รีวิวหนังน่าดู หนังรักโรแมนติก ที่ได้เล่าเรื่องราวชีวิตจริงของตัวผู้กำกับเอง

รีวิวหนังน่าดู
รีวิวหนังน่าดู

รีวิวหนังน่าดู หนังรักโรแมนติก ที่ดีที่สุดและกำลังฮิต ไม่ว่าจะเป็นหนัง หรือซีรีส์ ที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากฝั่งบ้านเราเอง และตะวันตก  WE CAN BE HEROES (รวมพลังเด็กพันธุ์แกร่ง) ดูหนังไทย

หนังที่ดีที่สุด และเป็นหนังที่กำลังฮิตเรื่องแรกนั้น เป็นเรื่องที่ดูเหมือนไม่น่าจะมีอะไร แต่ก็ดันติดอันดับต้นๆ ของหนังฮิตซะอย่างงั้น อาจเป็นเพราะว่าหนังได้ทำเป็นเรื่องต่อจาก The Adventures of Sharkboy and Lavagirl ที่เคยถูกฉายออกมาในปี 2005 โดยเรื่องนี้จะเป็นภาคต่อเนื้อเรื่องที่ Sharkboy กับLavagirl ได้เติบโตขึ้น และได้แต่งงานมีลูกกันหมดแล้ว แน่นอนว่าลูกของพวกเขาเอง ก็ต้องมีพลังตามแบบพ่อแม่ไปด้วย พลังที่ว่านี้ก็คือพลังการควบคุมน้ำ แต่ตัวเอกของเรื่องคือ มิสซี มอเรโน ลูกของฮีโร่เช่นกัน เธอนั้นต้องพาเหล่าลูกฮีโร่คนอื่นๆ เพื่อมาตั้งกลุ่มใหม่ด้วยกัน เพื่อเข้าไปช่วยเหลือพวกผู้ใหญ่ ที่ถูกตัวร้ายจับตัวไป เรื่องนี้ดูเอาสนุกสนานก็พอได้อยู่ อารมณ์พอๆ กับหนังตำนานอย่าง Spy Kids ที่พอจะเดาเนื้อหาได้ แต่ถ้าจะไปเทียบกับหนังฮีโร่ใหญ่ๆ ก็ไม่ต้องหวังถึงขนาดนั้น ดูแค่พอสนุกก็พอแล้ว

2. THE MIDNIGHT SKY (สัญญาณสงัด)

หนัง ที่ดีที่สุดและหนังน่าดูเรื่องต่อมานี้เป็นหนังไซไฟภาพสวยสุดอลังการ โดยเรื่องนี้ได้ถูกดัดแปลงมาจากหนังสือ Good Morning, Midnight ที่ได้เล่าเรื่องราวของเหตุการณ์หลังวันสิ้นโลกไปแล้ว สิ่งที่โลกเหลืออยู่นั้น ก็คือมนุษย์เพียงไม่กี่คนเท่านั้น โดย ออกัสติน นักวิทยาศาสตร์ผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง ในพื้นที่แถบอาร์กติก และพยายามหาวิธีติดต่อไปยังกลุ่มนักบินอวกาศ ที่อยู่นอกโลก เพื่อให้ได้รู้ข่าวสารความเป็นไปของโลกในตอนนี้ ซึ่งกลุ่มนักบินเหล่านั้น ได้อยู่ห่างออกไปหลายปีแสง และพยายามที่จะห้ามไม่ให้ซัลลี่ และเหล่านักบินอวกาศกลับมาเจอหายนะบนโลก ที่ยังคงเป็นปริศนา และยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เรื่องนี้กำกับโดย จอร์จ คลูนีย์ และนำแสดงโดย จอร์จ คลูนีย์ เช่นกัน

3. WHAT HAPPENED TO MR. CHA? (ชาอินพโย สุภาพบุรุษสุดขั้ว)

หนังเรื่องต่อมานี้ เป็นหนังตลกจากทางฝั่งเกาหลี และก็ได้อ้างอิงจากนักแสดงชาวเกาหลีที่ชื่อ ชาอินพโย (Cha In-pyo) ตัวจริงๆ เลยเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องราวสมมติขึ้น แต่ตัวหนังก็เล่าออกมาได้อย่างน่าติดตามตั้งแต่ต้นจนจบเลย ซึ่งชาอินพโยนั้น เป็นดารารุ่นเก่าที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก และได้เล่าตั้งแต่สมัยที่ดังจนพลุแตก และความดังนั้นก็ไม่ได้ยั่งยืน เมื่อถึงวันที่ชีวิตต้องลงมาเป็นคนที่ไม่ดังอีกต่อไป ก็ยากที่ยอมรับได้ ตัวหนังเล่าออกมาจะเป็นแนวตลกมากกว่าหนังจริงจัง ถึงแม้ว่าจะเป็นหนังที่เล่าชีวิตของ ชาอินพโย แต่ก็ได้มีการล้อเลียน และเสียดสีไปถึงวงการดาราของเกาหลีด้วย ถึงแม้ว่าเรื่องราวของคนๆ เดียวออกมา แต่ก็ทำออกมาได้น่าติดตาม ตั้งแต่ต้นไปจนถึงจบเรื่องเลย แต่ถ้าใครจะดูแล้วไม่อินมากนักก็ไม่แปลก เพราะเนื้อเรื่องก็เล่าแบบจบง่ายๆ ไปเลย ถ้าดูเพื่อความบันเทิงก็ได้เต็มที่แน่นอน

4. ASPHALT BURNING (ซิ่งซ่าท้าถนน 3

หนังของคนรักความเร็ว และรถแรง ว่าด้วยเรื่องของ รอย ที่ต้องการชนะการแข่งขันบนถนนด้วยรถแรงคู่ใจ จากนอร์เวย์ตัดผ่านสวีเดน และเดนมาร์ก ไปจนถึงเยอรมนี เพราะถ้าเขาแพ้ ซิลเวียผู้เป็นคู่หมั้นเขานั้น เขาก็จะต้องเสียไปกับการแข่งขันนี้ด้วยเช่นกัน เรื่องของเรื่องเกิดจากความเมาในคืนวันแต่งงาน ที่รอยดันไปท้านักแข่งอย่าง โรบิน ที่ชอบซิลเวียอยู่เหมือนกัน และจากการท้านี้เอง ทำให้เขาต้องออกทริปแข่งขันสุดไกล พร้อมทั้งคู่แข่งอีกหลายคน แต่เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะรอยยังต้องเจอกับคนน่าปวดหัวอีก 2 คน ที่ดันมีชื่อเหมือนกันอีก แถมมาพร้อมกับศพที่อยู่ท้ายรถด้วย ตำรวจจึงได้แห่ตามกันมาเป็นขบวน จนเขาต้องหลบซ่อน และทำให้รถของเขาหายไป เขาจึงต้องทำทุกทาง เพื่อชนะการแข่งขันนี้ให้ได้

5. UNDERGROUND (6 ลับ ดับ โหด)

ถึงแม้ว่าจะเปิดตัวออกมานานมากแล้วก็ตาม แต่หนังเรื่องนี้ก็ยังคงติดอันดับหนังฮิต และเป็นหนัง ที่ดีที่สุดยาวนานมาก เรื่องราวของเศรษฐี 6 คน ที่ทนเห็นสภาพความไม่เป็นธรรมของโลกนี้ได้ ทั้งหมดจึงสร้างเรื่องขึ้นมา ว่าตัวเองได้ตายไปจากโลกใบนี้แล้ว หลังจากที่ทำว่าตายไปแล้ว ทั้งหมด 6 คนก็ได้เกิดใหม่ ในแบบฮีโร่ใต้ดิน เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และกวาดล้างความอยุติธรรมบนโลกนี้ โดยทั้ง 6 คนจะแทนชื่อตัวเองเป็นหมายเลขแทน และมีผู้นำแสนจะลึกลับ นำแสดงโดย ไรอัน เรย์โนลด์ และผู้กำกับมากฝีมืออย่าง ไมเคิลเบย์ เรียกได้ว่าขนความบ้าระห่ำ และความสนุกมาพร้อมๆ กันในหนังเรื่องนี้ก็ว่าได้

6. THE OLD GUARD (ดิ โอลด์ การ์ด)

ยังคงฮิตอย่างต่อเนื่อง กับหนังที่ดีที่สุดที่ยังคงฮิตติดอันดับอยู่เรื่อยๆ ว่าด้วยเรื่องราวความอมตะ ที่ไม่ได้มีผลดีเท่าความอยากเป็นของมนุษย์ เพราะสิ่งที่ต้องแลกมาคือความเจ็บปวดในอดีต เรื่องของนักรบสาวอมตะ แอนดี้ ที่ได้ผ่านสงครามมามากมาย และมีอายุมากกว่าพันปี และผู้ติดตามที่เป็นอมตะเหมือนกัน โดยเป็นทหารรับจ้าง ที่สู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมานาน และทั้งหมดนั้นมีพลัง ที่สามารถเยียวยาแผลตัวเองได้ ไม่ว่าจะผ่านสงครามไหนๆ หรือต้องเจ็บปวดสักเท่าไหร่ ก็สามารถผ่านมาได้ด้วยกันทั้งนั้น จนกระทั่งกองทัพได้ไล่ล่า จับตัวพวกเธอไป เพื่อจะเอาพลังอมตะไปใช้บ้าง เธอจึงต้องทำทุกทางเพื่อยับยั้ง และทั้งหมดก็ยังต้องจมอยู่กับอดีต ที่ฝังลึกลงไปในจิตใจของทุกคน พร้อมกับต้องเจอกับผู้อมตะคนใหม่ ที่ต้องคอยช่วยเหลือด้วย

7. THE ROPE CURSE 2 (เชือกอาถรรพ์ 2)

หนังผีระทึกขวัญจากแดนไต้หวัน ที่ได้เคยฉายภาคแรกออกมาแล้วเมื่อปี 2018 ซึ่งในภาค 2 นี้ก็ยังคงสิบเนื่องต่อกันมาบ้างเล็กน้อย โดยมีเชือกเป็นสื่อนำเนื้อหาเดิม แต่ถึงแม้จะไม่เคยดูภาคแรกก็ตาม ก็สามารถดูภาค 2 ได้เลย โดยเนื้อหาของหนังเรื่องนี้ จะพูดถึงตัวของ เจียหมิ่น เด็กสาวที่มีชะตากรรมติดตัวมาด้วย โดยเธอเป็นคนที่ อาหั่ว อดีตร่างทรงเทพจงขุย ที่เคยทำพิธีพลาดไปในอดีต และต้องเสียอาจารย์ไปในเหตุการณ์นั้นด้วย เขาต้องกลับมาปราบผีอีกครั้ง และผีนั้นก็ไม่ใช่ผีที่ไหนไกล นั่นก็คือผีที่มาจากประเทศไทยของเราเองที่ชื่อ พรายมหาภูต ที่เชื่อกันว่าเป็นผีที่ดุร้ายที่สุด ที่เหล่าพ่อค้ายาเสพติดต่างให้ความเคารพ พร้อมกับเด็กสาวผู้มีชะตากรรมเป็นร่างทรงเทพจงขุยคนต่อไป ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะเป็นแนวหนังผีที่พอจะเดาเรื่องได้ แต่ก็ยังมีความเป็นหนังไต้หวันที่หมอผีมาปราบกันโต้งๆ ให้ดูน่าสนใจตามสไตล์เดิม และถึงแม้ว่าจะติดอันดับหนังฮิต และเป็นหนังที่ดีที่สุดตอนนี้ แต่ก็มีหลายคนให้คะแนนหนังเรื่องนี้ต่ำมาก

8. A BABYSITTER’S GUIDE TO MONSTER HUNTING (คู่มือล่าปีศาจฉบับพี่เลี้ยงเด็ก)

หนังแฟนตาซี ที่ดูเหมือนจะเป็นนิทานก่อนนอนสำหรับเด็กได้เลย โดยได้เนื้อเรื่องมาจากนิยายชุดชื่อดังของ Joe Ballarini ที่ได้เล่าเรื่องราวของ เคลลี่ เฟอร์กูสัน เด็กหญิงผู้ที่มีความพัวพันกับความฝัน ที่ต้องเจอกับปิศาจมาโดยตลอด แน่นอนว่าไม่มีใครเชื่อเธอเลยสักคน จนถึงวันที่เธออยากเข้าร่วมกิจกรรม ของทางโรงเรียนในวันฮาโลวีน แต่เธอกลับต้องไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้กับเจ้านายของแม่แทน และเธอยังได้รับการทาบทามจากสมาคมลับ ที่คอยปกป้องเด็กจากการโจมตีของเหล่าสัตว์ประหลาดในฝัน ซึ่งเธอยังเป็นมือใหม่อยู่ จึงต้องมีวัยรุ่นสาวที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กอีกคน มาพร้อมกับคัมภีร์ล่าปีศาจที่มาจากองค์กรพันปี ซึ่งเธอทั้งสองต้องช่วยกันผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้ ซึ่งปีศาจในเรื่องก็จะอิงมาจากเรื่องจริง แต่ทำภาพออกมาให้ดูซอฟท์มากขึ้น ไม่มีเลือดกระฉูด หรือสัตว์ประหลาดน่ากลัวแต่อย่างใด เหมาะสำหรับการดูแบบเพลินๆ กันเป็นครอบครัวมากกว่า อย่าหวังอะไรเยอะ

9. THE CHRISTMAS CHRONICLES: PART TWO (ผจญภัยพิทักษ์คริสต์มาส ภาค 2)

หลังจากเรื่องความวุ่นวายในวันคริสมาสต์ ผ่านไปนานถึง 2 ปี สองพี่น้องเคท (ดาร์บี้ แคมป์) และเท็ดดี้ เพียร์ซ (จูดาห์ ลูอิส) ก็ได้เติบโตและมีเรื่องราวเปลี่ยนไปมากมาย เคทที่ตอนนี้ได้กลายเป็นเด็กขี้ประชด และต้องไปเที่ยวกับแฟนใหม่ของแม่ พร้อมกับแจ็ค ลูกชายของแฟนใหม่แม่อย่างไม่เต็มใจนัก ในช่วงวันคริสมาสต์พอดี ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่ยอมรับครอบครัวใหม่อยู่แล้ว แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อเบลสนิกเคิล เอลฟ์ที่คิดจะทำลายขั้วโลกเหนือให้สิ้นซาก เขาทั้งสองคน รวมไปถึงซานตาคลอส ก็ต้องร่วมผจญภัยกันอีกครั้งอย่างไม่ได้ตั้งตัว เตรียมพบกับความสนุกและความอบอุ่นได้อีกครั้ง ในช่วงคริสมาสต์ ปีที่แล้ว แต่ยังคงเป็นหนัง ที่ดีที่สุด และยังน่าดูมาจนถึงปีนี้

10. YOUR NAME ENGRAVED HEREIN (ชื่อที่สลักไว้ใต้หัวใจ)

หนังรักโรแมนติก ที่ได้เล่าเรื่องราวชีวิตจริงของตัวผู้กำกับเอง ที่ชื่อว่า Patrick Kuang Hui Liu และเข้าเคยมีความรักแบบ LGBTQ ในสมัยวัยรุ่น และได้นำมาดัดแปลงเข้ากับหนังได้อย่างลงตัว ว่าด้วยเรื่องราวของ ชางเจียฮั่น หรืออาฮั่น และ หวังป๋อเต๋อ หรือเบอร์ดี้ นักเรียนชายที่เรียนม.ปลาย อยู่ในโรงเรียนชายล้วน ซึ่งทั้งสองเป็นทั้งเพื่อน และมีรักแท้ที่จริงใจต่อกัน ท่ามกลางยุค 80-90 ที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของสังคมอนุรักษ์นิยม ไปสู่ประเทศที่ยอมรับกลุ่ม LGBTQ มากขึ้น และไต้หวันเพิ่งยกเลิกกฎอัยการศึก รวมไปถึงโรงเรียนของเขาทั้งสองคน เริ่มเปลี่ยนโรงเรียนเป็นแบบสหศึกษา ที่มีผู้หญิงเข้ามาเรียนด้วย ทั้งสองจึงต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พร้อมกับการตัดสินใจในอีกหลายๆ ด้าน รวมไปถึงสังคมความเท่าเทียม และการยอมรับกลุ่มทางเพศที่ยังคงไม่ได้ยอมรับกันเท่าในปัจจุบันนี้ ทั้งความคิด และอารมณ์ของทั้งสองที่ต้องฝ่าฟันไปให้ได้ หนังเรื่องได้รับหลายรางวัล และยังทำเงินไปมากกว่า 100 ล้านเหรียญไต้หวัน