รีวิวซีรีส์แนว E-sport Cross Fire เกมส์เดือดทะยานฝัน จากเกมชื่อดังสู่ซีรีส์

Cross Fire

Cross Fire หลังจากที่ซีรีส์แนว E-sport อย่างเรื่อง เทพยุทธ์เซียนกลอรี่ โด่งดังถล่มทลาย ทำให้หลายๆ คนที่แม้ไม่ใช่สายเกมก็ยังเข้าถึงและทำให้กีฬา E-Sport เป็นที่รู้จักขยายวงกว้าง หลังจากนั้นหลายๆ คนก็คงกำลังรอซีรีส์แนวๆ เกมกันอยู่ใช่มั้ย และแล้วก็ถึงเวลาของ เกมเดือดทะยานฝัน จาก เกมชื่อดังสู่ซีรีส์ ที่เข้มข้น ที่สร้างได้ไม่แพ้ตัวเกมจริงๆ ขอบอกเลยว่าฉากในเกมสวยมากจริงๆ และยังได้สองนักแสดงชื่อดัง ลู่หาน และ อู๋เหล่ย มาแสดงนำ ยิ่งทำให้เนื้อเรื่องน่าติดตาม

เรื่องย่อ

ลู่เสี่ยวเป่ย พลาดโอกาสสำคัญในการเข้าสู่เส้นทางเกมเมอร์มืออาชีพไปอย่างน่าเสียดาย ในขณะที่เขากำลังคร่ำครวญกับการสูญเสียครั้งนี้ เขามีโอกาสได้ประลองฝีมือกับผู้เล่นฝีมือฉกาจ ID: SEVEN (เซียวเฟิง) หลังจากพวกเขาได้ปะทะกันจู่ ๆ

ก็มีเหตุการณ์แปลกประหลาดเกิดขึ้น พวกเขาได้พูดคุยกันและพบว่าทั้งสองมาจากห้วงเวลาที่แตกต่างกันนานถึง 11 ปี พวกเขามีโอกาสได้พูดคุยกันบ่อยครั้งและทั้งคู่ต่างก็ไล่ตามความฝันในสิ่งเดียวกันทำให้เข้าอกเข้าใจกันเป็นอย่างดีเพราะเส้นทางกีฬา E-Sport นี้ไม่ง่ายเลย ลู่เสี่ยวเป่ย ขอร้องให้เซียวเฟิงช่วยเขาแก้ไขอดีตที่ผิดพลาดบางอย่าง เซียวเฟิงจะทำสำเร็จหรือไม่ และพวกเขาจะคว้าเป็นแชมป์ได้อย่างไร

 

หลังจากได้ชม Cross Fire ตอนที่ 18 ก็รู้สึกประทับใจตอนนี้เอามาก ๆ ไม่เพียงแต่เรียกน้ำตาแต่มันยังเรียกเสียงหัวเราะอีกด้วย นอกจากนี้ยังแฝงไปด้วยมิตรภาพของตัวละคร เลยอยากจะนำรีวิวมาฝากให้ผู้อ่านได้อ่านกัน

ขอเท้าความก่อนว่าซีรีส์เรื่องนี้ออกอากาศในวันที่ 20 กรกฏาคม ที่ผ่านมาทาง App WeTV ซึ่งสร้างจากเกมส์ชื่อดัง CrossFire เกมแนวยิง FPS ที่ปล่อยออกมาครั้งแรกในวันที่ 3 พฤษภาคม 2007 สำหรับแพลตฟอร์ม Windows PC ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย SmileGate

และจัดจำหน่ายให้บริการโดย Tencent Games ยักษ์ใหญ่ด้านไอทีและแพลตฟอร์มออนไลน์แห่งประเทศจีน ด้วยความนิยมที่ต่อเนื่องในโซนเอเซียทำให้ Tencent ดำเนินการสร้าง ซีรีส์ เกมส์เดือดทะยานฝัน ออกมาเอาใจแฟน ๆ เกมส์และคอซีรีส์แนวอีสปอร์ตโดยเฉพาะ

เนื้อเรื่อง

เปิดตัวด้วยฉากต่อสู้ในเกมที่ยิงกันอย่างเมามัน แต่ ลู่เสียวเป่ย หรือ User ในเกมคือ NORTH (ทีม B) ถึงแม้จะเอาชนะ KING จากทีม A ได้ แต่ก็ถูกอำนาจมืดยัดข้อหาว่าเขาโกงการแข่ง ทำให้ไม่ได้เซ็นสัญญากับกราวิตี้ แต่เสียวเป่ยที่ถึงจะพิการจนต้องนั่งรถเข็นแต่เขาก็มีความฝันอยากเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตให้ได้

ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่ง เซียวเฟิง หัวหน้าทีมอีสปอร์ต (ปี 2008) ก็ประสบปัญหาลูกทีมของเขาไม่อยากแข่ง ไม่อยากเล่นเกมนี้แล้ว เพราะไม่ว่าจะแข่งเท่าไหร่ก็ไม่ประสบความสำเร็จสักที แถมพอกลับห้องก็ยังโดนทวงค่าเช่า ทำให้เขาหมดอาลัยตายอยากเป็นอย่างมาก

ที่เวลาเดียวกัน หลังจากที่เสียวเป่ยไม่ได้เซ็นสัญญากับกราวิตี้และไม่มีค่ายไหนยอมเซ็นสัญญากับเขา ระหว่างที่เสียใจและคอมของเขาถูกพ่อยึดไป ทำให้เสียวเป่ยใช้คอมของพี่เพื่อเข้าหนังใหม่เต็มเรื่อง และเล่นเกม CrossFire และขณะนั้นเซียวเฟิงก็เข้าเกม จังหวะนั้นเกิดไฟกระพริบ และทั้งคู่เข้ามาอยู่ในเกมเดียวกัน! ทั้งคู่สู้กัน!

ซึ่งฝีมือสูสีกันสุดๆ และระหว่างที่ปะทะกันนั้น ก็เกิดจอดำที่ทั้งคู่คิดว่าเป็นบัค แต่หลังจากที่ได้พูดคุยกัน ก็ทำให้พวกเขารู้ว่าอีกคนอยู่ที่โลกอนาคต (ปี 2019) ส่วนอีกคนอยู่ในโลกอดีต! (ปี 2008) เรื่องราวของพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป

นักแสดง

ลู่หาน รับบทเป็น เซียวเฟิง

หัวหน้าทีมพ่วงด้วยตำแหน่งมือสไนเปอร์สุดแม่นของทีม One Coin ในยุคของพวกเขานั้นการแข่งขัน อีสปอร์ตยังไม่เฟื่องฟูนักจึงมักจะโดนดูถูกให้เจ็บช้ำน้ำใจอยู่ร่ำไป เขาฝ่าฟันอุปสรรคนานับการเพื่อรักษาทีมที่จิตวิญญาณความเป็นทีมกำลังจะสูญเสียไป เขามุ่งมั่นที่จะพาทีมคว้าแชมป์ให้ได้และต้องการให้กีฬา E-Sport กลายเป็นที่รู้จักของทุกคน

อู๋เหล่ย รับบทเป็น ลู่เสียวเป่ย

เกมเมอร์ Cross Fire ที่ต้องการฟอร์มทีมใหม่เพื่อเข้าแข่งขันลีคในประเทศอีกครั้งหลังจากเขาต้องผิดหวังในการแข่งขันเข้าทีมมืออาชีพ เขาใช้ชีวิตบนรถเข็นมาตั้งแต่เด็กเนื่องจากประสบอุบัติเหตุในวัยเด็ก อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้เขาต้องสูญเสียพี่ชายที่เคารพรักและจมอยู่กับอดีตที่แสนเจ็บปวดมาตลอด 10 กว่าปี

ความสัมพันธ์ของตัวละคร

ประทับใจในความสัมพันธ์ของตัวละครมาก ๆ พวกเขาเผชิญหน้ากับปัญหาต่าง ๆ อย่างกล้าหาญถึงแม้จะเจ็บปวดจะผิดหวังขอแค่มีทีมอยู่ก็กล้าจะไล่ตามฝันและทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ก่อนอื่นหนังออนไลน์ ขอชมอู๋เหล่ยก่อนเลยเรื่องนี้เล่นดีมาก การใช้ชีวิตบนรถเข็นมันไม่ง่ายเลยแต่เขาก็ใช้มันได้คล่องแคล่วมาก

ซีนอารมณ์

ในซีนอารมณ์ก็เล่นดีมากร้องไห้จนตัวสั่น และมีหนึ่งฉากที่ประทับใจในฝีมือการแสดงของเขามากนั่นคือฉากที่เขาหัดเดิน ทำกายภาพบำบัดคือสมจริงมาก ๆ ถึงแม้ว่าอู๋เหล่ยอายุยังน้อยแต่ผ่านงานแสดงมาเยอะไม่ต่ำกว่า 60 เรื่อง ฝีมือร้ายกาจสมคำร่ำลือแล้วจริง ๆ

และอีกฉากที่ ฉู่เกอ อ่านเรียงความเรื่องพ่อฉันเป็นฆาตกร หรือฉากที่ ลู่เสี่ยวเป่ย คุยกับตัวเองในอดีต แต่ฉากที่พีคที่สุดและยังตราตรึงอยู่ในใจ คือฉากที่วง GALA ขึ้นแสดงเพลง 追夢赤子心 (Chasing Dream with Childlike) ประกอบกับการตัดภาพมิตรภาพและช่วงเวลาในการฝ่าฟันอุปสรรคของตัวละครสลับกัน 2 ยุคสมัย เพลงมันเพราะและความหมายดีมาก ๆ เข้ากับเหตุการณ์ของซีรีส์เรื่องนี้ ถึงกับน้ำตานองหน้าเลย

งานเพลงประกอบ

ชอบเพลงที่นำมาประกอบซีรีส์เรื่องนี้มาก ถือว่าทีมผู้ผลิตเลือกเพลงได้เหมาะมาก ๆ เลย ถึงแม้ว่าจะมีฉากเรียกน้ำตาอยู่หลายฉากแต่ก็จะมีฉากเรียกเสียงหัวเราะมาสลับบ้าง ซึ่งนั่งดูอยู่ที่บ้านเดี๋ยวหัวเราะเดี๋ยวร้องไห้จนคนในครอบครัวหาว่าเป็นไบโพลาร์ไปแล้ว

 

บาคาร่า  

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *