเตตัส คนจะให้ความสนใจไหม ซึ่งตอนแรกก็เตรียมใจไว้ว่าคงโดนถล่มอีกนั่นแหล่ะ ทัวร์คงมาจอดอีกว่าเป็นพระใช้ศัพท์แบบนี้ได้ยังไง ก็ก้าวข้ามครับ

 

คำถาม : จนมาถึงวันนี้พระอาจารย์ได้มีโอกาสทดลองปฎิบัติหรือใช้ชีวิตที่อาจจะไม่เหมือนพระรูปอื่นๆ พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าทุกคนต้องเป็นแบบนี้ หรือทั้งหมดทั้งปวงไม่ว่าจะเป็นกฎกติกามารยาท มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลาอยากให้ท่านแชร์ให้ทราบหน่อยว่ามุมมองของท่าน มองว่าอย่างไร ?

พระมหาไพรวัลย์ตรัสว่า : จริงๆ อาตมามองว่าธรรมะของพระพุทธเจ้า เป็นอะไรที่สอดคล้องกับความเป็นธรรมชาติมากที่สุด แล้วเวลานึกถึงคำว่าธรรมชาติก็จะนึกถึงอะไรที่อยู่รอบตัวเรา ธรรมชาติที่เป็นทุ่งนาป่าเขาอะไรแบบนั้นไป ทีนี้ธรรมชาติที่สำคัญที่สุดก็คือตัวเราคือหนึ่งในธรรมชาติ ฉะนั้นธรรมะของพระพุทธเจ้าที่สอดคล้องกับธรรมชาติก็คือตัวตนของเรา ซึ่งแต่ละคนมีธรรมชาติความเป็นตัวตนไม่เหมือนกัน ธรรมะของพระพุทธเจ้ามีประโยชน์เพราะมันเข้ากันกับธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน ทุกช่วงวัย อาตมาเชื่ออย่างนี้ตลอด ถ้าธรรมะเข้าได้กับคนบางกลุ่ม แสดงว่าธรรมะของพระพุทธเจ้ามันขัดกับธรรมชาติ ไม่เป็นธรรมชาติ ในเมื่อเราบอกว่าธรรมะเป็นธรรมชาติจะต้องใช้ได้กับทุกคน ทุกกลุ่ม ต้องเป็นที่ยอมรับได้ทั้งเด็กรุ่นใหม่ คนวัยกลางคน หรือวัยที่ผ่านกลางคนไปแล้ว ต้องได้หมด

 

คำถาม : ท่านเคยรู้สึกว่าเราไม่เหมือนใคร แล้วไม่เข้าใจตัวเองไหมในตอนที่เป็นวัยรุ่น ?

พระมหาไพรวัลย์ตรัสว่า :: ไม่มีไม่เข้าใจ เพราะว่าจะคิดหรือพูดอะไรเรามีเหตุผลรับรองในความคิด ในคำพูดของเราตลอด ไม่ใช่ว่าแย้งแบบเท่ๆ ขัดแบบไม่มีเหตุมีผล

 

คำถาม : รู้ว่าต้องอยู่กับปัจจุบัน แต่ท่านมีเป้าหมายหรือยังว่าหลังจากนี้ไปจะยังไงต่อกับชีวิต

พระมหาไพรวัลย์ตรัสว่า : อาตมาไม่คิดการใหญ่ เลิกคิดการใหญ่มานานมาก แต่ก่อนตอนจบ เปรียญธรรม 9 มาใหม่ๆ คิดการใหญ่ อยากเป็นโน่นเป็นนี่ อยากเป็นใหญ่เป็นโต

 

คำถาม : เคยอยากมีวัดเป็นของตัวเองไหมครับ ?

พระมหาไพรวัลย์ตรัสว่า : สมัยก่อนอาจจะคิดอย่างนั้น แต่ทุกวันนี้ไม่เคยคิดการใหญ่เลย สนุกกับการได้ทำอะไรแต่ละวัน พูดจริงๆ ไม่ได้เฟค คิดอย่างนี้มานานมาก ไม่คิดเลยว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร อาจจะสึกก็ได้ วันหนึ่งอาจจะเป็นนายไพรวัลย์ก็ได้ และไม่วอรี่จริงๆ คิดแต่ว่าพรุ่งนี้มีอะไร คิดเป็นวันต่อวันเลย มันลดอะไรหลายอย่างลดความคาดหวัง ความกังวล ถ้าเราคิดอะไรใหญ่ๆ นั่น คือเราต้องคาดหวัง แล้วต้องแบกความคาดหวังว่าต้องทำให้ได้ ไม่สอนให้ใครคิดแบบนี้นะครับเพราะมันจะเป็นนิสัยที่ไม่ดีเพราะว่าทุกคนต้องมีเป้าหมาย ต้องอยากทำอะไรที่มันยิ่งใหญ่ แต่สำหรับอาตมารู้สึกว่าพอแล้วที่ตนเองได้มา พอแล้วจริงๆ

อยากให้กำลังใจทุกคนทุกท่านและนอกเหนือจากสิ่งที่เราควรมีหลายๆ อย่าง สิ่งหนึ่งที่หลายๆ คนอาจลืมไป บางทีเราขอพร ขอนั่นนี่เยอะแยะแต่เราลืมขออย่างหนึ่งคือ ขอให้เราเข้มแข็งมากขึ้นกว่านี้ อาตมาอยากให้ความเข้มแข็งแทนพรกับทุกคนทุกท่าน ให้ทุกคนยืนอยู่ได้ สู้ต่อให้ได้ มีพลัง เก็บพลังเอาไว้ไม่ว่าตอนนี้ที่มีอยู่จะมากหรือน้อย แต่เก็บพลังเอาไว้ เพื่อให้เป็นเชื้อวันไหนพร้อมเอาพลังที่มีอยู่สู้ต่อไป เป็นกำลังใจให้กับญาติโยมทุกท่านครับ

คุณแม่มือใหม่ก้อย รัชวิน งัดชุดเด็ดให้น้องทะเล ใส่ชั่งน้ำหนัก แถมบอกเลขเด็ด

คุณแม่มือใหม่ก้อย
คุณแม่มือใหม่ก้อย

คุณแม่มือใหม่ก้อย รัชวิน งัดชุดเด็ดให้น้องทะเล ใส่ชั่งน้ำหนัก แถมบอกเลขเด็ดที่ออก วันก่อนคุณแม่ป้ายแดง ก้อย รัชวิน เพิ่งจะโชว์หุ่นหลังคลอด 1 เดือนคุณแม่กลับมาหุ่นเปีะแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาของ น้องทะเล ลูกชายสุดที่รัก ที่ต้องไปชั่งน้ำหนักบ้าง คราวนี้แม่ก้อยก็เลยงัดชุดเด็ดเป็นชุดสีแดงลิเวอร์พูลให้ลูกชายใส่  พร้อมกับบอกเลขเด็ดเลขที่ออกไว้ให้แฟนๆ ด้วยว่าเป็นเลข 4106

“และแล้ววันของแม่ก็มาถึง! วันนี้ผมชั่งน้ำหนักครบ 1 เดือน แม่เลยงัดชุดเด็ดออกมาใส่ คุณหมอบอกว่าผมโตไวมากคับ ว่าแต่ทำไมใส่ชุดนี้แล้วร้องอ่ะลู๊กกกกกกกกก….. #พ่อหัวเราะสะใจ #เลขที่ออก #4106”

ถึงจะใส่ออกมาแล้วร้องไห้แต่ก็่ารักน่าเอ็นดูมาก ก็ต้องลุ้นว่าถ้าใส่ชุดทีมโปรดของพ่อตูน น้องทะเลจะร้องไห้หรือชอบ

ผลงานการแสดง

ผลงานละคร/ซิทคอม/ซีรีส์

ผลงานภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2549

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องซิทคอม บ้านนี้มีรัก 

 

ผลงานภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2552

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องดิน น้ำ ลม ไฟ น้ำ ช่อง 3

 

ผลงานภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2553

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องปีศาจแสนกล รับบท ชัชรี ช่อง 3

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องเหนือเมฆ รับบท ทอรุ้ง ช่อง 3

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องคู่เดือด รับบท บัว ช่อง 3

 

ผลงานภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2555 – 2558

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องศีล 5 คนกล้าท้าอธรรม รับบท ผู้กองอุษา/ยูซ่า ช่อง 5

 

ผลงานภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2555

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องหมูแดง รับบท มริสสา (หมูแดง) ช่อง 3

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องสะใภ้พญายม รับบท หนูหริ่ง / ตำลึง ช่อง 3

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องก้นครัวตัวแสบ รับบท จิณห์ณิภา (จินนี่) ช่อง 3

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องเหนือเมฆ 2 มือปราบจอมขมังเวทย์ รับบท ทอรุ้ง (นักแสดงรับเชิญ) ช่อง 3

 

ผลงานภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2556

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องClub Friday The Series 3 รักเธอ รักเขา และรักของเรา รับบท เจ Green Channel

 

ผลงานภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2557

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องเมียเถื่อน รับบท ฟ้าสาง ช่อง 8

 

ผลงานภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2558

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ รับบท มุกริน เวลแม็กซ์ (ริน) ช่อง 3

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องหัวใจมีเงา รับบท ละเวง อินทรักษ์ ช่องวัน

 

ผลงานภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2559

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องเพชฌฆาตดาวโจร รับบท พร ช่องวัน

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องระบำไฟ รับบท ตรีประดับ ช่อง 8

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องซิทคอม วุ่นนัก รักข้ามตึก รับบท คุณหนูฝ้าย ช่อง 9

 

ผลงานภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2560

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องไดอารีตุ๊ดซีส์ เดอะซีรีส์ ซีซั่น 2

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องMelodies Of Life ตอน เป็นอย่างงี้ตั้งแต่เกิด รับบท ม้อนท์ จีเอ็มเอ็ม 25

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องคุณแม่วัยใส The Series รับบท เจน ไลน์ทีวี

 

ผลงานภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2561

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องเรื่อง ลับ หลัง Behind The Sin The Series

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องซิทคอม คิดดี คลินิก รับบท ครูตาล พีพีทีวี

 

ผลงานภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2563

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องอกเกือบหักแอบรักคุณสามี รับบท ญาดา ช่อง 3

 

 

ผลงานแสดง : รับเชิญ/อื่นๆ

– ผลงานการแสดงเรื่องระเบิดเถิดเทิงรับบท เก๋

– ผลงานการแสดงเรื่องเนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร

– ผลงานการแสดงเรื่องหมวดโอภาส

– ผลงานการแสดงเรื่องมาดามมด เธียร์เตอร์ สโนว์ White Now

– ผลงานการแสดงเรื่องสุภาพบุรุษวงษ์คำเหลา

 

มิวสิกวิดีโอ

– ผลงานเพลงทิ้งฉันลง ทิ้งฉันเลย ไอน้ำ

– ผลงานเพลงชิน วงมะลิ

– ผลงานเพลงคำพูดง่ายๆ นภ พรชำนิ

– ผลงานเพลงหรือแค่ขำขำ เป๊ก ผลิตโชค

– ผลงานเพลงไม่เสียใจ…ที่ได้รักเธอ พัดชา เอนกอายุวัฒน์

– ผลงานเพลงนับถอยหลัง Instinct

– ผลงานเพลงกระดกลิ้น ป้าง นครินทร์

– ผลงานเพลงU&ME ซาไลว่า บาสตาร์ดส์

– ผลงานเพลงภรรยาน้อย (ฉันไม่อยากเป็น) ปนัดดา เรืองวุฒิ

– ผลงานเพลงมนต์รักยาเสน่ห์ เดอะ ริชแมน ทอย

– ผลงานเพลงหัวใจไม่อยู่กับตัว มาเรียม B5

– ผลงานเพลงแค่เหงาเหมาว่ารัก ฟิล์ม รัฐภูมิ

– ผลงานเพลงเชื่อในตัวฉัน (Trust in Me) พีโอพี

– ผลงานเพลงไม่ใช่ฉัน (ใช่ไหม) เสก โลโซ Feat. ดา เอ็นโดรฟิน

– ผลงานเพลงจากเส้นขอบฟ้า Knock the Knock

– ผลงานเพลงอย่าเอาความเหงามาลงที่ฉัน นิว จิ๋ว

– ผลงานเพลงเจ็บแค่ไหนก็ยังรักอยู่ Yes’sir days Feat. ฟิล์ม บงกช

– ผลงานเพลงไม่อยู่ในสายตา ดัง พันกร

– ผลงานเพลงคำตอบ กบ ทรงสิทธิ์

– ผลงานเพลงgo away tym metro

 

ผลงานพิธีกร

– ผลงานพิธีกรรายการmars TV

– ผลงานพิธีกรรายการDJ 104.5 fat radio

– ผลงานพิธีกรรายการดาราการ์ตูน

– ผลงานพิธีกรรายการชิงร้อยชิงล้าน ซันไชน์ เดย์ (รับเชิญ)

– ผลงานพิธีกรรายการHoney Hero คู่รักนักสู้ (รับเชิญ) บาคาร่าฟรี

 

ผลงานเพลง

ผลงานเพลงวันสุข อัลบั้ม Lazy Sunday ค่าย WerkGang

ผลงานเพลงพักสักวัน อัลบั้ม Lazy Sunday ค่าย WerkGang

ผลงานเพลงเราจะข้ามเวลามาพบกัน ร้องโดย ก้อย รัชวิน Feat. ปอย Portriat

 

รางวัลได้รับ

รางวัลได้รับรางวัลสุพรรณหงส์ ในสาขาผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง รัก/สาม/เศร้า

รางวัลได้รับMThai Top Talk-about 2018 สาขา บุคคลหญิง ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด

 

สาวหมิง จิรกิติยา อดีตนางสาวไทย ออกมาเปิดหมดใจโสดก็สุขได้

 

สาวหมิง จิรกิติยา
สาวหมิง จิรกิติยา

สาวหมิง จิรกิติยา อดีตนางสาวไทย ออกมาเปิดหมดใจโสดก็สุขได้ อยู่คนเดียวไม่ใช่เรื่องแย่ สำหรับหมิง-จิรกิติยา บุญครองทรัพย์ อดีตนางสาวไทย ซึ่งล่าสุดขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์ AJ ในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ บริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ขอเป็นตัวแทนนำพันธมิตร AJ มาร่วมบริจาคของช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิด-19

พร้อมเชิญชวนประชาชน หรือบริษัทที่พอมีกำลัง ร่วมบริจาคให้กับทางสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.อมร มีมะโน ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนนายกฯ รับมอบซึ่งเป็นส่วนกลางที่จะส่งต่อไปยังหน่วยงานและพื้นที่ต่างๆ ที่กำลังขาดแคลน

นอกจากนั้น หมิง จิรกิติยา ยังได้ถือโอกาสนี้อัปเดตชีวิตหลังจากที่หายหน้าหายตาจากวงการไปนาน โดยเธอเผยว่า จริงๆ แล้วช่วงที่ผ่านมาก็ยังคงรับงานพิธีกร งานพรีเซนเตอร์เหมือนปกติ และไม่ได้หายไปไหน แต่ที่หลายคนไม่ค่อยเห็นหน้าอาจเป็นเพราะเธอไม่ได้โฟกัสงานละครเหมือนเมื่อก่อนมากกว่า

ส่วนทางด้านสัมพันธ์กับคุณหมอชื่อดังที่เคยเป็นข่าวก่อนหน้านี้ หมิง จิรกิติยา เผยว่าตอนนั้นแค่ฝ่ายชายเข้ามาทำความรู้จัก ซึ่งพอได้พูดคุยกันจริงๆ ต่างฝ่ายต่างก็เห็นตรงกันว่าเป็นพี่น้องน่าจะดีที่สุด ซึ่งตอนนี้ตัวเธอเองก็โสดสนิทมาเป็นเวลาปีกว่าๆ แล้ว และก็รู้สึกสบายใจ เพราะอยู่คนเดียวไม่ใช่เรื่องแย่ ถึงแม้จะมีหนุ่มๆ เข้ามามาขายขนมจีบบ้าง แต่ก็ยังไม่เจอคนที่เข้าตา และอยากขอดูให้นานกว่านี้หน่อย

หมิง อรินทร์มาศ บุญครองทรัพย์ ชื่อเดิม ชาลิสา บุญครองทรัพย์ ชื่อใหม่ ล่าสุดหมิง จิรกิติยา เกิดวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2526 นักแสดงและพิธีกรชาวไทย ได้รับตำแหน่งนางสาวไทย จากการประกวดนางสาวไทย ประจำปี พ.ศ. 2546 ต่อมาได้ก้าวเข้ามาสู่วงการบันเทิงด้วยการพิธีกร และได้แสดงละครเรื่องแรกเรื่อง พ่อดอกรักเร่ ออกอากาศทางช่องไอทีวี ต่อมาเข้ามาได้เป็นนักแสดงของ ช่อง 3 หมิงยังเป็นผู้เข้าแข่งขันในรายการซูเปอร์สตาร์ ที่สุดแห่งดาว ในฤดูกาลที่ 2 อีกด้วย

หมิง อรินทร์มาศ บุญครองทรัพย์ จบการศึกษาระดับอนุบาลที่โรงเรียนอนุบาลรัศมี ระดับประถม – มัธยมต้น ที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ระดับมัธยมปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาวิชาการละคร คณะศิลปกรรมศาสตร์ และระดับปริญญาโทที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะจิตวิทยา

หมิง อรินทร์มาศ บุญครองทรัพย์ เป็นบุตรสาวของ นายสมศักดิ์ บุญครองทรัพย์ กับนางศุภรัสมิ์ บุญครองทรัพย์และเธอยังมีน้องชายหนึ่งคนชื่อ ธีรุตมิ์ บุญครองทรัพย์ ครั้งหนึ่ง หมิง อรินทร์มาศ ยังเคยให้สัมภาษณ์ในรายการ Club Friday Show ว่าเกือบได้แต่งงานแต่ก็ต้องมายกเลิกการถึงวันแต่งงานจริง 3 เดือน ด้วยเหตุผลที่ว่าหมดใจ และ เข้ากันไม่ได้

สำหรับพิธีกรสาวเก่งและอดีตนางสาวไทยอย่าง หมิง จิรกิติยา ใครจะเชื่อว่าเธอนั้นยังคงครองสถานะความเป็นโสดไร้เงาหนุ่มข้างกาย ซึ่งเธอเองเล่าให้ฟังว่าอาจจะเป็นเพราะว่าส่วนตัวไม่ได้โฟกัสเรื่องนี้และบวกกับหลายๆคนคงคิดว่าเธอนั้นมีคนคุยแล้วจึงไม่มีคนเข้ามาจีบเลย แต่ถ้าจะมีคนเข้ามาคุยก็คุยได้ พร้อมทั้งเผยถึงการทำงานช่วงนี้ ว่ายากขึ้นมากและก็มีหลายๆงานที่ถูกยกเลิกไปในช่วงนี้

นางสาวจิรกิติยา กล่าวว่าหลายคนอาจจะคุ้นตากับบทบาทการแสดง พิธีกร หรือภาพนางสาวไทยของตนเอง แต่ขณะนี้ตนเองได้เข้าดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ บริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)  หรือ AJA ถือว่าตอนนี้ตนเองเป็นประชาสัมพันธ์เต็มตัวให้กับบริษัท เอเจฯ หลายคนอาจจะรู้แค่ว่าบริษัท เอเจ ฯ ทำเกี่ยวกับธุรกิจอุปกรณ์ไฟฟ้า แต่จริง ๆ ยังมีอีกหลากหลายธุรกิจที่บริษัท เอเจ ฯ ได้ทำ เกี่ยวกับการลงทุนระหว่างไทย-จีน ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเองก็ได้เป็นทูตวัฒนธรรม ซึ่งทางผู้บริหารบริษัท เอเจ ฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญว่าตนเองสามารถทำประโยชน์ได้โดยเฉพาะการติดต่อกับนักธุรกิจชาวไทย-จีน จึงให้โอกาสและชักชวนให้มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ ของทางบริษัท

สำหรับงานวันนี้ ตนเองได้รับมอบหมายให้นำกลุ่ม 5 บริษัทพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท เอเจ ฯ นำสิ่งของบริจาค ยาเวชภัณฑ์ใช้สำหรับป้องกันโควิด 19 เครื่องมือทางการแพทย์ มามอบให้สำนักนายกรัฐมนตรีผ่านดร.อมร มีมะโน ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปส่งต่อให้กับประชาชนเพื่อช่วยเหลือประเทศไทยต่อสู้กับสถานการณ์โควิด 19

อย่างไรก็ตาม ทางบริษัท เอเจ ฯ ยังไม่หยุดที่จะมุ่งมั่นในการช่วยเหลือสังคมซึ่งขณะนี้ได้มีการเปิดประเทศแล้วทางบริษัท ฯ จะเร่งระดมนักธุรกิจชาวจีนเข้ามาท่องเที่ยวและลงทุนในไทย เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

ครอบครัว
– คุณพ่อสมศักดิ์ บุญครองทรัพย์
– คุณแม่ศุภรัสมิ์ บุญครองทรัพย์
– น้องชายธีรุตมิ์ บุญครองทรัพย์

 

ผลงานละครโทรทัศน์ในปี พ.ศ. 2546
– ผลงานละครเรื่องพ่อดอกรักเร่ ออกอากาศทางช่องไอทีวี

ผลงานละครโทรทัศน์ในปี พ.ศ. 2547
– ผลงานละครเรื่องท้าลิขิต ออกอากาศทางช่องไอทีวี

ผลงานละครโทรทัศน์ในปี พ.ศ. 2549
– ผลงานละครเรื่องหนุ่มห้าวสาวใสหัวใจปิ๊ง รับบท อโนมา ออกอากาศทางช่องไอทีวี

ผลงานละครโทรทัศน์ในปี พ.ศ. 2551
– ผลงานละครเรื่องบาดาลใจ รับบท รังสิยา (เอื้อย) / รังสิตา (อ้อม) ออกอากาศทางช่อง 3
– ผลงานละครเรื่องรายากูนิง รับบท อัครราชเทวี ออกอากาศทางช่องไทยพีบีเอส

ผลงานละครโทรทัศน์ในปี พ.ศ. 2552
– ผลงานละครเรื่องปราสาทมืด รับบท กัญญา ออกอากาศทางช่อง 3

ผลงานละครโทรทัศน์ในปี พ.ศ. 2553
– ผลงานละครเรื่องส.อ.ว.ห้อง 2 รุ่น 44 รับบท สุนทรียา ออกอากาศทางช่องไทยพีบีเอส
– ผลงานละครเรื่องไฟอมตะ รับบท วิภาวี (แดง,สมใจ) ออกอากาศทางช่อง 9
– ผลงานละครเรื่องสามหัวใจ รับบท พิมพรรณ ออกอากาศทางช่อง 3
– ผลงานละครเรื่องเจ้าสาวไร่ส้ม รับบท ปารวาตี ออกอากาศทางช่อง 3
– ผลงานละครเรื่องคุณชายติดหรู คุณหนูติดดิน รับบท นงพะงา ออกอากาศทางช่อง 3 คาสิโนออนไลน์เว็บตรง

ผลงานละครโทรทัศน์ในปี พ.ศ. 2555
– ผลงานละครเรื่องยอดรักนักสู้ รับบท เจ๊อ้อย ออกอากาศทางช่อง 3

ผลงานละครโทรทัศน์ในปี พ.ศ. 2557
– ผลงานละครเรื่องผัวชั่วคราว รับบท พิมพ์สนม ออกอากาศทางช่อง 8

ผลงานละครโทรทัศน์ในปี พ.ศ. 2559
– ผลงานละครเรื่องธิดาผ้าซิ่น รับบท ลลิตา ออกอากาศทางช่องพีพีทีวี

ผลงานละครโทรทัศน์ในปี พ.ศ. 2560
– ผลงานละครเรื่องเชลยศึก รับบท อาละแม ออกอากาศทางช่อง 8
– ผลงานละครเรื่องหมอเทวดา รับบท ดุจดาว ออกอากาศทางช่อง 3

 

ผลงานพิธีกร
– ผลงานพิธีกรรายการเมืองไทยแฟนซี ออกอากาศทางช่องททบ.5
– ผลงานพิธีกรรายการคุยกันทันข่าวบันเทิง ออกอากาศทางช่องททบ.5
– ผลงานพิธีกรรายการไอ สไตล์ ออกอากาศทางช่องไอทีวี
– ผลงานพิธีกรรายการร้านชำยามเช้า ออกอากาศทางช่องไอทีวี
– ผลงานพิธีกรรายการทูบีนัมเบอร์วันวาไรตี้ ทาง สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย สทท.
– ผลงานพิธีกรคุยข่าวฃอกแฃก ออกอากาศทางช่องจีเอ็มเอ็ม 25

 

มิวสิควีดีโอ
– ผลงานเพลง 25 แทนความคิดถึง ศิลปิน ก็อท จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติ
– ผลงานเพลงที่รักของใครสักคน ศิลปิน เต้ วิทย์สรัช สุขวัฒนศิริ

 

หนุ่มบอย ปกรณ์ ออกมาเปิดใจสถานะ เฟย์ FFK เราได้รู้จักกันมากขึ้น

หนุ่มบอย ปกรณ์
หนุ่มบอย ปกรณ์

หนุ่มบอย ปกรณ์ ออกมาเปิดใจสถานะ เฟย์ FFK เราได้รู้จักกันมากขึ้น ออกมาไขข้อข้องใจให้แฟนๆ ได้คลายความสงสัยสักที สำหรับพระเอกหนุ่มมาดทะเล้น เค้าไพ่เสือมังกร

บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ หลังเจ้าตัวและอดีตนักร้องเกิร์ลกรุ๊ป เฟย์-พรปวีณ์ นีระสิงห์ หรือ เฟย์  FFK ถูกจับตามองเรื่องสถานะความสัมพันธ์ ในทำนองว่า กำลังซุ่มปลูกต้นรักกันอยู่หรือเปล่า?

ซึ่งล่าสุดขณะหนุ่มบอยเดินทางมาร่วมงานแถลงข่าว Haier 10 Days Activity เจ้าตัวก็ได้ใช้โอกาสนี้ชี้แจงประเด็นร้อนดังกล่าวกับกองทัพสื่อ โดยยืนยันว่า ตนและ เฟย์ ณ เวลานี้ ยังคงเป็นเพียงพี่น้องเท่านั้น ส่วนเรื่องของอนาคตจะพัฒนาไปในรูปแบบไหนคงไม่สามารถตอบได้

แต่ถึงอย่างนั้นแล้วก็ยอมรับว่าอีกฝ่ายเป็นคนน่ารักนิสัยดี แถมในช่วงที่ผ่านมาก็ยังได้ใช้เวลาทำความรู้จักกันมากขึ้นด้วย

คำถาม : ทราบใช่ไหมว่ามีข่าวของเรากับเฟย์ ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : กับเฟย์ก็คือยังไม่มีอะไรเลย ซึ่งจริงๆ ผมขอเฟย์เรารู้จักกันอยู่แล้ว แค่ช่วงหลังมานี้เราอาจจะได้มีโอกาสพูดคุยทำความรู้จักกันมากขึ้น แต่ว่าตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรครับ ยังเป็นพี่น้องกันครับ (ยิ้ม) ก็อย่างที่บอกไม่ได้มีอะไร ผมกับเฟย์เราเคยรู้จักเคยเจอกันตามงานอยู่แล้ว เป็นเพื่อนเป็นพี่น้องกัน แค่ตอนนี้ก็ได้ทำความรู้จักกันมากขึ้นครับ

คำถาม : อะไรคือจุดเชื่อมโยงที่ทำให้เราได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น ?
บอย ปกรณ์ : เขาเป็นเพื่อนที่อยู่ในกลุ่มเพื่อนที่เรารู้จัก พอมีโอกาสได้เจอได้พูดคุยมันก็ทำให้รู้จักกันมากขึ้น

คำถาม : เอาตรงๆ เราจีบเขาไหม ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : ตอนนี้ยังครับ (ยิ้ม)

คำถาม : ในอนาคตมีความเป็นไปได้หรือเปล่า ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : เรื่องอนาคต ก็คงต้องให้มันเป็นเรื่องของอนาคต แต่อย่างที่ผมเคยตอบกับทุกๆ คนก็คือ ผมไม่ได้อยากจะบอกว่าตอนนี้มันเป็นอะไรยังไง เพราะตอนนี้เราเป็นแค่พี่น้องกันจริงๆ

คำถาม : ที่บอกว่าคุยกัน หมายถึงคุยกันทุกวันเลยไหม ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ :ไม่ได้ขนาดนั้นครับ

คำถาม : แต่เพื่อนๆ แซวกันเยอะเลยนะ ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : ตอนนี้เขาแซวอาเล็กกันครับ ไม่ได้แซวผม ผมโดนด้วยเหรอ (หัวเราะ)

คำถาม : รูปเที่ยวทะเลไง ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : อันนั้นเห็นแล้วครับที่เป็นข่าว ภาพนั้นพี่สาวเขาถ่ายให้ ไม่ใช่ผม

คำถาม : งงไหมเพราะตอนนั้นคนสงสัยว่าเราเป็นคนถ่ายให้ ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ (หัวเราะ)

คำถาม : อาจเป็นเพราะคนคิดว่าเราไปเที่ยวทริปหัวหินด้วยกัน ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : หนุ่มบอกว่า อ๋อ แค่ช่วงเวลามันคาบเกี่ยวกันเฉยๆ ครับ เขาไปกับครอบครัวของเขา ผมก็ไปกับครอบครัวของผม แต่ถามว่าได้เจอกันไหม ก็ได้เจอครับ คือเขาจะไปคาเฟ่คาเฟ่หนึ่ง แล้วผมก็อยู่แถวนั้นพอดี ก็เลยแวะไปเจอกันแป๊บเดียว

คำถาม : แสดงว่าได้เจอกับครอบครัวของฝ่ายหญิงแล้ว ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : มีเจอ มีทักทาย มีสวัสดี เป็นปกติครับ

คำถาม : ไม่ใช่คนพิเศษแต่ก็นัดเจอกัน ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : โห… กดดันนะเนี่ย (หัวเราะ) มันไม่ถึงกับนัดเจอครับ แค่รู้ว่าเขาจะไปคาเฟ่นั้น เราก็อยากจะไปพอดี ทักทายกันบ้าง

คำถาม : มีช็อตเซลฟี่เก็บไว้บ้างไหม ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : ไม่มี ไม่มี อย่างรูปที่ถ่ายที่เป็นข่าว ก็ไม่ใช่รูปที่คาเฟ่ (หัวเราะ)

คำถาม : ได้คุยกับเขาบ้างไหมเรื่องที่มีข่าวออกมา ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : คุยครับ แต่ก็ไม่ได้มีอะไร เพราะอย่างที่ผมบอกกับทุกคน คือเราเป็นแค่พี่น้องกันจริงๆ และเราก็ไม่ได้ซีเรียสกับข่าวเท่าไหร่ด้วย เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าความจริงคืออะไร แค่ที่ผ่านมาเราไม่ได้มีโอกาสออกมาพูดก็เท่านั้นเอง

คำถาม : สำหรับคนเฟย์ถือว่าเป็นสเปกเราเลยไหม ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : เขาก็น่ารักดีครับ นิสัยดี น่ารักดี

คำถาม : เป็นคนที่เราคุยบ่อยที่สุดเลยหรือเปล่า ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : ผมก็ไม่ได้มีคนคุยเยอะอะไรขนาดนั้นนะ

คำถาม : มีเปอร์เซ็นต์และความเป็นไปได้ไหมสำหรับเราสองคน ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : มันเป็นเรื่องของอนาคตจริงๆ ครับ และถ้าหากในอนาคตมีอะไรอัปเดตผมจะออกมาพูดแน่นอน

คำถาม : พอได้พูดคุยกับเขามากกว่าเมื่อก่อนแบบนี้ มันทำให้เราประทับใจในตัวเขามากขึ้นด้วยไหม ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : มันก็ทำให้เราได้รู้จักกันมาก ขึ้นรู้จักนิสัยมากขึ้น

คำถาม : แบบนี้มันจะทำให้เรารู้สึกเกร็งไหม ที่ถูกจับตามอง ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : ก็ไม่ขนาดนั้นนะ เพราะว่าเราก็ไม่ได้ทำอะไรที่ไม่ดี

คำถาม : คุณแม่มีฟีดแบคอย่างไรบ้าง ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : แม่ไม่ได้พูดอะไรครับ เพราะอย่างที่บอกตอนนี้ความสัมพันธ์มันยังไม่คืบหน้าอะไรขนาดนั้น แต่ส่วนใหญ่แม่ผมเขาอยากให้มีอยู่แล้วแหละ แค่เวลาที่ผมคุยกับใครเขาก็จะไม่ค่อยได้มายุ่งเท่าไหร่

คำถาม : เข้าเรื่อง อาเล็ก ธีรเดช กับ โบว์ เมลดา บ้าง คู่นี้อะไรยังไง ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : เนี่ยคำถามพวกนี้มันต้องเอาไว้ถามอาเล็ก ไปถามเขาว่าเขาไปเจอกันเมื่อไหร่ อะไรยังไง

คำถาม : เรารู้อะไรมา ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : ก็รู้แค่ว่าเทปที่เขาไปถ่ายด้วยกันยอดวิวเยอะมาก

คำถาม : เราไม่กล้าพูดเพราะกลัวเขาเอาคืนรึเปล่า ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : ไม่ๆๆ ความจริงผมก็ไม่ค่อยรู้อะไรมากหรอก รู้เท่าทุกคนนี่แหละ ตามข่าว

คำถาม : คิดว่าจุดเริ่มต้นมาจากเทปนั้นเลยไหม ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : ผมไม่รู้ ไปถามอาเล็กดีกว่า

คำถาม : แต่เราก็แซวบ่อยนะ ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : เราก็แซวตามข่าวที่ออกมาไง

คำถาม : ถ้าเกิดมันเป็นความจริงตามข่าว เรารู้สึกว่าเขาสองคนเหมาะสมกันไหม ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : ถ้านะครับ ถ้า… คือผมก็รู้จักอาเล็ก รู้จักนิสัยอาเล็ก แต่กับน้องโบว์ผมอาจจะไม่ได้สนิทเท่าไหร่เพราะยังไม่เคยได้มีโอกาสร่วมงานกัน ก็เลยไม่รู้ดีกว่าครับ ไปถามเขาดีว่า

คำถาม : ถ้าไง ถ้าเขาเกิดคบกันขึ้นมาจริงๆ เราคิดว่ายังไง ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : ยินดีด้วยครับ เขาก็ดูไปด้วยกันได้ดี ต่างคนต่างโสด เจอกัน คุยกัน เราก็ยินดีด้วย

คำถาม : ไม่กลัวเขาจะแซงหน้าเลยหรอ ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : ยินดีครับผม ผมไม่รีบ

คำถาม : อาเล็กเขาไม่ได้มาขอคำปรึกษาเราเลยเหรอ ?
หนุ่มบอย ปกรณ์ตอบ : พูดตรงๆ ผมรู้ทุกอย่างตามข่าวเลยครับ ผมไม่ได้ถามอะไรเขาเลย คิดว่ารอเขาพูดเองดีกว่า ส่วนเราก็แค่แซวๆ ตามหน้าโซเชียลขำๆ สนุกๆ รอให้เข้ามาพูดเองดีกว่าครับ แต่เรื่องของผมตอนนี้มีแค่นี้

 

ผลงานการแสดงละครโทรทัศน์

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2552

– ละครโทรทัศน์เรื่องไฟรักอสูร

– ละครโทรทัศน์เรื่องหัวใจสองภาค

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2553

– ละครโทรทัศน์เรื่องสามหัวใจ

– ละครโทรทัศน์เรื่องธาราหิมาลัย

– ละครโทรทัศน์เรื่องดวงใจอัคนี

– ละครโทรทัศน์เรื่องปฐพีเล่ห์รัก

– ละครโทรทัศน์เรื่องวายุภัคมนตรา

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2554

– ละครโทรทัศน์เรื่องรอยมาร

– ละครโทรทัศน์เรื่องสามหนุ่มเนื้อทอง

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2555

– ละครโทรทัศน์เรื่องแววมยุรา

– ละครโทรทัศน์เรื่องตะวันฉายในม่านเมฆ

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2556

– ละครโทรทัศน์เรื่องพรพรหมอลเวง

– ละครโทรทัศน์เรื่องมายาตวัน

– ละครโทรทัศน์เรื่องมนต์จันทรา

– ละครโทรทัศน์เรื่องฟ้ากระจ่างดาว

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2557

– ละครโทรทัศน์เรื่องในสวนขวัญ

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2558

– ละครโทรทัศน์เรื่องแก้วตาหวานใจ

– ละครโทรทัศน์เรื่องจุดนัดภพ

– ละครโทรทัศน์เรื่องกระทิง (เลือดมังกร)

– ละครโทรทัศน์เรื่องหงส์ (เลือดมังกร)

– ละครโทรทัศน์เรื่องนางร้ายที่รัก

– ละครโทรทัศน์เรื่องไฟล้างไฟ

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2560

– ละครโทรทัศน์เรื่องกามเทพหรรษา

– ละครโทรทัศน์เรื่องกามเทพออกศึก

– ละครโทรทัศน์เรื่องกามเทพจำแลง

– ละครโทรทัศน์เรื่องสายลับจับแอ๊บ

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2561

– ละครโทรทัศน์เรื่องมาตุภูมิแห่งหัวใจ

– ละครโทรทัศน์เรื่องมนตราลายหงส์

– ละครโทรทัศน์เรื่องลมไพรผูกรัก

– ละครโทรทัศน์เรื่องเส้นสนกลรัก

– ละครโทรทัศน์เรื่องใต้ปีกปักษา

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2562

– ละครโทรทัศน์เรื่องเพลิงนาคา รับบท เธียร นาคพิทักษ์

– ละครโทรทัศน์เรื่องเพลิงรักเพลิงแค้น รับบท อัมพุ

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2563

– ละครโทรทัศน์เรื่องบาปอยุติธรรม

– ละครโทรทัศน์เรื่องสายลับลิปกลอส

 

ผลงานการแสดงละครสั้น

ผลงานการแสดงละครสั้นปีพ.ศ. 2554

– ผลงานการแสดงเรื่องแฟนคลับ รับบท แล่ม หนังดังสุดสัปดาห์

– ผลงานการแสดงเรื่อง ตัดหางปล่อยวัด เดอะซีรีส์ ตอนที่ 2 เกินจะเห็น รับบท โพ

 

ผลงานการแสดงละครสั้นปีพ.ศ. 2555

– ผลงานการแสดงเรื่องเซียมซี ป่วนรัก รับบท ชาย

 

ผลงานการแสดงละครเวที

ผลงานการแสดงละครเวทีปีพ.ศ. 2554

– ผลงานการแสดงละครเวทีเรื่องอานุภาพพ่อขุนรามคำแหงมหาราช รับบท สามศร

 

ผลงานการแสดงภาพยนตร์

ผลงานการแสดงภาพยนตร์ปีพ.ศ. 2551

– ผลงานภาพยนตร์ฝัน หวาน อาย จูบ ตอน อาย รับบท ทุเรียน

 

ผลงานการแสดงภาพยนตร์ปีพ.ศ. 2552

– ผลงานภาพยนตร์ปายอินเลิฟ รับบท แมน

 

ผลงานการแสดงภาพยนตร์ปีพ.ศ. 2553

– ผลงานภาพยนตร์ชิงหมาเถิด รับบท แบงค์

 

ผลงานการแสดงภาพยนตร์ปีพ.ศ. 2554

– ผลงานภาพยนตร์หลุดสี่หลุด ตอน ร้านของขวัญเพื่อคนที่คุณเกลียด รับบท ธาดา

– ผลงานภาพยนตร์สะบายดี วันวิวาห์ รับบท เชน

 

ผลงานการแสดงภาพยนตร์ปีพ.ศ. 2556

– ผลงานภาพยนตร์ฟัดจังโตะ รับบท ก๊อป

 

ผลงานการแสดงภาพยนตร์ปีพ.ศ. 2559

– ผลงานภาพยนตร์จำเนียร วิเวียน โตมร รับบท จำเนียร

 

ผลงานการแสดงภาพยนตร์ปีพ.ศ. 2561

– ผลงานภาพยนตร์Gravity of Love รักแท้..แพ้แรงดึงดูด รับบท เซ

 

 

คุณแม่ลูกสี่พลอย ชิดจันทร์ ฟาดแซ่บหันหลังโชว์ก้นเด้ง บิกินี่ตัวจิ๋วทำทะเลเดือด

คุณแม่ลูกสี่พลอย
คุณแม่ลูกสี่พลอย

คุณแม่ลูกสี่พลอย ชิดจันทร์ ฟาดแซ่บหันหลังโชว์ก้นเด้ง บิกินี่ตัวจิ๋วทำทะเลเดือด สะกดคำว่าอ่อนโยนไม่เป็นจริงๆ ช่วงนี้ สำหรับคุณแม่ลูกสี่คนสวย พลอย ชิดจันทร์ เรียกว่าทำอินสตาแกรมไฟลุกอย่างต่อเนื่อง กับภาพทริปที่พลอยไปเที่ยวพักผ่อนที่ทะเล และปล่อยภาพสุดแซ่บลงโซเชียล

หลังจากที่เห็น พลอย ชิดจันทร์ ปล่อยภาพใส่บิกินี่สีเขียวตัวจิ๋วลงไปแล้วเซ็ทแรก และทำเอาฮือฮามาก เพราะพลอยแซ่บกว่าทุกครั้ง เรียกว่าสวยสะกดตาจริงๆ ทั้งชุดทั้งอินเนอร์การโพสท่าแม่พลอยทำทะเลเดือดไปเลย

แล้วก็ยิ่งเดือดมากขึ้น กับภาพเซ็ทล่าสุด ถึงแม้จะเป็นชุดว่ายน้ำบิกินี่ชุดเดิม แต่รูปที่โพสต์นั้นยอดไลก์พุ่งมาก ตั้งแต่ช็อตแรกที่พลอย ยืนหันหลัง กับบิกินี่ชิ้นล่างตัวจิ๋วที่เว้าได้สุดวาบหวิว คุณแม่ลูกสี่หันหลังโชว์ก้นเด้งๆ น่าตีเหลือเกิน เซ็กซี่เกินจะบรรยายจริงๆ  บาคาร่าฟรี

ด้วยหน้าตาที่น่ารักสดใส พลอย ชิดจันทร์ ได้เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการประกวดเวที ดัชชี่บอยแอนด์เกิร์ล 2004 แม้จะไม่ได้อันดับ 1 แต่เธอก็สามารถคว้ารางวัล Rising Star มาได้ และประเดิมแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกคือ “รับน้องสยองขวัญ” จากนั้นเธอก็ก้าวมาเป็นหนึ่งในกลุ่มพาวเวอร์ทรี นักแสดงดาวรุ่งของช่อง 3 มีผลงานละครมากมาย แต่ที่โด่งดังเป็นที่จดจำที่สุดต้องยกให้ “ปี่แก้วนางหงส์” (2550) ที่ได้เห็นเธอแสดงฝีมือในบทร้ายด้วย
ส่วนผลงานอื่น ๆ ก็มีทั้งโฆษณา มิวสิกวิดีโอเพลง ไว้ใจได้กา และ ผู้หญิงธรรมดา ของลานนา คัมมินส์  ปวดร้าวเท่า ๆ กัน ของ เตชินท์ เป็นพิธีกรรายการผู้หญิงถึงผู้หญิงสวย (วัยทีนส์) ล่าสุด เธอยังกลับมารับงานละครกับช่อง 3 อีกครั้ง ในเรื่อง “ซ่านเสน่หา” และยังมียูทูบแชนแนล MommeChidjun เป็นของตัวเอง ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 5 แสนคน พูดได้ว่าเธอทำงานเบื้องหน้ามาแล้วทุกรูปแบบ

ในช่วงเดือนเมษายน พ.ศ. 2553 มีข่าวออกมาว่าพลอยแอบซุ่มไปแต่งงานสายฟ้าแลบกับหนุ่มนอกวงการ ชื่อว่า เคน ฮุง โดยในวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2553 พลอย ชิดจันทร์ พร้อมคุณแม่ และสามีชาวฮ่องกง ได้ออกมาแถลงข่าวถึงเรื่องราวทั้งหมดว่า ทั้งคู่คบหาดูใจกันมาได้ 4 ปีแล้ว โดยได้หมั้นกันเมื่อ 2 ปีก่อน และแต่งงานเมื่อปลายปี พ.ศ. 2552 มาถึงวันนี้ ความรักกว่า 14 ปีของทั้งพลอยและเคนก็ยังสวีตไม่น้อยไปกว่าเดิมเลย ทั้งการดูแล เติมความหวานกันตลอด ขยันเซอร์ไพรส์ ให้ของขวัญทั้งรถ ทั้งทองคำแท่ง ซึ่งสามีของเธอก็เป็นคนที่คงเส้นคงวาตั้งแต่วันแรกที่คบกัน ไม่เคยทำให้ไม่สบายใจ ถือเป็นคู่ที่น่ารักและน่าอิจฉามาก ๆ ทีเดียว
เก่งทั้งดูแลครอบครัวและการบริหารธุรกิจ ส่วนเรื่องแฟชั่น สาวพลอยก็ไม่น้อยหน้าใครเช่นกัน โดยเธอมักจะปรากฏตัวในลุคที่สดใส เรียบหรู ดูสวยแพงอยู่เสมอ เสื้อผ้าส่วนใหญ่จะเป็นแนวเดรสหวาน ๆ อีกทั้งยังมีไอเทมชิ้นเด่น อย่างกระเป๋าและเครื่องประดับ มาช่วยเสริมทัพให้เธอมีออร่าเปล่งประกายมากขึ้น ถือเป็นสาวที่แต่งตัวมีระดับมาก ๆ
ชีวิตที่สวยหรูของ พลอย ชิดจันทร์ จะไม่พูดถึงอาณาจักรของเธอไม่ได้เลย ปัจจุบันครอบครัวของเธออาศัยอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ บนทำเลดี เนื้อที่ 4 ไร่ ใจกลาง จ.เชียงใหม่ มีสนามหญ้า สนามเด็กเล่น และพื้นที่ด้านนอกให้ลูก ๆ วิ่งเล่นอย่างเต็มที่ ส่วนตัวบ้านดีไซน์สไตล์โมเดิร์น ตกแต่งสวยงาม เน้นงานไม้จริง ช่วยให้บรรยากาศอบอุ่นแบบธรรมชาติ ที่สำคัญออกแบบตามหลักฮวงจุ้ยเป๊ะ ๆ แว่วมาว่าบ้านหลังนี้มูลค่าสูงเกือบร้อยล้านเลยล่ะ
แม้จะมีทรัพย์สินเงินทองเพียบพร้อม แต่สิ่งที่ พลอย ชิดจันทร์ ให้ความสำคัญและทุ่มเทเป็นอันดับหนึ่งก็คือเรื่องการดูแลครอบครัว ส่งผลให้เธอได้รับรางวัล Top Parenting หรือบ้านแสนอบอุ่นประจำปี จากงาน Influence Asia 2017 ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นงานประกาศรางวัลให้แก่บุคคลที่มีอิทธิพลต่อโลกโซเชียลมีเดียระดับภูมิภาคเอเชีย รวมถึงรางวัล Best Parenting influencer จากงาน Thailand Unfluencer Awards 2020 มาเป็นเครื่องการันตี เรียกว่าหายเหนื่อยกับการเลี้ยงลูกวัยกำลังซนทั้ง 4 คนเลยทีเดียว

ผลงานละครโทรทัศน์ ช่อง 3

ปี 2548

โค่นมังกร รับบท วรรณวิภา / ไก่

ลิขสิทธิ์หัวใจ รับบท เขมนาถ ปรีชาพลกุล / นาถ

 

ปี 2549

หว่ออ้ายหนี่…ขอหยุดใจไว้ที่เธอ รับบท มนต์ประภา

เทใจรักนักวางแผน รับบท แจน

 

ปี 2550

เจ้าหญิงขอทาน รับบท ผดาชไม

ปี่แก้วนางหงส์ รับบท สารภี / นิสา

 

ปี 2551

ยมโลกโซไซตี้ รับบท มัจจุรี

พริกไทยกับใบข้าว รับบท ธีรนาถ

ทองเนื้อแท้ รับบท น้องหนู

ปี 2552

มนต์รักข้าวต้มมัด รับบท ฟองดาว

แม่ค้าขนมหวาน รับบท วรรษา

ล่าผีปอบ รับบท น้ำผึ้ง

ผลงานละครโทรทัศน์ ช่องอมรินทร์ทีวี

ปี 2562

THE HUSBANDS : สามีสีทอง รับบท ภัสสร

 

ผลงานละครโทรทัศน์ ช่องพีพีทีวี

ปี 2563

เกมรักเกมพยาบาท

 

ผลงานภาพยนตร์

ปี 2548

รับน้องสยองขวัญ รับบท พลอย

 

ปี 2550

สวยลากไส้ รับบท พยาบาลนุ๊ก

 

ผลงานมิวสิกวิดีโอ

เพลง ไว้ใจได้กา ของ ลานนา คัมมินส์

เพลง ผู้หญิงธรรมดา ของ ลานนา คัมมินส์

เพลง ปวดร้าวเท่าๆกัน ของ เตชินท์

 

ผลงานพิธีกร

รายการผู้หญิงถึงผู้หญิงสวย (วัยทีนส์) ทางช่อง 3

 

ผลงานเพลง

อัลบั้ม รวมดาว 2007 โดยร้องในเพลง บทเรียนก่อนวิวาห์ และ มนต์รักดอกคำใต้

 

รางวัลที่ได้รับ

รางวัล Rising Star จากการประกวดหนุ่มสาวดัชชี่ 2004

 

สาวแอฟ ทักษอร โพสต์ภาพของขวัญและช่อดอกไม้ ชาวเน็ตสะดุดตา แท็ก IG

สาวแอฟ ทักษอร
สาวแอฟ ทักษอร

สาวแอฟ ทักษอร โพสต์ภาพของขวัญและช่อดอกไม้ ชาวเน็ตสะดุดตา แท็ก IG นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่เอ่อล้นไปด้วยความรักและความสุข  สำหรับ แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ นางเอกสาวชื่อดัง ที่เพิ่งจะได้มีโอกาสฉลองวันคล้ายวันเกิดอย่างเรียบง่ายไปเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา

และเนื่องในวันสำคัญนี้เองบรรดาเพื่อนพ้องคนสนิททั้งจากในและนอกวงการบันเทิงต่างก็พร้อมใจกันส่งของขวัญ รวมถึงข้อความอวยพรมาให้กับเจ้าตัวกันอย่างคึกคัก

โดยที่ แอฟ ทักษอร ก็ได้ทำการโพสต์ภาพถ่ายลงบนอินสตาแกรม @aff_taksaorn ขณะที่ตัวเธอเองนั้นถูกรายล้อมไปด้วยกล่องของขวัญ และช่อดอกไม้จำนวนมากที่ทุกคนส่งมาให้ พร้อมกับเขียนแคปชั่นบรรยายว่า “ขอบคุณทุกคำอวยพร ความรักและคิดถึงจากทุกคนนะคะ พรดีๆ ที่แอฟได้รับขอให้กลับไปยังทุกคนเช่นกันค่ะ ขอให้ทุกคนได้รับสิ่งดีๆ มีพลังกายพลังใจใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ขอบคุณที่รักกันนะคะ”

แต่ที่ทำให้ชาวเน็ตหลายคนสะดุดตามากที่สุด ก็คือหนึ่งในรายชื่ออินสตาแกรมที่นางเอกสาวได้แท็กเพื่อขอบคุณใต้โพสต์ดังกล่าว ซึ่งเป็นของอดีตสามี สงกรานต์ เตชะณรงค์ งานนี้ทำเอาแฟนคลับหลายคนอดเซอร์ไพรส์และชื่นชมไม่ได้ เมื่อได้เห็นมิตรภาพของทั้งคู่ที่ยังคงมีความหวังดีมอบให้แก่กันเสมอ

 

ละครโทรทัศน์


ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2547

– ละครริษยา รับบท ม.ร.ว.วรรศิกา (หญิงวรรณ)

– ละครผู้ชายมือสอง รับบท ชลาศัย (ชลา)


ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2548

– ละครเพื่อนรัก รับบท ฟ้า

 

มิตร ชัยบัญชา มายาชีวิต รับบท กิ่งดาว ดารณี ช่อง 7 สี

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2549

– ละครมนต์รักล็อตเตอรี่ รับบท ดวงดารา (ดวง)

– ละครตี๋ตระกูลซ่ง รับบท มัญชรี / หมั่งหลี่

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2550

– ละครจอมใจ รับบท ม.ร.ว.กนกเรขา (หญิงเอียด)

– ละครเมื่อดอกรักบาน รับบท สายไหม การุณณ์ (ไหม / แม่เลี้ยงสายไหม)

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2551

– ละครจำเลยรัก รับบท โศรยา ศุภอรรถ (โศ)

– ละครโบตั๋นกลีบสุดท้าย รับบท ตันหยง (อาหยง)

– ละครใจร้าว รับบท ช่อลดา บูรณะภพ (น้องเอย)

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2552

– ละครพระจันทร์สีรุ้ง รับบท ปลายฟ้า (ฟ้า)

– ละครน้ำตาลไหม้ รับบท ธุมา (โบ)

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2553

– ละครวนิดา รับบท วนิดา วงศ์วิบูลย์ (นิด)

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2554

– ละครรอยไหม รับบท เจ้าหญิงมณีริน (อดีต) / เรริน (ปัจจุบัน)

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2555

– ละครรักประกาศิต รับบท นริศรา (นิด)

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2562

– ละครศรีอโยธยา ภาค ๒ รับบท องค์กรมหลวงบาทบริจา (รับเชิญพิเศษ) ช่อง ทรูโฟร์ยู

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2563

– ละครขอเกิดใหม่ใกล้ ๆ เธอ รับบท อร ช่องวัน

 

ผลงานภาพยนตร์

ภาพยนตร์ปี พ.ศ. 2550

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๑ องค์ประกันหงสา เสียงบรรยาย กำกับการแสดงโดย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๒ ประกาศอิสรภาพ รับบท มณีจันทร์ กำกับการแสดงโดย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล

 

ภาพยนตร์ปี พ.ศ. 2552

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องรถไฟฟ้า มาหานะเธอ รับบท กบ กวิตา กันยานนท์ (นางเอกละครโทรทัศน์เรื่อง “น้ำตากามเทพ” รับบท เป็น อารยา วิวัธนานนท์ ดาราชื่อดัง แฟนเก่าของลุง) กำกับการแสดงโดย อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม

 

ภาพยนตร์ปี พ.ศ. 2554

– ผลงานภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๓ ยุทธนาวี รับบท มณีจันทร์ กำกับการแสดงโดย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล

– ผลงานภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๔ ศึกนันทบุเรง รับบท มณีจันทร์ กำกับการแสดงโดย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล

 

ภาพยนตร์ปี พ.ศ. 2557

– ผลงานภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๕ ยุทธหัตถี รับบท มณีจันทร์ กำกับการแสดงโดย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล

 

ภาพยนตร์ปี พ.ศ. 2558

– ผลงานภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๖ อวสานหงสา รับบท มณีจันทร์ กำกับการแสดงโดย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล

 

ภาพยนตร์ปี พ.ศ. 2562

– ผลงานภาพยนตร์เรื่องตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค รับบท เจ๊น้ำ / แอฟ ทักษอร กำกับการแสดงโดย กิตติภัค ทองอ่วม

มิวสิกวีดีโอ

– เพลงอย่าบอกนะว่ารัก ของ กิตตินันท์ สินธิขันธ์ (เจมส์ วีนัส) และ ปนัดดา เรืองวุฒิ เพลงประกอบละคร เพื่อนรัก

– มิวสิกของเพลงรักเธอเสมอ ของ ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์ เพลงประกอบละคร มิตรชัยบัญชา มายาชีวิต

– มิวสิกของเพลงไม่เหลือเธอ ไม่เหลือใคร ของ นันทิดา แก้วบัวสาย เพลงประกอบละคร จอมใจ

– เพลงก่อนดอกรักจะบาน ของ ลานนา คัมมินส์ เพลงประกอบละคร เมื่อดอกรักบาน

– เพลงจำเลยรัก ของ พั้นช์ วรกาญจน์ เพลงประกอบละคร จำเลยรัก

– เพลงก่อนดอกไม้ร่วงโรย ของ เจมส์ เรืองศักดิ์ เพลงประกอบละคร โบตั๋นกลีบสุดท้าย

– เพลงความรัก ของ พั้นช์ วรกาญจน์ เพลงประกอบละคร โบตั๋นกลีบสุดท้าย

– เพลงอยากมีชีวิตเพื่อเธอ ของ อ๊อฟ ปองศักดิ์, โบ สุนิตา เพลงประกอบละคร ใจร้าว

– เพลงใจฉันเป็นของเธอ ของ บอย พีซเมกเกอร์ เพลงประกอบละคร ใจร้าว

– เพลงความทรงจำในลมหายใจ ของ บี้-สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว เพลงประกอบละคร พระจันทร์สีรุ้ง

– เพลงขอโทษ ของ บี้-สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว เพลงประกอบละคร พระจันทร์สีรุ้ง

– เพลงรักเธอใช่ไหม ของ พรรณวรท ด้วยเศียรเกล้า เพลงประกอบละคร พระจันทร์สีรุ้ง

– เพลงหยาดเพชร ของ บี้-สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว เพลงประกอบละคร พระจันทร์สีรุ้ง

– เพลงดับตะวัน ของ ใหม่ เจริญปุระ เพลงประกอบละคร น้ำตาลไหม้

– เพลงจะให้ฉันทำยังไง ของ ปั้บ โปเตโต้ เพลงประกอบละคร น้ำตาลไหม้

– เพลงพรหมลิขิต ของ ที เจ็ตเซ็ตเตอร์ เพลงประกอบละคร วนิดา

– เพลงบุพเพสันนิวาส ของ เบียร์ วราวุธ พชรพรรณ สุทธนนท์ เพลงประกอบละคร วนิดา

– เพลงรักประกาศิต ของ ลุลา เพลงประกอบละคร รักประกาศิต

– เพลงไม่มีเหตุผล ของ Good Morning เพลงประกอบละคร รักประกาศิต

– เพลงการให้…ไม่สิ้นสุด ของ ปาน ธนพร โดยมูลนิธิรามาธิบดีฯ

– เพลงเจ็บน้อยที่สุด ของ Zeal (พ.ย. 2561) ยิงปลาทดลอง

สิงโต เดอะสตาร์ นั่งท่าแซ่บ กระแทกเต็มสองตา ชาวเน็ตยังบอกดูเป็นคนเปิดเผย

สิงโต เดอะสตาร์
สิงโต เดอะสตาร์

สิงโต เดอะสตาร์ นั่งท่าแซ่บ กระแทกเต็มสองตา ชาวเน็ตยังบอกดูเป็นคนเปิดเผย ทำเอาอินสตาแกรม @singtosaharat แทบลุกเป็นไฟกันเลยคราวนี้

สำหรับภาพถ่ายเซ็ตล่าสุดที่ สิงโต-สหรัฐต์ หิรัญญ์ธนภูวดล หรือ สิงโต เดอะสตาร์ นักร้องนักแสดงหนุ่มชื่อดังขวัญใจแฟนคลับ นำมาโพสต์แบ่งปันให้ได้คลายความคิดถึง

ซึ่งความพิเศษของภาพถ่ายเซ็ตนี้ที่ทำให้ช่องคอมเมนต์ต้องเต็มไปด้วยสัญลักษณ์อีโมจิรูปไฟนับร้อยข้อความ ก็คือลีลาการนั่งโพสท่าสุดปังของที่หนุ่มสิงโตดูจะชวนให้ดึงดูดสายตาอย่างที่สุด

และไม่เพียงแต่จะมีแฟนๆ ส่งอีโมจิการันตีความฮอตอย่างล้นหลามเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลากหลายข้อความที่พูดถึงความเซ็กซี่เกินต้านจากภาพถ่ายเจ้าตัวนำมาเสิร์ฟอีกด้วย อาทิ ดีมากๆ ดีต่อใจ, หุ่นดี, พี่สิงโตทำใจสั่น, ดูเป็นคนจริงใจเปิดเผย และอีกมากมาย

ขณะที่หนุ่มสิงโตที่ยังคงไว้ซึ่งความน่ารักและเป็นกันเองกับแฟนๆ มาตั้งแต่สมัยแรกเริ่มเข้าวงการ ก็ได้ตอบกลับทุกๆ คอมเมนต์ที่ส่งเข้ามาให้กับเจ้าตัวด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งหนุ่มสุดฮอต ที่เหมาะสมคู่ควรกับคำว่าขวัญใจแฟนๆ ทั่วทั้งประเทศจริงๆ

‘สิงโต เดอะสตาร์’ เปิดชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร พ่อตบตีแม่-เก็บขยะขายแต่เด็ก!

กว่าจะประสบความสำเร็จอย่างเช่นทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย สิงโต สหรัฐต์ หิรัญญ์ธนภูวดล หรือสิงโต เดอะสตาร์ มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่องวัน 31 ถึงเรื่องราววัยเด็กที่เห็นพ่อแม่ตีกัน แถมยังต้องทำงานเก็บขยะขายตั้งแต่อายุ 9 ขวบ โดยมีพีเค-ปิยวัฒน์ และ ชมพู่ ก่อนบ่ายฯ เป็นพิธีกร

คำถาม : ชีวิตในวัยเด็กเป็นยังไง เล่าให้ฟังหน่อย
สิงโตตอบ : ครอบครัวบกพร่องครับ คือต้องบอกว่าครอบครัวของสิงโตมีปัญหาอยู่ตลอดเวลา คุณพ่อมีเมียหลายคน เกือบจะเป็น 10 ครับ วันที่ผมคลอดเขาก็ไม่ได้มาดู แล้วก็อยู่มาวันหนึ่งคุณพ่อก็ขอแยกทางกับคุณแม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่คิดไม่ฝันมาก่อน ระหว่างทางคุณแม่ก็ทราบมาตลอดว่าคุณพ่อมีผู้หญิงอื่น แต่คุณแม่ก็รับได้เพราะว่าคุณแม่มีลูก อยู่เพื่อลูก แล้วก็ยังมีทะเลาะกันอีก

“ผมก็อยากจะบอกว่าพ่อแม่คนไหนถ้าเกิดมีปัญหากัน ไม่ควรมาทะเลาะตบตีกันให้ลูกเห็นครับ เหมือนที่ผมได้เห็นและผมได้สัมผัสคือพ่อทำร้ายแม่ตลอดเวลา โดนทุบ โดนตี ตื่นเช้ามาแม่ผมมีบาดแผลของการโดนทำร้ายให้ผมเห็นตลอด ซึ่งมันเป็นอะไรที่ค่อนข้างแย่ครับ”

 

คำถาม : ทำไมคุณแม่ถึงเลือกที่จะทน?
คุณแม่สิงโตตอบ : คิดถึงลูก คือจะทนให้ถึงที่สุดเท่าที่จะทนได้

คำถาม : หนักสุดเคยโดนถึงขั้นไหน?
คุณแม่สิงโตตอบ : ก็มีแผลช้ำบวม ชกต่อยอะไรอย่างนี้ค่ะ พาผู้หญิงคนใหม่มาแล้วก็มีปัญหากัน คือคิดว่าตอนนั้นลูกเราก็ยังเด็กแล้วแม่ก็ไม่ได้คิดที่จะเลิกกับเขา

สิงโตตอบ : คือแม่ค่อนข้างที่จะเป็นผู้หญิงแบบไทยคือมีความอดทนสูง แล้วมีความเมตตา คือใจอ่อนเลยก็ว่าได้ แล้วคุณแม่เขาก็เป็นห่วงเราด้วย เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้คุณแม่ยอมทนในตอนนั้น

คำถาม : จำภาพวันที่พ่อกับแม่แยกทางกันได้ไหม?
สิงโตตอบ :  จำได้แม่นเลยครับ ตอนนั้นผมประมาณ 7-8 ขวบ จำได้ว่าเขามาเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้าน เก็บด้วยความรวดเร็ว เขาไม่ได้หันมามองผมเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว ผมนั่งอยู่ตรงนั้นไม่มีคำลาแม้แต่สักหนึ่งคำ ไม่มีการกอด ไม่มีการบอกลาเลยใดๆ

“ตั้งแต่ผมจำความได้ เขาไม่เคยแสดงความรักเลย ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน เขาก็ออกไปนอกบ้านตลอด กลับมาก็ตี 2 ตี 3 น้อยครั้งที่จะอยู่ด้วยกัน แล้วหลังจากวันนั้น เขาก็หายไปเลย ไม่ได้ติดต่อหรือว่าโทรมาให้กำลังใจใดๆ แต่เราไม่ได้เรียกร้อง เพราะว่าตัวผมมีความรักจากคุณแม่เต็มที่ เราจะกอดจะหอมกันตลอด ผมเลยไม่รู้สึกขาดความรัก”

คำถาม : หลังจากนั้นอยู่กันยังไง?
สิงโตตอบ : คุณแม่กับคุณยายก็จะเป็นคนดูแลเรื่องอาหารการกิน แล้วคุณแม่ก็ออกไปรับจ้างทำงานเป็นแม่บ้าน ได้วันละ 200 บาทสมัยก่อน ส่วนเรื่องของการเรียน ผมส่งตัวเองเรียน ผมทำทุกอย่างตั้งแต่เก็บขวดขาย เศษเหล็ก พลาสติก กระดาษ หรืออะไรก็ตามที่ขายได้ผมทำหมด คือคุณยายเขาจะเป็นคนแนะนำผม เขาจะเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างแกร่ง แล้วก็เป็นผู้นำ อดทนครับ

“ตอนแรกๆ เราจะรู้สึกอาย แต่คุณยายบอกว่า ไม่ต้องอายนะลูก งานนี้มันเป็นงานที่สุจริต แล้วได้ช่วยเหลือให้บ้านเมืองเรามีขยะน้อยลง ได้เงินด้วย เราเลยรู้สึกว่าไม่อายถึงแม้เพื่อนจะดูถูก เราก็ภูมิใจ แล้วเราจะได้เก็บเงินตรงนี้เอาไปซื้อหนังสือ ซื้อสมุด ปากกา ดินสอไปเรียน”

“ผมค่อนข้างโชคดีที่เรียนโรงเรียนเทศบาล ถ้าเกิดใครสอบได้ที่ 1 ของชั้น จะได้ทุนเรียนฟรี แล้วเราก็จะมุ่งมั่นทุกปี ผมไม่ได้แค่เรียนอย่างเดียว ผมทำกิจกรรมทุกอย่าง ผมเป็นหัวหน้าห้อง แข่งขันโอลิมปิกวิชาการ ได้รางวัลได้เงินซึ่งเป็นเงินก้อน คือทำกิจกรรมทุกอย่างที่จะสามารถผลักดันตัวเองให้เรียนหนังสือได้”

คำถาม : เห็นว่าเลิกกันใหม่ๆ คุณแม่เครียดถึงขนาดติดเหล้า จริงไหม?
คุณแม่สิงโตตอบ :เครียดค่ะ ตอนเลิกกันใหม่ๆ กินข้าวกินปลาไม่ได้ ร่างกายซูบผอม แล้วก็ติดเหล้า กินแทบทุกวัน แต่มานึกขึ้นได้เมื่อมองเห็นหน้าลูกว่าเราทำอย่างนี้ไม่ได้แล้วนะ

คำถาม : อะไรเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจที่ทำให้สิงโตมีวันนี้ได้?
สิงโตตอบ : คำสอนของในหลวงครับ คือเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวจิตใจผม เพราะว่าเวลาผมมีปัญหาผมไม่มีที่ปรึกษา ไม่มีแม่ เพราะแม่ต้องไปทำงานที่กรุงเทพฯ ไม่มีพ่อที่คอยให้ปรึกษา ผมอยู่กับยาย เวลาอยู่ในโรงเรียนมันมีปัญหาเกิดขึ้นอยู่แล้ว เพื่อน สังคม หรืออะไรก็แล้วแต่ มันก็จะไม่มีใครให้ปรึกษา แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมมีวันนี้ได้คือคำสอนของในหลวงจริงๆ ครับ

คำถาม : ตอนนั้นทำไม คิดถึงคำสอนของในหลวงของเรา ไปเห็นมาจากไหน?
สิงโตตอบ : คือที่บ้านจะมีรูปพระบรมฉายาลักษณ์ที่คุณยายเก็บไว้ แล้วก็มีหนังสือ เป็นหนังสือรวมพระบรมราโชวาท พระราชดำรัสของพระองค์ท่าน ผมเปิดอ่านด้วยความที่เป็นเด็กเราก็ชอบอ่านหนังสืออยู่แล้ว อย่างที่เราต้องสอบแข่งขันอยู่ตลอดเวลา ทำให้เวลาว่างเราก็อ่านหนังสือ เวลาเครียดผมก็จะเปิดอ่านตลอด แล้วทุกครั้งที่ผมอ่าน ผมจะรู้สึกดีขึ้น มันเหมือนมีพลังแล้วก็แรงบันดาลใจบางอย่างที่ทำให้เราสามารถก้าวเดินต่อไปได้

คำถาม : ตอนเด็กๆ ได้เรียนร้องเพลงไหม?
สิงโตตอบ :  ไม่ได้เรียนครับ มาจากสิ่งที่เราตั้งใจแล้วก็ศึกษาด้วยตัวเอง ทั้งทางด้านของวิชาการแล้วก็สายบันเทิงครับ

คำถาม : ทำไมถึงตัดสินใจประกวด The Star ในปีนั้น?
สิงโตตอบ : อย่างแรกคือผมอายุแค่ 15-16 ปี ผมยังไม่มีวุฒิจะไปสมัครงานได้ตามบริษัทครับ แล้วสิ่งที่เราอยากจะทำคือเราอยากเปลี่ยนแปลงครอบครัวของเรา อยากจะทำให้ครอบครัวของเราดีขึ้น อยากจะทำให้ตัวเองได้มีโอกาสที่จะได้เรียนหนังสือ ได้เป็นนักบิน ได้ทำในสิ่งที่เราอยากจะทำ เราก็พยายามฝึกฝนด้วยตัวเองครับ

“ตอนนั้นปีที่ผมประกวดคือผมอายุน้อยที่สุด แล้วรุ่นพี่คนอื่นๆ ที่มาประกวดก็มีประสบการณ์หมดเลย เราต้องใช้พลังค่อนข้างเยอะ เพราะว่าเรามาด้วยตัวเอง ไม่มีพ่อแม่สนับสนุน คือคุณแม่เพิ่งจะมารู้ทีหลังว่าผมจะประกวดครับ”

คำถาม : เห็นว่าพอชนะการประกวด ขออะไรคุณแม่?
สิงโตตอบ : ขอให้แม่เลิกเหล้า แล้วก็เลิกบุหรี่ให้ผมครับ

คำถาม : คุณแม่เห็นลูกขอแบบนี้ ว่ายังไงบ้าง?
คุณแม่สิงโตตอบ : แม่บอกได้เลยลูก แล้วก็เลิกเลยเพราะลูก

คำถาม : ตอนนั้นภูมิใจกับลูกขนาดไหน?
คุณแม่สิงโตตอบ : ภูมิใจมาก แม่ไม่คิดว่าครอบครัวของเราจะมาอยู่จุดตรงนี้ได้ เพราะเราก็เป็นแม่ค้าธรรมดา พอลูกมาขอแม่ แล้วถ้าเกิดคนที่เป็นแม่ทำให้ลูกแค่นี้ไม่ได้ ก็ไม่ใช่แล้วนะ

คำถาม : ตั้งเป้าไว้ขนาดไหนกับการประกวดครั้งนี้?
สิงโตตอบ : ผมไม่ได้คิดว่าผมจะได้ที่ 1 นะครับ แต่ผมตั้งใจอยากจะทำเรื่องนี้ให้สำเร็จนานแล้ว แต่เราไม่มีวิธีทำ เพราะคุณแม่เขาก็เครียดของเขา แต่เราพยายามที่จะพัฒนาตัวเอง หรือทำอะไรก็ได้ที่ให้ครอบครัวเห็นว่า เด็กคนนี้สามารถเป็นหลักได้นะ และเป็นหลักได้ต้องเชื่อเขา เหมือนกับว่าอะไรที่ไม่ดีก็ไม่ให้ทำ แล้วสิ่งนี้ก็ทำให้ผมไม่ชอบการดื่มเหล้า ตั้งแต่เด็กจนโตถึงตอนนี้อายุ 26 ปีแล้ว ผมยังไม่เคยเมาสักครั้ง

“เวลาไปออกงานโดนผู้ใหญ่บังคับให้ดื่มก็พอดื่มได้บ้าง แต่ว่าทุกครั้งที่ดื่มมันก็จะมีภาพสมัยเด็กๆ ที่คุณแม่โดนทำร้ายเกิดขึ้นมาในหัวอยู่ตลอด ดังนั้นผมก็เลยอยากที่จะเลี่ยงอะไรพวกนี้ตลอดเวลา หลายๆ ท่านอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมสิงโตอยู่ในวงการบันเทิง ถึงไม่ปาร์ตี้บ้างอะไรบ้าง เพราะว่าผมยังไม่เคยเล่ามุมนี้ให้ใครฟังว่าผมมีปมตรงนี้ เลยทำให้ผมไม่ชอบอะไรอย่างนี้เลยครับ”

คำถาม : เพราะปมเหล่านี้ใช่ไหม ที่ทำให้ สิงโต มีทุกอย่างเหมือนวันนี้ได้?
สิงโตตอบ : มันเป็นวิธี คือต้องเรียกว่า เปลี่ยนมุมในการมอง คือถ้าเราไปมองว่าพ่อแม่เราติดเหล้าเราต้องติดด้วย ข้างบ้านมีค้าขายสิ่งเสพติดเราต้องมั่วสุมด้วย อันนั้นมันก็จะไปอีกทางนึงเลย แต่ถ้าเราบอกว่าไม่ ยิ่งมีแบบนี้เท่าไหร่มันก็จะกลับด้าน แล้วยิ่งทำให้ตัวเองดี ยิ่งจะพัฒนาให้เราห่างไกลจากสิ่งเหล่านี้ อบายมุขพวกนี้ให้ได้ ก็จะเป็นอีกมุมหนึ่งที่ทำให้เราพัฒนาตัวเองไปได้

คำถาม : ชนะเวทีเดอะสตาร์มา 9 ปีแล้วทำไมยังไม่เคยบอกเรื่องนี้?
สิงโตตอบ : จริงๆ แล้วผมไม่ได้เอาชีวิตของผมเลย แต่เราแค่มองว่าเราเป็นศิลปิน เราเป็นนักเอนเตอร์เทน เราอยากมอบความสุขให้กับคนดู ให้กับแฟนคลับ แล้วด้วยตอนนั้นเรายังเด็ก เราอยากที่จะมีวุฒิภาวะมากพอที่จะมาพูดเรื่องแบบนี้ อยากจะให้แฟนคลับเข้าใจ เพราะว่าถ้าเราไปพูดตอนที่เราเป็นเด็ก แฟนคลับอาจจะไม่เข้าใจ แต่เรามาพูดตอนที่มีตำแหน่งหน้าที่การงาน มีบ้าน มีอะไรที่มั่นคงแล้ว เราถึงมาเปิดเผยให้ทุกคนเห็นว่าเด็กที่เป็นกำพร้า บาคาร่าฟรี พ่อแม่ทิ้งไม่มีใครส่งเรียน ก็สามารถพัฒนาตัวเองให้ประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน

คำถาม : ถามความรู้สึกวันนี้ ยังรู้สึกโกรธคุณพ่ออยู่ไหม?
สิงโตตอบ : ไม่เคยโกรธครับ ถ้าเป็นเรื่องของคุณพ่อเนี่ย ผมเคยเสียน้ำตาแค่ครั้งเดียวคือตอนอาจารย์เอาสารคดีมาเปิดให้ดู แล้วมันเป็นสารคดีสัตว์มีภาพตอนที่พ่อแม่นกเอาอาหารคาบไปป้อนให้ลูกของมัน อยู่เฉยๆ ผมก็ร้องไห้ออกมา โดยที่คุณครูและทุกคนไม่รู้สาเหตุว่าร้องไห้ทำไม ตอนนั้นด้วยความที่เป็นเด็กมันเกิดความรู้สึกอนาถใจว่า สัตว์มันยังไม่ทิ้งลูกของมันเลย แล้วทำไมคนแท้ๆ ถึงต้องทิ้งลูกของตัวเอง มันเลยเกิดอารมณ์ขึ้นมาแค่ครั้งนั้นครั้งเดียว แล้วหลังจากนั้นมันก็ไม่เคยมีอารมณ์ในการโกรธอีกเลย

คำถาม : พูดแบบนี้ อาจจะเป็นการประจานพ่อตัวเองหรือเปล่า?
สิงโตตอบ : ที่ผมมาพูดในวันนี้ มันคือเรื่องจริงทั้งหมด ที่เกิดขึ้นในชีวิตของผม จริงๆ แล้วมันก็มีรายละเอียดอีกเยอะมาก แต่ว่าวันนี้คือผมอยากจะมาให้กำลังใจกับครอบครัว สำหรับเด็กที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับผมให้มีกำลังใจแล้วก็ให้เชื่อมั่นว่า เราสามารถประสบความสำเร็จได้ แล้วไม่ได้ตั้งใจว่าจะมาประจาน เพราะว่าทั้งหมดมันเป็นเรื่องจริงอยู่แล้ว ถึงไม่ประจานมันก็เป็นเรื่องจริงครับ

คำถาม : คุณแม่อยากจะบอกอะไรกับลูกไหม?
คุณแม่สิงโตตอบ :ก็ชื่นชมลูก ไม่คิดว่าลูกจะมาอยู่ตรงจุดนี้ได้ รักลูกมาก อยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ลูกทำมันก้าวหน้า สดใสรุ่งเรืองต่อไปค่ะ รักลูกนะ

สาวบุ๋ม ปนัดดา ตอบข้อสงสัย เลิกแฟนแล้วหรือเปล่า หลังไม่เห็นรูปคู่เหมือนแรกๆ

สาวบุ๋ม ปนัดดา
สาวบุ๋ม ปนัดดา

สาวบุ๋ม ปนัดดา ตอบข้อสงสัย เลิกแฟนแล้วหรือเปล่า หลังไม่เห็นรูปคู่เหมือนแรกๆ ภาพคู่ของ บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี กับหวานใจกล้ามโต  ก็อต-อธิป อนันทวรรณ ในช่วงหลังๆ นั้นไม่มีออกมาให้เห็น เลยทำให้หลายคนสงสัยว่ายังรักกันดีอยู่หรือไม่ งานนี้แม่บุ๋มก็เลยต้องออกมาเคลียร์เองว่าเลิกกันแล้วหรือเปล่า และสาเหตุที่ไม่โพสต์รูปเหมือนช่วงแรกๆ นั้นคืออะไร

โดย บุ๋ม ปนัดดา ได้โพสต์ภาพพร้อมหน้าคนในครอบครัวที่ไปทานอาหารด้วยกัน ซึ่งในภาพก็มี ก็อต อธิป ด้วย พร้อมกับเขียนแคปชั่นไว้ว่า  เกมยิงปลาเว็บไหนดี

“มีเด็กไม่ยอมอิ่มซักที

เนื่องจากวันนี้มีข่าวที่ช่องวันสงสัยว่าทำไมบุ๋มไม่ลงรูปกับพี่เค้าเลย วันนี้เลยขอลงเคลียร์ข้อสงสัยนะคะ ยังเป็นครอบครัวตามปกติค่ะ เพียงแต่ช่วงที่ผ่านมาบุ๋มเน้นลงพื้นที่ และมีประเด็นว่า ตอนลงรูปกับพี่เค้าช่วงแรกๆ มีคนมาเหน็บด้วยคำหยาบคาย ด้วยความสนุกเกินงาม ซึ่งตัวพี่เค้าเป็นคนนอกวงการและน้องๆเองก็ไม่ควรมารับผลกระทบแบบนี้ บุ๋มเลยอยากปกป้องและแคร์ความรู้สึกทุกคน เลยเลือกที่จะไม่ลงรูปเลย แต่พอไม่ลงรูปก็กลายเป็นว่า เลิกกันรึเปล่า? ยังปกติดีนะค้าบ เพียงแต่ปนัดดาบ้าลงพื้นที่ เน้นช่วยคน แค่นั้นค่า #รักทุกคนนะคะ”

เป็นการยืนยันด้วยภาพและข้อความว่ายังหวานกันดีนะจ๊ะ เพียงแค่ช่วงนี้แม่บุ๋มกำลังมีงานที่ยุ่งหลายเรื่องด้วย

 

ผลงานละครโทรทัศน์

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ.  2544

– ละครปากกา หัวใจ กับ ไมโครโฟน รับบท บุ๋ม

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ.  2545

– ละครต้นรักดอกงิ้ว รับบท ชิดสมัย

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ.  2546

– ละครกษัตริยา รับบท เจ้านางศุภยา

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ.  2547

– ละครมหาราชกู้แผ่นดิน รับบท เจ้านางศุภยา

– ละครคุณชายจอมยุ่ง รับบท นางเอก ช่อง 3

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ.  2549

– ละครสะใภ้พาร์ทไทม์ รับบท กุลยา

– ละครซอย 3 สยามสแควร์ รับบท วิภา

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ.  2550

– ละครกลิ่นแก้วกลางใจ รับบท เมษา

– ละครดั่งดวงตะวัน รับบท ฝ้าย

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ.  2551

– ละครพริกไทยกับใบข้าว รับบท อินทิรา

– ละครรักเธอยอดรัก รับบท โสภา

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ.  2552

– ละครวีรชนคนกล้า ตอน จอมนางจามเทวี รับบท พระสนม อินทรมณี

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ.  2553

– ละครกุหลาบซ่อนหนาม รับบท พิมพา

– ละครคุณนายสามสลึง รับบท เดือนเต็มดวง

– ละคร365 วันแห่งรัก รับบท ลดาวัลย์

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ.  2554

– ละครสุดหัวใจเจ้าชายเทวดา รับบท ประไหมสุหรี

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ.  2555

– ละครหมูแดง รับบท สตี

– ละครบ้านนอกเข้ากรุง รับบท ดาวรัตน์

– ละครกี่เพ้า รับบท หลินเหม่ยอิง

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2556

– ละครกากับหงส์ รับบท ส้ม

– ละครแผนรัก แผนร้าย รับบท สกุณา

– ละครอีสา-รวีช่วงโชติ รับบท หม่อมลำดวน

– ละครใต้ร่มใบภักดิ์ รับบท อำไพพรรณ

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2557

– ละครในสวนขวัญ รับบท หทัย

– ละครลูกทาส รับบท น้อม

– ละครเสือ สิงห์ กระทิง บ๊อง รับบท อภิรดี

– ละครมายานางฟ้า รับบท คุณหญิงอรอุมา

– ละครมนต์เจตภูต รับบท ลดา

– ละคร5 ห้องชีวิตเนรมิตนิสัย ตอนในห้องนอน รับบท มุก

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ.  2558

– ละครแม้เลือกเกิดได้ รับบท พิศ

– ละครสิงห์สี่แคว (ชาติเจ้าพระยา 2) รับบท ไพลิน เพิ่มพูน

– ละครแหวนทองเหลือง รับบท สมร

– ละครมงกุฎริษยา รับบท เปรมจิต

– ละครดอกไม้ใต้เมฆ รับบท ดาราเลิศ

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ.  2559

– ละครสาวน้อยร้อยล้าน รับบท เจ๊ติ๋ม

– ละครบุษบาหน้าตลาด รับบท อังกาบ

– ละครรักสลับหน้า รับบท รำไพ พินธุสุวรรณ

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ.  2560

– ละครClub Friday Celeb’s Stories ตอน แย่งชิง รับบท เจ๊ยุ่น

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ.  2562

– ละครนางสาวก้นครัว รับบท คุณนายสายหยุด

 

ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ.  2563

– ละครวุ่นรักนักข่าว รับบท จันทร์ทรงกลด บงกชตระกาล (คุณจันทร์)

– ละครWho Are You เธอคนนั้นคือฉันอีกคน รับบท หมิว จันจิรา

ผลงานภาพยนตร์

ภาพยนตร์ปี พ.ศ.  2545
– ภาพยนตร์ผู้หญิง 5 บาป
– ภาพยนตร์พระอภัยมณี รับบทเป็น นางเกษรา ธิดาของเจ้าเมืองรมจักร

 

ภาพยนตร์ปี พ.ศ.  2546

– ภาพยนตร์ชายา

– ภาพยนตร์รักยม

– ภาพยนตร์34-24-36 สวย…เด็ดอย่าบอกใคร

– ภาพยนตร์พระนางเรือล่ม

 

ภาพยนตร์ปี พ.ศ.  2547

– ภาพยนตร์นางฟ้าคิวเด้ง

– ภาพยนตร์ท้าวศรีสุดาจันทร์ รับบทเป็น ทิพย์เกสร บุตรีของพระราชภักดีศรีเทพแห่งอู่ทอง

 

ภาพยนตร์ปี พ.ศ.  2550

– ภาพยนตร์เหยิน เป๋ เหล่ เซมากูเตะ

 

ภาพยนตร์ปี พ.ศ.  2552

– ภาพยนตร์เจ้าแม่สร้อยดอกหมาก รับบทเป็น พระนางสร้อยดอกหมาก พระราชธิดาแห่งเจ้ากรุงจีน

 

ภาพยนตร์ปี พ.ศ.  2554

– ภาพยนตร์Cream Girl

 

ภาพยนตร์ปี พ.ศ.  2555

– ภาพยนตร์คิวแมน เกษตรกรไทยหัวใจหล่อมาก

 

ภาพยนตร์ปี พ.ศ.  2557

– ภาพยนตร์แรงสวาทข้ามมิติ รับบท นางพราย

 

ผลงานซิทคอม

– ผลงานวงษ์คำเหลา เดอะซีรีส์ รับบท อรอุมา รับเชิญ

ผลงานซีรีส์

– ซีรีย์เรื่องผี!! วิญญาณและความผูกพัน ตอน น้ำมันผีพราย รับบท นวล
– ซีรีย์เรื่องเซน…สื่อรักสื่อวิญญาณ ตอน ผู้หญิงกินผัว รับบท จี๊ด รับเชิญ
– ซีรีย์เรื่องบันทึกกรรม ตอน สาปสยอง รับบท เดือน รับเชิญ
– ซีรีย์เรื่องLove O-Net รักต้องสอบ รับบท แม่ของโอ๊ค
– ซีรีย์เรื่องClub Friday Celeb’s Stories ตอน แย่งชิง รับบท เจ๊ยุ่น

พากย์ภาพยนตร์

– พากย์ภาพยนตร์มาดากัสการ์ 1-3 พากย์เป็น กอเลีย

ลูกศร ธนาภรณ์ นิสิตเก่าจุฬาฯ โพสต์ขอบคุณน้องๆ ช่วยกันปฏิรูปเพื่อสร้างความเท่าเทียม

ลูกศร ธนาภรณ์ 
ลูกศร ธนาภรณ์

ลูกศร ธนาภรณ์ นิสิตเก่าจุฬาฯ ขอบคุณน้องๆ ที่ช่วยกันปฏิรูป เพื่อสร้างความเท่าเทียม

หลังจากที่คณะกรรมการบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้ออกแถลงการณ์ เรื่องยกเลิกกิจกรรมขบวนอัญเชิญพระเกี้ยวในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ กิจกรรมขบวนอัญเชิญพระเกี้ยว เป็นส่วนหนึ่งของขบวนพาเหรดในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยรูปแบบของขบวนอัญเชิญพระเกี้ยวนั้นจำลองกระบวนแห่อย่างราชสำนัก ในกิจกรรมดังกล่าวจะมี “ผู้อัญเชิญพระเกี้ยว” ถือ “พระเกี้ยว” ที่เป็นสัญลักษณ์สูงสุดของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นั่งบนเสลี่ยงซึ่งถูกแบกโดยนิสิตกว่า 50 คน อีกทั้ง ผู้อัญเชิญซึ่งมาจากกลุ่ม CU Coronet ยังถือว่าเป็นตัวแทนของความเป็นจุฬาฯ ในกิจกรรมการแข่งขันฟุตบอลประเพณีและในกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์อื่น ๆ ต่อไป

ด้าน ลูกศร ธนาภรณ์ อดีตนางเอกยุค 90 ในฐานะนิสิตเก่าจุฬาฯ ได้เขียนข้อความผ่านไอจีโดยขอบคุณน้องๆ ที่ช่วยกันปฏิรูปเพื่อสร้างความเท่าเทียม

“อีกหนึ่งก้าวเข้าใกล้ #ความเท่าเทียม #คนเท่ากัน คณะกรรมการบริหาร #สโมสรนิสิต #จุฬาลงกรณ์​ ม. แถลงยกเลิกกิจกรรม ขบวนอัญเชิญ​พระ​เกี้ยว​ ยกเลิกผลิตซ้ำธรรมเนียมปฏิบัติที่สะท้อนถึงอำนาจนิยม คนไม่เท่ากัน เสือมังกรคืออะไร ภาพแทนวัฒนธรรมศักดินาที่ยกกลุ่มคนหนึ่งสูงกว่าอีกกลุ่มหนึ่ง ด้วยมติ 29:0 เสียง”

“ขอบคุณ​น้องๆ ที่ช่วยกันปฏิรูป​เพื่อลด #ความเหลื่อมล้ำ #สร้างความเท่าเทียม จากนิสิตเก่าครุศาสตร์จุฬา และนิสิตปัจจุบัน​อักษรศาสตร์​ค่ะ”

ลูกศร ธนาภรณ์ มานั่งเปิดใจในรายการ คลับฟรายเดย์ ทางช่อง GMM25 ที่มีพี่อ้อย พี่ฉอด และอั๋น ภูนาท เป็นพิธีกร ซึ่งเธอได้เล่าเรื่องราวชีวิตเมื่อครั้งยังสาวจนถึงปัจจุบัน ที่มีคุณแม่เป็นตัวเดินเรื่องเกือบทั้งชีวิต โดย ลูกศร เล่าว่า

เรื่องความรักเหนื่อยมากๆ คุณพ่อคุณแม่แยกทางกัน อยู่กับคุณแม่ที่สู้ชีวิตมากๆ เค้าส่งเราเรียนทุกอย่าง เรารู้ว่าคุณแม่ทำงานหนักมาก เพราะเค้าทำงานไม่มีหลักแหล่ง แต่เค้าก็พยายามปั้นให้เราเป็นตามที่เค้าอยากให้เป็น คุณแม่ดีไซน์อะไรมา เราก็ตามคุณแม่หมดเลย

เป็นความคิดที่ว่า เราไม่ต้องรักใคร เดี๋ยวคุณแม่ตามให้ ลึกๆ แล้ว ความรู้สึกเราชีวิตเราไม่มีสิทธิ์ คุณแม่จัดสรรให้ แฟนคนแรกเป็นผู้ชายที่แก่กว่า 15 ปี ตอนนั้นเรายังเด็ก คบกันมา 1-2 ปี ค่ะ เป็นคนที่คุณแม่หาให้ เค้าเป็นคนดีค่ะ

ชีวิตตอนนั้นเหมือนตุ๊กตาไขลาน? “ใช่ค่ะ คุณแม่พูดเองนะคะ บอกว่า ลูกศร เธอเหมือนตุ๊กตาไขลาน ที่เอาไปตั้งไว้ แล้วเธอก็เต้นบัลเลต์ เต้นๆ พอแสดงเสร็จบนเวที ก็ลงจากเวทีมาแล้วมาหลบหลังชั้น”

เคยมีมั้ยที่เราไม่อยากทำ? “จริงๆ เกือบทั้งหมดที่เราไม่ได้ชอบ และไม่อยากทำ เพราะทุกอย่างเหนื่อยหมดเลย อย่างการเรียนบัลเลต์ที่เราต้องสอบให้ผ่าน ทุกอย่างที่ทำ อย่างเปียโน เราไม่มีพรสวรรค์เลย แต่เราต้องนั่งซ้อม 2-3 ชม. แต่มันเป็นการคาดหวังของคุณแม่ เรารู้เค้าไม่มีเงิน เค้าไปหาเงินให้เรา เราก็ต้องเรียน ต้องพยายามทำให้เค้า”

ความรักครั้งแรกดีมาตลอด เหตุที่เลิก เพราะเค้าเป็นผู้ใหญ่มาก เค้ามีอีโก้ เค้าเป็นจีเอ็มอยู่โรงแรมที่พัทยา วันนั้นเค้าขับรถมาเซอร์ไพรส์เรา ซึ่งวันนั้นเรามีเพื่อนอยู่ที่บ้านเป็นสิบ เค้าพยายามจะเอาตัวเราไป แต่เราไม่ไป เค้าเลยเสียเซลฟ์มาก แล้วหายไป 1 เดือน เราก็คิดว่า ทำแบบนี้มันไม่สมควร จากนั้น 3 อาทิตย์เค้าก็โทรกลับมา ศรไม่เอาแล้ว คุณแม่ก็เลยมองเห็นด้วย ว่ามันไม่เหมาะสม เราเลยเลิกได้

ครั้งที่สอง อันนี้เข้าวงการแล้ว เล่นเรื่องปัญญาชนก้นครัว แฟนคนที่ 2 ซึ่งก็คือสามีคนปัจจุบัน เค้าไม่เคยดูละครเลย แล้วแม่บ้านเปิดทีวีอยู่ เค้าก็เลยยืนดู บอกว่า หน้าตาน่ารักดี แม่บ้านเค้าก็ไปเม้าท์กัน เลขาอยากเอาใจเจ้านาย เลยเชิญดาราไปเอาใจเจ้านาย ซึ่งช่วงนั้นงานปีใหม่งานเราเยอะมาก คุณแม่ก็อยากให้เราไป เพราะคุยกับเลขาฯ สนุกดี

หลังเสร็จงานอื่นๆ คุณแม่บอกให้ไปงานนี้หน่อยได้มั้ย ตอนแรกเราไม่ไปเพราะมันเหนื่อยมาก คุณแม่คะยั้นคะยอให้ไป ก็เลยตกลงไป ตอนที่เข้าไป เราตกใจมากว่าเป็นตึกร้าง พอไปถึงเค้าก็ให้ขึ้นไปร้องเพลง ร้องเสร็จก็รอรับซอง แล้วมีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาแบบตัวหงิกงอ

แวบแรกที่เราเห็น คือเรารู้สึกไม่ดีกับงานอยู่แล้วใช่มั้ยนะคะ จากนั้นผู้ชายคนนั้นก็เอาของที่ระลึก นาฬิกามาให้คุณแม่ ศรก็ยืนมอง ไม่มีซองเหรอ เราก็โกรธมาก ทำไมไม่มีซอง โกรธก็โกรธ เหนื่อยก็เหนื่อย เรารู้สึกแย่ไปหมด เค้าก็เดินตามมาส่งที่รถ แล้วทีนี้ผ้าพันคอคุณแม่หลุด แต่เรากลับไปแล้ว เค้าก็เลยโทรนัดคุณแม่เอามาให้

หลังจากนั้นก็เจอหน้าผู้ชายคนนั้นยาวมาตลอด 3 เดือน ศรก็ไม่เคยคุยกับเค้าเลย เค้าคุยแต่กับคุณแม่ แม้กระทั่งไปไหนมาไหน เค้าก็คุยแต่กับคุณแม่ ซึ่ง คุณอู๊ด สามีคนปัจจุบันบอกว่า เค้าเห็นหน้าศรตั้งแต่แรก คือเค้าคิดว่าจะต้องแต่งงานกับคนนี้ให้ได้ ซึ่ง ณ ตอนนั้นเราไม่ชอบเลย แต่เค้าเป็นคนซื่อๆ นะคะ

จนกระทั่งวันหนึ่งมันเป็นเหตุการณ์เล็กๆ แต่ไม่รู้ทำไมมันปลดล็อกในใจเรา เค้าเอาตุ๊กตาไปซ่อนหลังรถ แล้วที่ลานจอดรถเค้าก็บอกว่า อย่าเพิ่งกลับนะครับ ผมมีอะไรจะให้ เค้าก็พาไปหลังรถ แล้วเค้าทำตุ๊กตาหล่นก็ก้มเก็บ ณ วินาทีนั้นเราเพิ่งเห็นเลยว่า คนอายหน้าแดงเป็นยังไง คือการอายหน้าแดงมันทำไม่ได้อยู่แล้ว แต่เค้าอายจนแดงทั้งหน้า แล้วเค้าก็หยิบมอบให้เรา

เลยตัดสินใจคุยกับเค้านิดๆ จากนั้นเลยทำให้รู้ว่า การตกหลุมรักเป็นยังไง คือรักมาก หลงมาก 6 เดือนที่คุยกัน เค้าดูแลเราดีมาก เราไปถ่ายละครเลิกกองตี 4 เค้าทำงานเลิก 6 โมงก็ไปรอรับเราที่กองละคร แต่นั่งรอในรถนะ ออกมาให้ใครเห็นไม่ได้ แล้วก็มีครั้งหนึ่งเค้าไปจอดรอศรถ่ายละคร รอ 15 นาทีเพื่อเอาขนมให้ 1 ชิ้น

เราก็เริ่มเห็นความใส่ใจของเค้า ใจก็เลยไปเต็มๆ แล้วอีกอย่างคุณแม่ก็ดันเต็มที่ โอ้โห รักมาก หลงมาก แต่แล้ววันหนึ่งก็เปลี่ยนไป เมื่อใจคุณแม่ไม่เหมือนเดิม เค้าสั่งให้ศรเลิกกัน พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือแบบไม่ติดเลยนะคะ อารมณ์เหมือนแม่ลูกที่ตัวติดกันมากๆ แล้วลูกเริ่มเห็นอีกคนสำคัญกว่า ศรมองว่า คุณแม่หมั่นไส้

ศรเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ได้ ทำไมตอนที่เราไม่ชอบ แม่ให้ชอบ แล้วตอนที่เราชอบ แม่ให้เลิก เค้าให้เหตุผลว่า เธอต้องเลิก เค้ามองว่า ผู้ชายคนนี้ทำให้เราแข็งกับเค้า ไม่เชื่อฟังเค้า พอเราเห็นแม่เราเป็นแบบนี้ เรารับไม่ได้ ตั้งแต่วันนั้นที่ตกหลุมรักคนนี้มา 6 เดือน บ้านกลายเป็นนรก ช่วงนั้นชีวิตตกต่ำมาก

ศรว่าที่พีคที่สุดคือไปถ่ายหนังที่เมืองนอก ทุกโอกาสที่เราว่าง เราต้องวิ่งไปหาโทรศัพท์เพื่อโทรหาเค้า คุณแม่เริ่มไม่ชอบ เราเห็นพฤติกรรมเค้าที่เปลี่ยนไป นิ่ง ไม่พูด หลังจากที่กลับมา เค้าก็เปลี่ยนไปเลย เพราะทุกช่วงชีวิตเรามีแต่พี่อู๊ด เรากลับมาจากเมืองนอก กลับบ้าน เราก็เห็นแจกันดอกไม้วางอยู่กลางบ้าน เขียนว่า เวลคัมมายดาร์ลิ่ง เราก็โอ้โห เบิกบานมาก แฟนเราทำให้เราขนาดนี้

มีครั้งหนึ่งเรารู้สึกผิดมาก พอแม่เริ่มไม่ชอบแล้ว ทุกอย่างมันน่ากลัวไปหมด อย่างตอนที่พี่อู๊ดมาที่บ้านมานั่งดูทีวี เราก็นั่งคนละมุมโซฟา ทุกๆ 2-3 นาทีเค้าจะเปิดประตูดังปังมายืดกอดอกมองเรา ตอนนั้นแม่ทำหนักมาก ทั้งสาดน้ำไล่ ตะโกนไล่ ด่าไล่

มีครั้งหนึ่งแม่มายืนบังประตูบ้าน ไม่ให้ไป เราก็จะไป เราก็ขับชนประตูบ้านเพื่อให้มันเปิดออก แม่เค้าก็ยืนขวาง แล้วเค้าก็ไปนอนดิ้นบนพื้น ตอนนั้นมันเฟลมากนะคะ จนตอนหลังสามีไม่กล้ามาบ้านแล้ว เรารักสามีมาก ใช้วิธีการสื่อสารผ่านโทรเลขค่ะ เพราะคุณแม่ไม่รู้ ทุกวันศรจะไปยืนรอที่ตู้ไปรษณีย์หน้าบ้าน

ช่วงเดียวที่ศรจะมีเวลาได้อยู่คนเดียวคือช่วงที่คุณแม่สวดมนต์ เพราะเค้าจะหายไปยาวที่สุด เราก็อัดคลิปเสียงผ่านเทป แล้วแอบเอาไปให้เค้า เค้าก็พูดใส่คลิปเสียงนั้นแล้วส่งกลับมาให้เรา เป็นอย่างนี้สักระยะ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เศร้ามากในชีวิตบ้านเป็นนรกมาก อยู่ไม่ได้เลย

ตอนนั้นศรกับแม่มองหน้าไม่ติดเลยนะคะ ร้องไห้ทุกวัน ชีวิตตกต่ำที่สุด จนพี่ชายที่อยู่ในบ้านเค้ามองว่า ชีวิตมันเป็นแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว คุณแม่เป็นคนไม่ยอมใคร เค้าสู้มาก เค้าเลยเดินมาบอกว่า เค้ารู้ว่าคุณแม่ไม่มีเหตุผลนะ แต่ความกตัญญูอยู่เหนือเหตุผลนะ เลยทำให้คิดได้

ศรเลยเขียนจดหมายถึงพี่อู๊ด บอกว่า ศรต้องกตัญญูกับแม่ เราเลิกกันเถอะ จากนั้นมาพี่อู๊ดเค้าเลยหายไป 3 เดือน คุณแม่คุณอู๊ดก็มาบอกกับคุณอู๊ดว่า เค้าทนไม่ได้ที่เห็นลูกชายเค้าเป็นอย่างนี้ คุณอู๊ดเค้าก็คิดได้ แล้วก็หายจากชีวิตเราไปเลย

คุณแม่พอเห็นว่าเราเลิกแล้ว เค้าก็ดีใจมาก ทุกอย่างเป็นปกติ แล้วเค้าก็ดึงคนที่ 3 เข้ามา เลยเอาคนนี้มาช่วยให้เลิกกับคนนั้นได้สำเร็จ คนที่ 3 ก็เข้ามา ซึ่งผู้ชายคนที่ 3 นี้ คล้ายกับคุณอู๊ดมากๆ พอคนนี้เข้ามาปุ๊บคุณแม่ก็เห็นจังหวะเลยว่า เอาคนนี้เข้ามาเราจะได้ลืม แต่เราเกลียดคนนี้มากๆ

หลังจากงานมาเค้าก็มาหาที่บ้านเราทุกวัน คล้ายๆ คุณอู๊ด มาทุกวันๆ ตื๊อทุกวัน มาแล้วเราไม่คุยกันเลย ทะเลาะกันทุกวัน คนนี้เราเข้ากันไม่ได้เลย ไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกัน ทะเลาะกันจนแบบว่า ไล่เค้าทุกวัน ตะโกนไล่เค้าทุกวัน

แต่เค้าไม่ไป มันแรงขึ้นเรื่อยๆ คือเค้าเป็นคนดีนะคะ เค้าน่ารัก แต่เค้ามาในจังหวะที่ไม่เหมาะสม เราหยิบหอยสังข์เขวี้ยงใส่เค้า มันไปเจาะหน้าผาก แล้วเลือดไหลเป็นทาง เค้าก็หยิบผ้ามาซับเลือด เค้าก็บอกว่า ลูกศร พี่ขออยู่ตรงนี้นะ เราก็อ่ะ โอเค เลยให้ผู้ชายคนนี้พาไปเจอพี่อู๊ด

ผู้ชายคนนี้เค้ารู้สถานการณ์ทุกอย่างว่าศรคบกับพี่อู๊ด แล้วรอให้เค้าเลิกกัน เราก็บอกว่า ช่วยหน่อยนะ แล้วเราค่อยมาคุยกัน เค้าก็พาเราไปนะ ไปถึงบ้านพี่อู๊ดเราก็ขึ้นไปคุยกันร้องไห้ เสร็จพี่อู๊ดก็เดินมาส่งเราที่รถ แล้วกลับไปกินข้าวกัน เป็นอย่างนี้เรื่อยๆ ยิงปลาเครดิตฟรี

คนที่ 3 เค้าหลงเรามาก เราตัดสินใจคบ 5 ปี ส่วนกับพี่อู๊ดเราเลิกกัน ช่วงที่คบกันใน 5 ปีนั้น ศรได้ตัดสินใจไปเรียนเมืองนอก แต่ช่วงนั้นก็มีข่าวว่า แฟนศรไปมีผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ศรเลยบินกลับมาเมืองไทยทันที ปรากฏว่าป็นเรื่องจริง เค้ายอมรับกับศรตรงๆ ตอนนั้นเหมือนเราอกหัก ซึ่งเราไม่เคยอกหักเลย และเป็นครั้งแรกในชีวิต

อยู่ๆ เค้าก็พลิกจะไปแล้ว เลยใช้ความสามารถจากการเล่นละครมาใช้ เพราะเราคิดว่าเราควบคุมผู้ชายไว้ได้ทุกคน เลยไปพูดกับเค้าว่า พี่ อ. คะ ศรเหมือนต้นไม้ต้นหนึ่งที่พี่พยายามพรวนดิน ใส่ปุ๋ย จนเค้าออกดอกออกผลสวยงามที่พี่ อ. กำลังจะได้กินแล้ว แต่วันหนึ่งพี่ อ. เอามีดมาโค่นตัดลง จนเค้าหายไป 3 วัน หลังจากนั้นเค้ากลับมา เค้าเลือกเรา เรารู้สึกว่า แผนเราได้ผล เป็นสิ่งที่ศรเชื่อมาตลอดนะคะ ความรักใช้อย่างเดียวไม่ได้ ต้องใช้สมอง

แต่จากนั้นก็กลับมาเหมือนเดิม ทะเลาะกันตลอด ผ่านไป 5 ปี ศรอายุ 27 ปี ตอนนั้นผู้หญิงอายุขนาดนี้คือแก่แล้ว ศรเลยยื่นคำขาดให้แต่ง แต่เราทะเลาะกันทุกวัน กลายเป็นเรื่องใหญ่โตมาก เราเลยตั้งจิตไม่ทะเลาะ แต่มันก็ไม่รอด ก็เป็นเหตุกาณณ์ที่ศรกลับมาจากเมืองนอกได้สักพัก เลยโทรศัพท์ไปหาพี่อู๊ดอัพเดตกัน

หนูเล็ก ยอมให้ลูกไปโรงเรียนแล้ว เปิดใจปัญหาหนักอก สอนภาษาอังกฤษลูกไม่ได้

หนูเล็ก
หนูเล็ก

หนูเล็ก ยอมให้ลูกไปโรงเรียนแล้ว เปิดใจปัญหาหนักอก สอนภาษาอังกฤษลูกไม่ได้ ยอมรับตรงๆ เลยว่าเป็นอีกหนึ่งคนที่แพนิคเรื่องการแพร่ระบาด

ของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนไม่อยากให้ลูกชาย น้องวิน ไปโรงเรียนเลย สำหรับนักแสดงสาวอารมณ์ดี หนูเล็ก-ภัทรวดี ปิ่นทอง หรือ หนูเล็ก ก่อนบ่าย

ล่าสุด หนูเล็ก ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนว่า ตอนนี้ตัดสินใจยอมให้ น้องวิน ไปโรงเรียนแล้ว เพราะเชื่อมั่นในมาตรการของโรงเรียน อีกทั้งยังเผยถึงอีกหนึ่งปัญหาหนักอกที่เธอเก่งภาษาอังกฤษจึงไม่สามารถสื่อสารหรือสอนลูกได้เลย

ล่าสุดน้องถ่ายรูปติดบัตรแล้ว ?
“ใช่ค่ะ คุณครูเขาสั่งว่าช่วยถ่ายให้หน่อย โรงเรียนเปิดแล้ว เพราะต้องติดบัตรแล้ว”

วินเริ่มคิดถึงการไปหาเพื่อน ไปอยู่กับเพื่อนที่โรงเรียนไหม ?
“ใช่ เขาพูดตลอดว่าแม่อยากไปโรงเรียน แล้วก็อยากไปเจอทีเชอร์ พอไปวันแรกกลับมาบอกว่า แม่ครับวินอยากให้แม่ไปสอน เขาบอกว่าอยากให้แม่ไปสอน เราก็บอกว่า ทำไมลูก ไม่ชอบคุณครูเลย ไม่ แต่ว่าเด็กพูดไปเรื่อย แล้วพอสักพักเขาบอกว่า ไม่ชอบแม่อยากให้พ่อไปสอนแล้ว ก็เลยรู้ว่าวินพูดไปเรื่อย”

ติดโรงเรียนขนาดไหน ไม่เอาเราเลยไหม ?
“ไม่ค่ะ คือเหมือนกับว่าอยากไปโรงเรียนมากนะ แต่พอแม่ไปรับก็รีบมาหาแม่ เราก็เลยรู้สึกว่าโอเคถ้าเป็นอย่างนี้ลูกยังโอเคอยู่ แต่ถ้าหากว่าเมื่อไหร่ที่พอไปโรงเรียนปุ๊บแล้วไม่อยากกลับบ้าน อันนั้นแม่อันตรายแล้วแม่ต้องทำตัวเองใหม่แล้ว”

เล่าประสบการณ์ที่เราตัดสินใจพาลูกไปโรงเรียนหน่อย เพราะคุณแม่บางคนก็ยังกล้าๆ กลัวๆ ?
“จริงๆ แล้วเขาให้ไปตั้งนานแล้ว แต่เรายังไม่กล้าให้ไปเพราะเรากลัว จริงๆ คือป้องกันยังไงมันก็เสี่ยงไปหมด พอมันถึงเวลาจริงๆ ที่เขาถึงเวลาเปิดกันหมด ก็ต้องดูว่าระบบของโรงเรียนว่าเป็นยังไง ซึ่งที่นี่ตรวจทั้งพ่อตรวจทั้งแม่ ทุกคนที่จะมาส่งลูกต้องตรวจก่อน แล้วส่งผลก่อน แล้วลูกเองพอไปถึงโรงเรียนปุ๊บก็ตรวจแหย่จมูก แล้วก็จะส่งผลมาให้ผู้ปกครองทุกเช้า เราก็เลยรู้สึกว่าโอเค”

ต้องตรวจทุกวันเลย ?
“ใช่ค่ะทุกวันเลย จนตอนนี้รู้สึกมั่นใจค่ะว่าโอเค ปลอดภัยแล้ว แล้วก็ในโรงเรียนวินมีเด็กน้อยด้วยไม่ได้เด็กเยอะค่ะ”

แม่หลายคนก็จะกลัวการแหย่จมูกลูก ?
“เรายังกลัวเลย แหย่เองยังกลัว แต่ว่าเมื่อคืนลองแล้วมันก็สนุกดีนะ”

ลูกไม่ร้อง ?
“ลูกไม่ร้อง วินไม่เคยร้องค่ะ คือเหมือนตอนแรกร้อง แต่พอหลังๆ ก็ไม่ร้องแล้ว ชินแล้ว”

มันก็ไม่ได้หลอนอย่างที่คิด ?
“ถ้าเรายังไม่ได้ทำ มันน่ากลัวมากเลยนะ ถ้าเป็นคนที่กลัว แต่พอทำแล้วมันก็ไม่ได้อะไรมาก ยิ่งเราทำเองเรายิ่งรู้สึกเลยว่าเราแหย่ไปลึกขนาดไหนแล้วลึกพอหรือยัง เราจะแหย่ได้อีก นี่แหย่เกือบทะลุท้ายทอยนะ (หัวเราะ)”

ลดความกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ลงบ้างไหม ? ยิงปลาเครดิตฟรี
“ไม่มีความลดเลยค่ะ ก็ยังกังวลอยู่ตลอดเวลา แล้วก็กลัวกลัวมากๆ ค่ะ ว่าเราเจอคนรอบข้างที่เป็น แล้วเขามีอาการยังไงเรารับรู้มาตลอดเรายิ่งกลัวเลยค่ะ”

แต่ก็เลือกที่จะให้ลูกไปโรงเรียนมากกว่าที่จะเก็บตัวอยู่ที่บ้าน ?
“คือถ้าเราดูแล้วโรงเรียนไม่ปลอดภัย หรือว่าเราไม่มั่นใจ เราก็อยู่บ้านได้ แต่อย่างเราคือเด็กน้อย โรงเรียนปลอดภัยมาก แล้วก็มั่นใจในการตรวจของเขา”

ตอนนี้น้องวินเรียนชั้นไหนแล้ว ?
“2 ขวบ 7 เดือนค่ะ อยู่แค่เตรียมอนุบาล”

เขามีพัฒนาการอะไรใหม่ๆ ให้เราเห็นหลังจากไปโรงเรียนแล้ว ?
“พัฒนาการของวินเราเห็นมาตลอดเวลาอยู่แล้ว เพราะเขาพูดเยอะมาก เขาพูดรู้เรื่องมาก แล้วก็เหมือนมันเป็นช่วงเป็นทุกวัยเป็นทุกเด็ก ช่วงที่เขาจะพูดอะไรต่างๆ ออกมา แล้วมันทำให้แม่ว้าว เหมือนเขาจะพูด วินต้องกินข้าวนะ เขาบอกทำไมวินต้องกินข้าว อ้าวแล้วทำไมวินถึงไม่กินข้าว ก็วินกินนมก็ได้ ถ้าวินไม่กินนมวินกินขนมก็ได้ คือพูดเหมือนผู้ใหญ่มาก ซึ่งพอหนูถามลูกผู้กำกับก็เป็นแสดงว่าเด็กช่วงนี้ก็จะเป็นแนวนี้หมด เขาจะมีพัฒนาการที่ดีมากค่ะ”

ยิ่งอยู่ในช่วงจดจำเราระวังอะไรเป็นพิเศษไหมช่วงนี้ ?
“เราจะระวังเรื่องคำพูดของเรามาก แล้วก็ระวังเรื่องความคิด คำพูด จิตสำนึก คือเด็กจะจำแม้กระทั่งจิตสำนึกของผู้ปกครองของพ่อของแม่เลย”

เราดูแลยังไงเรื่องตรงนี้ ?
“ก็คือระวังเลย ถ้าเกิดว่าเหมือนสมมติขับรถแล้วหงุดหงิด อย่าหงุดหงิดเพราะลูกจะจำ จำเลยคือได้เลย แม้แต่พูดคำอุทานภาษาใต้ วินก็ได้เลยพอเวลาโมโหก็จะพูด วินไม่ได้ลูกอันนี้ไม่ได้มันเป็นคำอุทาน แต่ว่ามันไม่ได้สำหรับเด็ก แล้วก็ไม่ได้สำหรับผู้ใหญ่ด้วย แม่ขอโทษนะที่แม่พูด เขาบอก โอเคครับ”

แล้วน้องมีอาการดื้อซนหรือเอาแต่ใจบ้างไหม ?
“ไม่เลยค่ะ วินไม่ดื้อไม่ซน”

เรื่องภาษาเป็นยังไงบ้าง ?
“เรื่องภาษาก็ดีมากค่ะ ดีกว่าแม่เยอะมาก เหมือนเวลาพูดอะไรแล้วแม่พูดผิด เขาก็จะท้วงไม่ใช่ มันไม่ใช่ เหมือนปู แคป หรือเปล่า ไม่ใช่เขาเรียกว่า แครป เขามีเอ็กซ์เซนต์ของเขาเยอะมาก”

เหมือนเป็นการปูภาษา สอนภาษาในช่วงนี้เลย ?
“ใช่ค่ะ คือเหมือนลูกได้สอนภาษาเราด้วย”

แต่เหมือนเราไปรบกวนเพื่อนข้างบ้านด้วย ?
“ถ้าเรื่องเพื่อนคือเรื่องนั้นเขามาอยู่ข้างบ้านเราเอง เราไม่ได้ไปบังคับเขา พี่นุ้ยเขามาอยู่ข้างบ้านเราเอง แล้วเวลาโรงเรียนเขาส่งอะไรมามันเป็น 10 หน้าภาษาอังกฤษ ใครจะไปอ่านออก เราก็ต้องปรึกษาเขา เพราะเขาจบปริญญาโท เราต้องปรึกษาเขา ซึ่งเขาก็เต็มใจถ้าดูในคลิป ก็ปรึกษาตลอดเพราะว่าเราไม่รู้จะปรึกษาใคร จะไปปรึกษาครูบางทีก็เกรงใจเขา จะไปปรึกษาคนอื่นจะไปปรึกษาดีเจนุ้ยก็เกรงใจ ก็คือปรึกษาทุกคนนะ พี่คะมันอ่านว่าอะไร บางทีเกรงใจ แล้วถ้าถามว่าทำไมไม่เปิดในกลูเกิ้ลถ้าเล็กๆ น้อยๆ เปิดได้ ถ้าเยอะๆ เรารู้จักคนที่พูดได้แล้วมันเสียเวลาส่งไปทีเดียวจบให้เป็นภาระของเขาไป”

ตอนนี้รอบบ้านก็คือเป็นครูไปเลย ?
“ตอนนี้รอบบ้านก็คือจะเริ่มหน่ายกับเราแล้วแต่ทุกคนน่ารักค่ะ”

แม่ต้องไปเรียนคอร์สภาษาอังกฤษเพิ่มไหม ?
“คือจริงๆ เราไปเรียนกับวิน 2 เดือนเต็ม ไม่ได้อะไรมาเลย ก็เลยรู้สึกว่าโอเคเราไม่ควรที่จะไปเสียตังค์ในการเรียน”

แล้วเราแก้ปัญหายังไงเรากับสำเนียงลูกไม่เหมือนกัน ?
“ก็คือแก้ปัญหาด้วยการไม่พูดภาษาอังกฤษกับลูกค่ะ เพราะว่าเราพูดไม่ได้อยู่แล้ว แล้วก็ไม่ต้องพยายามปรึกษาโรงเรียน ปรึกษาผอ. ผู้บริหารบอกว่าเราไม่จำเป็นต้องพูดกับลูก เราไม่จำเป็นต้องพูดภาษาอังกฤษได้ก็ได้ ลูกก็จะเรียนรู้ของเขาเอง มาบ้านก็คือพูดไทย ไปโรงเรียนก็พูดภาษาอังกฤษ”

 

 

เป็นดาราตลกสาวชื่อดังที่สู้ชีวิตอย่างมาก สำหรับ หนูเล็ก ก่อนบ่าย หรือ หนูเล็ก ภัทรวดี ปิ่นทอง เด็กสาวจากต่างจังหวัดที่เดินทางเข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อหวังจะมีชีวิตที่อยู่สุขสบายกว่าเดิม จากแรกๆ ที่เข้ามาในวงการบันเทิง เธอเป็นเพียงนักแสดงตลกตัวเล็กๆ ที่เป็นตัวประกอบเท่านั้น จนมาวันนี้เธอได้กลายเป็นตลกสาวที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มีงานไหลเข้ามาไม่ขาดสาย และยังเป็นพิธีกรคนเก่งอีกด้วย

ล่าสุด หนูเล็ก เพิ่งจะคลอดลูกชาย ตั้งชื่อว่า น้องวิน อายุ 3 เดือน ตอนนี้เธอมีสามีที่ดีอย่าง เอก เอกวุฒิ คอยช่วยดูแลทั้งงานบ้านและช่วยเลี้ยงลูก โดยมี หนูเล็ก ทำหน้าที่ออกไปหาเงินข้างนอก ซึ่งที่ผ่านมานั้นครอบครัวนี้เคยโดนดราม่าว่า สามีเกาะเมียกิน บ้างก็วิจารณ์ทำนองว่าหนูเล็กข่มสามี จนฝ่ายหญิงต้องออกมาเคลียร์ให้ชัดเจนว่า สามีนั้นมีฐานะดีกว่าตนเองหลายสิบเท่า แต่ไม่อยากบอกให้ใครรู้ อีกทั้งทำงานที่บ้านพร้อมกับดูแลครอบครัวไปด้วย ได้เงินเยอะกว่าทำงานบริษัทอีก ทั้งสองคนช่วยกันหา ช่วยกันเก็บ จนสามารถมีเงินซื้อบ้านราคาหลักสิบล้านให้กับครอบครัวได้

โดยในรายการ ตีท้ายครัว ทางช่อง 3 ได้พาไปบุกบ้านของหนูเล็ก ก่อนบ่าย หนูเล็กบอกว่า บ้านที่อาศัยตอนเด็กๆ อยู่ที่ จ.สงขลา เป็นบ้านไม้สองชั้น ช่วงแรกๆ หลังจากเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงก็ตั้งใจไว้ว่าจะเก็บเงินสร้างบ้านใหม่ให้ แต่พ่อกับแม่รู้สึกเสียดายหลังเก่า เลยเปลี่ยนจากเป็นทำบ้านให้ใหม่แทน จากหลังเดิมเป็นบ้านไม้สองชั้น เปลี่ยนเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ตอนนี้แม่อาศัยอยู่กับพี่ชาย

ส่วนบ้านหลังที่อาศัยอยู่ปัจจุบันที่กรุงเทพฯ หนูเล็ก เล่าให้ฟังว่า ตอนแรกไม่คิดว่าจะได้บ้านหลังนี้ ตอนที่มาดูก็ลองยื่นกู้ไปเฉยๆ แล้วเซลส์โทรมาง้อให้มาดูเพราะเหลือหลังสุดท้ายแล้ว ซึ่งตนเองก็อยากได้ แต่ว่าไม่มีกำลังที่จะซื้อ เลยลองกู้ธนาคารดู และก็ไปอธิษฐานกับเจ้าที่ว่า ถ้าเกิดบ้านนี้จะเป็นของหนูก็ขอให้ยื่นกู้ผ่านด้วยเถอะ อาทิตย์เดียวเองก็ผ่าน แต่ก่อนที่จะกู้ผ่านก็มานั่งคุยกับเจ้าที่เป็นเดือนเลยว่าขอให้กู้ผ่าน

มดดำก็ได้ถามหนูเล็กว่า สามีคนนี้จีบตั้งแต่ยังจนๆ อยู่เหรอ หนูเล็กบอกว่า ใช่ ตั้งแต่ที่เรียนอยู่ เราเรียนกันคนละที่ พอดีวันที่จะทำวิจัยจะจบ เอกได้มาหาเพื่อน ซึ่งเพื่อนของเค้าเป็นแฟนกับเพื่อนของหนูเล็ก วันที่ได้เจอกันเป็นวันที่เอกนั่งอยู่ใต้หอกับเพื่อน แล้วหนูเล็กเดินมาแล้วแซวคนไปทั่ว จนมาถึงเอกแซวว่าไม่มีปากเหรอ แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้ชอบ เพราะคิดว่าเป็นคนแบบนี้ แหย่ทุกคนไม่ได้ใส่ใจอะไร

จนหันไปเห็นผู้หญิงอีกคนที่สวยกว่าหนูเล็ก เดินผ่านหลังหนูเล็กไป แต่ไม่กล้าจีบผู้หญิงคนนั้น เลยให้เพื่อนไปขอเบอร์ ปรากฏว่าขอเบอร์ผิดคน ไปขอเบอร์หนูเล็ก แล้วหนูเล็กก็เดินเข้ามาแล้วบอกว่า ไม่มีปากเหรอ ทำไมถึงไม่ขอเบอร์เอง แต่เอกเห็นหนูเล็กออกตัวแรงเลยได้แต่ยิ้มอย่างเดียว และเพื่อนก็ยุด้วยว่าเค้าเป็นคนดี วันรุ่งขึ้นก็โทรไปหาเลย

โดยตอนที่คุยกันครั้งแรก หนูเล็กไม่กล้าบอกว่าอยู่หอตรงไหน เพราะมันเป็นบ้านหลังเล็กๆ ห้องสี่เหลี่ยมๆ เลยไม่กล้าบอกผู้ชายเพราะกลัวเค้ามาเห็นแล้วเราจะอาย ตอนนั้นหารายได้พิเศษขายน้ำหอม เสื้อผ้ามือสอง และเป็นแคชเชียร์ เวลาเอกจะมาส่งที่หอ ตนเองก็จะให้ไปส่งที่หอหนึ่ง พอเค้ากลับไปแล้วก็จะเดินกลับมาที่หอนี้ แต่พอรู้ความจริงก็ไม่ได้โกรธอะไร

หนูเล็กบอกว่า เอกนั้นฐานะดีกว่าตนเองมาก เราเลยรู้สึกอายเพราะเราไม่มีอะไรเลย แต่เอกก็ไม่ซีเรียส เพราะว่าถ้าขยันยังไงก็ต้องรวย แค่เค้าเป็นคนดีแค่นี้ก็พอ คุยกันมาประมาณ 4-5 เดือน แต่สิ่งที่ประทับใจที่สุดตอนคบกัน เอกบอกว่า ถ้าเราเจอกันมาก่อน เค้าจะไม่ให้เราลำบากแบบนี้ คือเมื่อก่อนเอกเป็นคนเที่ยว เลยเอาเงินที่ชอบไปเที่ยวเอามาให้หนูเล็กดีกว่า

ถามว่าขี้หึงกันมั้ย ทั้งเอกและหนูเล็กบอกว่า ไม่เลย ด้วยนิสัยของทั้งคู่เป็นแบบนี้ก็เลยไม่ขี้หึงและไม่เจ้าชู้.