รีวิว The Current War หนังที่จำลองเวลาสำคัญของประวัติศาสตร์

THE CURRENT WAR

รีวิว The Current War สงครามไฟฟ้า คนขั้วอัจฉริยะปกติเรามักคุ้นชินชื่อของ “เอดิสัน” อัจฉริยะผู้พาให้โลกให้สว่างไสวในยามกลางคืนด้วยหลอดไฟฟ้า จากหนังสือเรียนสมัยประถม ภาพลักษณ์เอดิสันในหนังสือเรียนมีแต่ด้านดีงาม เป็นตัวแทนของความอุตสาหะ มีพรสวรรค์กับพรแสวงพร้อมกันในตัว

แต่ในหนัง จะพาคุณไปพบกับข้อเท็จจริงอีกด้านว่า เอดิสันก็เป็นคนมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่มีทั้งทิฐิ เย่อหยิ่งจองหอง มิหนำซ้ำยังเล่นสกปรกสาดโคลนใส่คู่แข่งเพียงเพื่อชัยชนะทางธุรกิจเท่านั้น…

หนังพาเราไปพบกับจุดเริ่มต้นของสงครามไฟฟ้า หลังจากที่ “โทมัส อัลวา เอดิสัน” ประดิษฐ์หลอดไฟส่องสว่างยาวนานได้สำเร็จ และต้องการตั้งโรงงานผลิตไฟฟ้ากระแสตรง DC เพื่อใช้กับหลอดไฟกระแสตรงของเขา

แต่ไม่ใช่เอดิสันคนเดียวที่ลงมาทำสิ่งนี้ “จอร์จ เวสติงเฮ้าส์” นักประดิษฐ์และนายทุนธุรกิจเกี่ยวกับแก๊สก็ได้เข้ามาร่วมวงด้วยการผลักดันกระแสไฟฟ้าสลับ AC สู้กับเอดิสัน พร้อมทั้งมีหลอดไฟในแบบของตัวเช่นกัน (แต่ส่องสว่างสั้นกว่า) รวมถึงการมาของ “นิโคลา เทสลา” อัจฉริยะนักประดิษฐ์อีกคนที่เคยทำงานกับเอดิสัน ก่อนจะออกมาฉายเดี่ยวภายหลัง ซึ่งทั้ง 3 คนนี้จะมีบทบาทหลักตามประวัติศาสตร์จริง ในยุคที่กระแสไฟฟ้าพึ่งเริ่มนำมาใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้คน

หนังเลือกมอบบทบาทให้ทั้ง 3 คนไม่เท่าเทียมกันทั้งเวลาและบท แต่ก็เป็นไปตามจริงเพื่อทำให้เราเข้าใจได้ว่า ทำไมเอดิสันถึงกลายมาเป็นที่จดจำของคนทั่วโลกมากกว่า ทั้งๆ ที่กระแสไฟตรง DC ของเอดิสันเป็นผู้แพ้? หนังฉายให้เห็นว่าเอดิสัน (เบเนดิคท์ คัมเบอร์แบตช์) เป็นนักประดิษฐ์ผู้กระหายทำฝันของตัวเองให้สำเร็จ โดยใช้อีโก้ของตัวเองเป็นตัวนำแม้ใครจะทักท้วงก็ตาม ซึ่งเขารู้ทั้งรู้ว่ากระแสไฟตรงที่ตัวเองพัฒนามีจุดด้อยกว่าไฟฟ้ากระแสสลับ (กำลังส่งใกล้ ต้นทุนสูงกว่ามาก) ก็ไม่ยอมเปลี่ยนแนวทาง ด้วยนิสัยเย่อหยิ่ง

ไม่คบค้าสมาคมกับใครง่ายๆ เขามีทิฐิว่าสิ่งที่ตัวเองคิดต้องดีกว่า ปลอดภัยกว่า จึงพร้อมผลาญเงินนายทุนตามอีโก้ของตัวเองอย่างไม่แคร์ สุดท้ายก็ทำให้เขาโดนเท นายทุนหันไปหากระแสไฟฟ้าสลับของ จอร์จ เวสติงเฮ้าส์ ที่ต้นทุนถูกกว่า เมื่อสู้ในเกมตรงๆ ไม่ได้ เอดิสันก็เลือกสาดโคลนให้กระแสไฟฟ้าสลับดูน่ากลัวเกินจริง ด้วยการจัดฉากช็อต หมา แมว กระต่าย ม้า ไปจนถึงช้างให้ตายต่อหน้านักข่าว รวมถึงเป็นคนต้นคิดออกแบบสร้างเก้าอี้ไฟฟ้าไว้ประหารนักโทษขึ้นมา โดยตั้งใจไว้โจมตีคู่แข่งเพียงแค่นั้น (ซึ่งในแบบเรียนของเด็กๆ คงไม่กล้าใส่ไว้แน่นอน)

ทั้งที่ในความเป็นจริงไฟฟ้า DC ก็ช็อตคนตายได้เหมือนกัน แต่เอดิสันเลือกพูดไม่หมด แถมพูดย้ำออกสื่อเสมอว่าจะไม่คิดประดิษฐ์สิ่งที่ทำร้ายผู้คน เขาเป็นนักการตลาดสร้างภาพในตัว เลือกส่งภาพลักษณ์ด้านสว่างแก่สื่อให้ตัวเองดูดี แล้วก็สาดความมืดใส่คู่แข่งแบบไม่แย่แสใดๆ เอดิสันชอบพรีเซนต์ชื่อตัวเองปะไว้กับทุกอย่าง

แม้ว่าหลายอย่างเขาจะไม่ได้เป็นผู้คิดค้นจริงก็ตาม (ลูกน้องในบริษัทคิด) การตลาดหลายๆ อย่างนี้เองทำให้ชื่อของเอดิสันเป็นที่จดจำมากกว่าผู้ชนะอย่าง “จอร์จ เวสติงเฮ้าส์” มาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับ “จอร์จ เวสติงเฮ้าส์” เจ้าของบริษัท Westinghouse Electric ผู้ผลิตกระแสไฟฟ้าสลับและชนะในสงครามครั้งนี้ แต่กลับไม่เป็นที่รู้จักสักเท่าไหร่นัก เนื่องมาจากเขาเป็นนักประดิษฐ์และนักลงทุนที่ทำธุรกิจตรงไปตรงมา และไม่ได้สนใจจะเข้าไปตอบโต้ออกสื่อ หรือเล่นในเกมที่เอดิสันจัดฉากให้ชื่อเขาเป็นผู้ร้ายฆ่าคนตายทางอ้อม เขายืนยันว่าธุรกิจนี้วัดกันที่คุณภาพของสิ่งประดิษฐ์ ซึ่งสุดท้ายจุดยืนของเขาก็พิสูจน์ว่าถูกต้อง สินค้าที่ด่ีราคาเหมาะสมนั่นย่อมตอบโจทย์มากกว่าเสมอ ภาพของ จอร์จ เวสติงเฮ้าส์ ในหนังเป็นคนดี มีศีลธรรม ห่วงใยลูกน้องในโรงงาน

แม้ตัวเองจะพบวิกฤติแค่ไหนก็ยังพยายามโอบอุ้มให้ได้มากที่สุด หนังตัดสลับให้เวลากับจอร์จพอกับๆ เอดิสัน แต่ดำเนินไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกและการทำงานเรียบๆ ลุ่มลึก จริงจัง โดยมีคู่หูนักประดิษฐ์และภรรยาของเขาช่วยผลักดันให้จอร์จทำความหวังผลิตไฟฟ้าทั่วอเมริกาให้สำเร็จ

หนังทำชีวิตจอร์จมาเรียบๆ ตรงตามประวัติศาสตร์ ซึ่งจอร์จมีภาพลักษณ์ของนายทุนนักประดิษฐ์ ที่เลือกอยู่เงียบๆ เบื้องหลัง มากกว่าจะเอาตัวเองมาเป็นจุดขายแบบเอดิสัน

 

ufabet    

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *