รีวิวหนัง ขุนพันธ์ 2 – Khun Phan 2 ในยุคที่กฎหมายอ่อนแอ คนชั่วครองเมือง

รีวิวหนัง ขุนพันธ์ 2 - Khun Phan 2 ในยุคที่กฎหมายอ่อนแอ คนชั่วครองเมือง

หนัง Khun-Pun 2 หรือชื่อไทยว่า ขุนพันธ์2 ความดีจะกลับตาลปัตร ขุนพันธ์จะถือคำสัตย์ข้างโจร ในยุคที่กฎหมายอ่อนแอ คนชั่วครองเมือง ความยุติธรรมเป็นเพียงคำพูด ทุกพื้นที่ภาคกลางถูกครอบครองด้วยอิทธิพลแห่งเสือฝ้ายและเสือใบที่ลือกันว่า ทั้งแกร่ง ทั้งเดือด และอาคมแรงกล้าที่สุดจนไม่เคยมี “ตำรวจ” คนไหนเฉียดใกล้แม้แต่ปลายเล็บ ขณะนั้น “ขุนพันธ์” (อนันดา เอเวอริงแฮม) หมดศรัทธาในกฎหมายและถูกบีบจากทางราชการ คงไม่มีที่ไหนที่จะเหมาะกับเขาเท่าการเป็นหนึ่งในโจรเชิ้ตดำของ “เสือฝ้าย” (ผู้พันเบิร์ด-พันเอก วันชนะ สวัสดี) และ “เสือใบ” (เป้-อารกษ์ อมรศุภศิริ) ขีดสุดแห่งพลังอาคมจะถูกท้าทาย เสือร้ายจะปล้นไม่เลือกหน้า ศรัทธาจะล้มหาย ความดีจะกลับตาลปัตร ขุนพันธ์จะถือคำสัตย์ข้างโจร เสือ 3 ตัวจะท่องอาคมเดียวกัน ดวลด้วยเวทย์ สยบด้วยคาถา ล่าหัวกันด้วยอาคม

เป็นหนังที่ดีอีกเรื่องหนึ่งจากค่ายสหมงคลฟิล์ม ดีเยี่ยมจริงๆ เกินความคาดหมาย เพราะภาคแรกทำไว้ดีประมาณนึง แต่ผิดหวังที่ซีจีแบบดูลอยๆ แบบสุดสาคร จ๊ะทิงจากินไปหน่อย(ในภาคแรก) เลยไม่ได้คาดหวังอะไรมากจากขุนพันธ์ภาคสองมากนัก

แต่พอดูเสร็จได้ฟิลลิ่งดีเหมือนดูหนังดีๆ เรื่องหนึ่งเลย มีความสนุก บันเทิง เข้มข้น ดาร์ก เถื่อน มืดหม่น จริงจัง จังหวะหนังดีมาก ทั้งแอคชั่นหรือการเล่าเรื่อง ซึ่งกำกับภาพยนตร์โดย ก้องเกียรติ โขมศิริ ผู้กำกับหนังเข้มข้น จริงจัง โหดดิบเถื่อนเบอร์หนึ่งของเมืองไทย ที่ฝากผลงานสุดเถื่อนไว้อย่าง ‘เฉือน’ ซึ่งเป็นหนังทริงเลอร์สยองขวัญจริงจังที่ดีมากเรื่องหนึ่งเลย

ฟิลลิ่งที่ได้รับ
ความสนุกสนานของเรื่องนี้ได้ฟีลลิ่งผสมผสานระหว่างหนังแอคชั่นมันส์ๆ ผสมกับหนังเจ้าพ่อแบบ God Father ผสมกับหนังเวทย์มนต์ (แต่ไม่เหมือนแฮร์รี่ พอตเตอร์สักเท่าไหร่ เหมือนพวกหนังพ่อมด ซาตานมากกว่าที่ดูน่าสยองขวัญ) และผสมหนังซุปเปอร์ฮีโร่สายดาร์กแบบ Watchmen หรือ Batman Darknight rise

สิ่งที่หงุดหงิด
ไม่ชอบสุดๆ ดูแล้วหงุดหงิดเลยคือ… ‘เสื้อผ้า’ ดูแล้วรู้สึกว่ามันแปลกๆ ผิดความสมจริงสมจังของยุคนั้นไปหน่อย ด้วยลายผ้า คัตติ้ง รูปแบบเสื้อผ้า มันดูแปลกเกินไป เหมือนชุดซื้อมาจากแพลตตินัม ตลาดนัด หาสไตล์วินเทจหน่อยๆแล้วเอามาเข้าฉากเลย มันทำให้ดูแล้วหงุดหงิด ไม่ว่าจะสูท เสื้อเชิ้ต เดรส ล้วนดูทำให้หนังเรื่องนี้ด้อยค่าลง ยิ่งสังเกตุเด็กเดินตั๋วยิ่งหงุดหงิดเลย มันทำลายคุณภาพหนังอยู่พอสมควร รู้สึกเสียดายสไตล์หนังดีๆ เรื่องนี้

นอกจากเรื่องเสื้อผ้าที่ขัดตาขัดใจแล้ว ส่วนอื่นๆ ดูเบาบางบรรเทา แทบไม่ได้มีปัญหาเลย แม้แต่ตัวซีจีเอง ที่ลอยนิดหน่อยก็ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ของเรื่องนี้เลย

ส่วนเรื่องการแสดง เรื่องนี้ได้อนันดามารับบทขุนพันธ์ต่อจากภาคแรก เปรียบเสมือนฮีโร่ของเรื่อง การแสดงก็เป็นสไตล์อนันดาเหมือนที่อนันดาเล่นในทุกๆ เรื่อง วิธีการพูด การยิ้ม หัวเราะดูเป็นเอกลักษณ์ของอนันดามาก นอกจากนี้ยังได้เป้ อารักษ์มารับบทเสือไบ (ตามที่ได้ hint ไว้ในตอนจบภาคแรก) ซึ่งการแสดงของเป้ อารักษ์น่าชื่นชม ดูเป็นจิ๊กโก๋เมืองสุพรรณจริงๆ ดูนักเลงหัวไม้ วัยรุ่นเกเรๆ และอีกคนที่มารับบทบาทสำคัญคือ ‘ผู้พันเบิร์ด’ ในบทเสือฝ้าย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เห็นผู้พันเบิร์ดสวมบทโจรผู้ร้ายครั้งแรก การแสดงของผู้พันเบิร์ดก็ดูร้ายแต่หล่อจริงๆ อีกคนคือ ‘ก้อย รัชวิน’ ในเรื่องนี้ก็เห็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมในจอเงินของเธอ

รวมๆ ชอบมากเลยครับ ในฐานะคอหนังเจ้าพ่อ และชื่นชอบ God Fatherและหนังซุปเปอร์ฮีโร่ค่าย DC อยู่แล้ว รู้สึกปลาบปลื้มในความดาร์ก ขมขื่นในจริยธรรมที่ถ่ายทอดออกมา รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่มีดีกว่าแค่บันเทิงมากๆ มีคุณค่าทางแนวคิด จริยธรรม ความเชื่อมั่นในมนุษย์แฝงอยู่มาก ที่มา