รีวิวหนังสยองขวัญ Jessabelle – บ้านวิญญาณแตก ผีท่วงร่าง

รีวิวหนัง Jessabelle – บ้านวิญญาณแตก ระหว่างทางมันขลุกขลักมากๆ ด้วยความที่เซ็ตอัพมันไม่ได้ปูทางมาเนี้ยบแบบหนังเนี้ยบและคาแร็กเตอร์ที่เราไม่เชื่อว่าทำไมนางเอกขาเดี้ยงมันแทบไม่กลัวอะไรเลย โอเคว่ามันตกใจกลัวอยู่เจอผีก็พยายามหนี มันก็ยังเดินดุ่มๆ มุ่งหน้าพิสูจน์ลูกเดียว

รีวิวหนัง Jessabelle - บ้านวิญญาณแตก
แต่ก็มีเหตุผลที่พอแก้ต่างได้อยู่ว่านางเอกคิดว่าผีนั่นคือแม่ของมัน..และอีกเหตุผลหนึ่งคือเราอาจจะกลัวเกินไปมากกว่าตัวละครเท่านั้นเอง

บทมันไม่ได้ดีมันมีช่องโหว่เยอะ มันโกงคนดูด้วยการหลอกเราด้วยผีคนละวัย และการบอกใบ้ของมันก็ทำให้เกิดได้แค่ความงุนงงและสงสัย จนกระทั่งตัวละครพาไปเจอคำใบ้ท้ายๆ จึงจะจับต้นชนปลายได้ถูก แล้วถึงตอนนั้นเราจะยอมรับการพามาถึงจุดเฉลยของหนังได้หรือเปล่าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่การที่คนดูรู้เท่าๆ กับนางเอกไปทั้งเรื่อง เห็นเท่ากับที่นางเอกเห็น แล้วนางเอกก็ไม่ได้รู้เยอะไปมากกว่าที่คนดูรู้ คนดู(อย่างกูเนี่ย)โง่เท่าที่นางเอกโง่ ตอนเริ่มเฉลยมันก็เลยตีตื้นความสนุกขึ้นมาได้

***สปอยล์***
แล้วพอเครื่องติดเรื่องราวมันก็เริ่มเข้าท่าดีและเร่งสปีดเผยความน่าสนใจให้เห็นเพิ่มขึ้นมากๆ ความสัมพันธ์คนผิวสีคนผิวขาว มนตร์ดำ ที่ถึงแม้จะเห็นว่าจริงๆแล้วถ้ามันเปลี่ยนให้เป็นคนขาวทั้งเรื่องมันก็ยังเล่าเหมือนเดิมได้เพราะมันไม่ได้ตั้งใจเล่นประเด็นเรื่องชาติพันธุ์อะไรหรอก มันก็แค่เรื่องชู้ผัวๆ เมียๆ แก้แค้นกันนั่นแหละ แต่ตั้งแต่เกิดมาเนี่ยยังไม่เคยดูหนังผีที่ผีคนดำมีคอนฟลิกต์กับคนขาวเลย

แล้วสุดท้ายมันก็ปะทุให้เราเหวอได้ในไคลแม็กซ์สั้นๆ ให้เซอร์ไพรส์ความรู้สึกได้ด้วยช็อตๆ เดียว รวมกับจิตสำนึกของเราที่ยังรู้สึกเรื่องความแตกต่างของชาติพันธุ์มันก็เลยรู้สึกว่ามันร้ายกาจมากๆ และสะเทือนอยู่ไม่น้อยจนกลายเป็นชอบไปเลย…

เมื่อได้ชมเทลเลอร์และเห็นโปสเตอร์ แว้บแรกรู้สึกได้ว่า อยากดูมากยิ่งด้วยเป็นค่ายไลออนเกทแล้วด้วยยิ่งสนใจมากเข้าไปอีก แต่พอเห็นคำวิจารณ์ในเชิงลบและคะแนนอันน้อยนิดจากการจัดอันดับในเวปไซต์ก็ทำให้ลังเล ประกอบกับช่วงนี้ภาพยนตร์สยองขวัญจากฝั่งฮอลลีวู้ดมักจะสร้างการตลาดแต่ตัวหนังไร้คุณภาพทำให้ยิ่งลังเลในการดูเจซาเบลล์มาก แต่ก็คาใจ….อย่ามัวรีรอ ตีตั๋วเข้าไปชมกันเลย….

“เจซาเบลล์ เธอได้ตายไปแล้ว”

เมื่อเจซาเบลล์ได้รับอุบัติเหตุร้ายแรงทำให้เธอพิการต้องนั่งรถเข็น เธอต้องกลับมาอยู่ที่บ้านเก่าหลังจากไม่ได้กลับบ้านตั้งแต่สมัยเด็กๆ เจซาเบลล์ต้องอยู่บ้านกับพ่อที่เธอแทบจำไม่ได้และไม่รู้จัก ความสยองขวัญกล้ำกลายยามค่ำคืน ในห้องนอนที่เจซาเบลล์นอนอยู่มักมีเรื่องราวร้ายๆให้เธอขวัญผวาและฝันร้าย เจซาเบลล์พบว่าในที่ดินบ้านของเธอเองมีหลุมศพสลักชื่อของเธอพร้อมสลักวันเสียชีวิตซึ่งเป็นวันเกิดของเธอ เจซาเบลล์สับสนและต้องการคำอธิบายสำหรับเรื่องขวัญผวาและหลุมศพของเธอ เธอตายไปแล้วหรือ? และทั้งหมดนี้เธอต้องหาคำตอบสำหรับฝันร้ายครั้งนี้

ภาพยนตร์เรื่องเจซาเบลล์มีคอนเซปต์และแนวคิดที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย สาวน้อยคนหนึ่งที่ต้องอยู่แปลกที่กับคนแปลกหน้าในบ้านผีสิงโดยที่เธอเองพิการเดินไม่ได้ คิดจะหนีก็หนีไม่ได้ ซ้ำร้ายยังมีหลุมศพของตัวเองอยู่ในบ้านอีก คงชวนขนหัวลุกไม่น้อยที่ต้องเจอผีในสถานการณ์แบบนี้ จากหน้าหนังไม่ว่าจะเป็นโปสเตอร์หรือเทลเลอร์เราคงเดาได้ไม่ยาก เธอคงมีฝาแฝดที่ไม่รู้มาก่อน หรือเธอคงตายไปนานแล้วแต่สับสนแยกแยะไม่ออก บทสรุปเรื่องนี้คุณจะไม่ถูกสปอยล์จากบทวิจารณ์นี้ แม้ตัวหนังจะเกริ่นนำอยู่แล้ว อีกทั้งนำเสนอในเทลเลอร์แล้วว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีกลิ่นอายของมนต์ดำวูดูจากทางผืนกาฬทวีปแอฟริกา แต่การนำเสนอหรือสไตล์ในการกำกับของผู้กำกับไม่ได้ทำให้ให้เราเห็นความน่าสะพรึงของมนต์ดำวูดูนี้เลย ค่อนข้างฉาบฉวยนอกจากนี้ยังมีการเชื่อมโยงเรื่องราวด้วยไพ่ยิปซีอีกด้วยซึ่งทำให้น้ำหนักความลึกซึ้งของมนต์ดำก็เบาบางและตื้นเขินลงไปอีก ส่วนในด้านของทิศทางการกำกับของผู้กำกับ เคลวิน กรูเทิรท ผู้กำกับหน้าใหม่ที่ฝากผลงานไว้อย่างซอว์ภาคสี่อย่างน่าสยดสยอง แต่ในเรื่องเจซาเบลล์กลับทำได้อย่างน่าผิดหวัง สไตล์ไม่ค่อยชัดเจน แถมวิธีการเล่าเรื่องยังตื้นเขินไร้ชั้นเชิง แม้การดีไซน์ฉากผีจะได้อารมณ์มากๆในช่วงแรกๆจะผีออกปรากฏตัว แต่หลังจากนั้นกลับดูหลุดทิศทาง กระจัดกระจายไร้สไตล์การเล่าเรื่องที่ชัดเจน การเลือกแคสนักแสดงก็ทำได้ไม่ค่อยโดดเด่นสักเท่าไหร่ คำว่า”ไม่โดดเด่น”ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าไม่มีนักแสดงที่มีชื่อเสียง แต่หมายถึงการคัดเลือกนักแสดงที่ไม่มีพลังพอที่จะนำบทไปให้ถึงอารมณ์ การกำกับภาพค่อนข้างธรรมดาไม่ได้ถ่ายทอดอารมณ์ตามฉบับภาพยนตร์สยองขวัญที่มักจะเน้นการกำกับภาพและการกำกับศิลป์ ซึ่งการกำกับศิลป์และการออกแบบงานสร้างก็ไม่ได้โดดเด่นเท่าที่ควร เรื่องของการผสมเสียง ออกแบบเสียงและเพลงประกอบทำหน้าที่ได้ดีตามที่ควรจะเป็น มีการบีบคั้นอารมณ์ตามฉบับหนังผีแต่ก็ไม่ได้โดดเด่นสักเท่าไหร่ ในด้านโปรดักชั่นสิ่งที่โดดเด่นคงจะเป็นการออกแบบแสงและจัดแสงที่ค่อนข้างบีบอารมณ์และผ่อนอารมณ์ได้อย่างดี

ส่วนสิ่งที่ทำให้แนวคิดและคอนเซปต์ที่น่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้จม ไม่โดดเด่นและตื้นเขินคือการกำกับที่ไม่ชัดเจนและบทที่ไม่ค่อยให้น้ำหนักและความสำคัญกับรายละเอียดสำคัญหลายๆอย่าง ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีสไตล์สู้ซีรียส์ชื่อดังอย่าง American Horror Story III ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ที่มา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *