รีวิวหนัง Teacher and Student – ครูและนักเรียน เมื่อครูคบหากับนักเรียน

เรื่องย่อหนังครูและนักเรียน Teacher and Student “ต้น” ครูโรงเรียนมัธยม คบหากับแฟนชายหนุ่มชื่อ “แอล” มาได้ห้าปีแล้ว ความรักของทั้งสองเริ่มจืดจางลงตามกาลเวลา แอลพยายามเยื้อชีวิตคู่ให้ยาวนาน โดยการพาต้นไปจดทะเบียนสมรส ขณะที่ต้นกลับรู้สึกตกหลุมรัก “โจ” ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนในโรงเรียนที่เขาสอนหนังสืออยู่ อันมีเหตุมาจากความทรงจำในอดีตที่ตามหลอกหลอนต้น ต้นต้องเลือกระหว่างการมีชีวิตครอบครัวต่อไปกับแอล หรือทำตามใจตนเอง

รีวิวหนัง Teacher and Student - ครูและนักเรียน เมื่อครูคบหากับนักเรียน

แรกๆ มีวิธีการเล่าน่าสนใจดีนะ ชอบในส่วนที่ใช้ไตเติ้ลเครดิตตัดสลับกับฟุตเตจข่าวสถานการณ์การเมืองที่ถ่ายทอดผ่านทีวี ในเฟรมมีกรอบรูปตัวละครวางอยู่ในเฟรมซึ่งรูปจะเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมไปตามภาพข่าวการเมืองแต่ละปีที่ดำเนินไปเพื่อเล่าผ่านเวลาเห็นการเติบโตในความสัมพันธ์ของตัวละคร แต่หลังจากนั้นก็เริ่มใช้บ่อยมากขึ้นจนกลายเป็นความซ้ำซาก รวมถึงวิธีการเล่าอื่นๆ ด้วย

 

คนทำคงคิดว่าตัวเองคิดทุกสัดส่วนมาดีแล้วเลยใช้สัญลักษณ์หนักมือจนล้นหนังกระจัดกระจายไปหมด โดยเฉพาะสีแดงๆ เหลืองๆ แบบโต้งๆ ทั้งเสื้อผ้าของพระเอก พ่อแม่ ชุดพละ เน็กไท กระเป๋า แฟ้ม แก้วน้ำ ผ้าขาวม้า ฯลฯ รวมถึงเด็กในชุดนักเรียนสวมหน้ากากขาว ทุกอย่างโผล่มาเยอะจนกลายเป็นจุดชวนให้คนดูรำคาญหรือขำขันไป

 

แต่มีที่น่าสนใจอยู่อย่างหนึ่งคือการจดทะเบียนสมรสที่หนังเซ็ตขึ้นมาว่าในปัจจุบันภายใต้ความขัดแย้งทางการเมืองกฎหมายได้อนุญาตให้ชายกับชายสามารถจดทะเบียนสมรสกันได้แล้ว และหนังใช้ทะเบียนสมรสซึ่งเป็นเอกสารการันตีความรักความสัมพันธ์ที่มั่นคงของคู่ชีวิตมาใช้เป็นจุดคั่นแทรกแซะให้เห็นรอยร้าวระหว่างความคิดความต้องการที่แตกต่างกันของพระเอกทั้งสองคนได้เข้าท่าทีเดียว

 

เมื่อเทียบกับหนังของผู้กำกับคนเดียวกันที่เคยดูอย่าง ‘หล่อลากไส้ (2013 / D-)’ หนังเรื่องนี้ก็มีแง่น่าสนใจกว่ามากในความที่มีอะไร มันไม่ใช่หนังเกย์ที่เอาโรแมนติกดราม่าเลี่ยนๆเซ็กส์ซีนแรงๆ เป็นกลกลวงเข้าว่าเพื่อเรียกแขกอย่างเดียว

และจุดร่วมของหนังทั้งสองเรื่องที่สัมผัสได้คือความกล้าและความมั่นของผู้กำกับที่เลือกใช้วิธีการเล่าที่คิดว่าดีและอยากทำ ถึงแม้ผลลัพธ์มันจะล้มเหลวแต่อีกในมุมหนึ่งมันก็สร้างความหลากหลายให้คนดูหนังได้อยู่บ้าง

 

เสียแต่ว่ามันเป็นหนังที่ยังรู้สึกว่าคนทำไม่พยายามทำให้ดีทำให้สมราคาค่าตั๋วและเวลาชีวิตที่คนดูจะต้องแลก คือหนังสั้นประกวดส่งฉายตามเทศกาลหนังสั้นในบ้านเรายังดีกว่านี้ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่น ใช้ไมค์บูมดีมั้ย? เอาเวลาเมคอัพมาจัดแสงหน่อยมั้ย? ส่วนเหล่านี้น่าจะเอาใจใส่  ที่มา  

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *