รีวิวหนังผีจากไต้หวัน The Soul จิตวิญญาณ ผสมผสานแนว สืบสวน

The Soul

The Soul ที่เมื่อดำเนินเนื้อเรื่องไปแล้ว มันกลับไปไกลยิ่งกว่าหนังผี ผสมผสานแนวสืบสวน ไซไฟ ดราม่า ทริลเลอร์ และบทเฉลยความจริงที่สุดหักมุมเกินคาดเดา รับร้องได้เลยว่าทุกอย่างที่คนดูคิดไว้ตอนแรก ไม่มีทางเดาออกแน่นอนเมื่อหนังเฉลยความจริงออกมาแล้ว

ชื่อภาษาจีนเรื่องนี้ คือ Ji Hun กำกับโดย Wei-Hao Cheng แสดงนำโดย จางเจิ้น และ จางเหวินหนิง แล้วยังได้นักแสดงชื่อดังในอดีตอย่าง หลี่หมิงซุ่น ที่เคยรับบท เอี้ยก้วย ในมังกรหยก 1999 เวอร์ชั่นสิงคโปร์ มาร่วมแสดงด้วย

เรื่องราวเริ่มขึ้นจากคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญของ หวังซื่อชง อภิมหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทนวัตกรรมชื่อดังที่ครอบครองธุรกิจมากมาย กลับถูกพบเป็นศพ โดยมีพยานเพียงคนเดียวคือ หลี่เหยียน ภรรยาสาวของเขาที่นอนสลบอยู่ข้างๆ โดยเธอให้การว่า ผู้ร้ายก็คือ หวังเทียนโหย่ว ลูกชายที่เกิดจาก ถังซู่เจิน นักวิทยาศาสตร์หญิง ซึ่งเป็นภรรยาคนก่อนของหวังซื่อชงที่ฆ่าตัวตายไปแล้ว

ขณะเดียวกัน อัยการหนุ่ม เหลียงเหวินเฉา ที่กำลังเผชิญหน้ากับโรคมะเร็ง ได้ตัดสินใจรับทำคดีที่เป็นข่าวใหญ่นี้ เพื่อหวังว่าจะเป็นงานทิ้งทวนทั้งชื่อเสียงและรายได้ในการทำงานเพื่อเหลือไว้ให้ อาเป้า ภรรยาสาวของเขาที่เป็นตำรวจสืบสวนและกำลังตั้งท้อง ที่ก็มาอยู่ในทีมสืบสวนคดีนี้เช่นกัน โดยได้รับความร่วมมือในการสืบสวนจาก ดร.ว่าน ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ของบริษัท

แต่เมื่อเหลียงเหวินเฉาสืบสวนลึกลงไป คดีนี้กลับเต็มไปด้วยปริศนาลึกลับซับซ้อนที่มีทั้งความเชื่อในเรื่องภพหน้า การสะกดวิญญาณ แล้วก็เริ่มพบว่ามันเกี่ยวข้องกับแผนการแก้แค้น การทดลองทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับการ “โอนถ่ายจิตวิญญาณ” ที่เป็นวิทยาศาสตร์ล้ำยุค ไปจนถึงแผนการชิงอำนาจทางธุรกิจ และเกี่ยวพันกับเรื่องของ ความรัก ที่สลับซับซ้อนอย่างไม่น่าเชื่อ

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกดัดแปลงมาจากนิยายชื่อ Transfer Soul ของ เจียงป๋อ เมื่อทำหนังเป็นหนังแล้วเข้าใจว่าเพื่อป้องกันไม่ให้ชื่อเรื่องไปสปอยล์เนื้อหาของเรื่องมากเกินไป เลยต้องปรับเหลือแค่ The Soul ซึ่งก็เป็นการตัดสินใจที่ดีอย่างมาก เพราะแม้ว่าคนที่ดูเรื่องนี้น่าจะคาดเดาเรื่องการ “ถ่ายโอนจิตวิญญาณ” ได้ตั้งแต่ช่วงแรกๆ แต่คงไม่คาดคิดว่ามันมีการหักมุมสลับซับซ้อนจนเกินคาดเดาในช่วงท้าย และถือว่าเป็นแก่นหลักของเรื่องเลยก็ว่าได้

สำหรับแนวทางของหนัง จะเดินเรื่องด้วยกระบวนการสืบสวน ซึ่งพาร์ทสืบสวนก็มีความจริงจัง เน้นการที่หาข้อมูลเบื้องหลังของผู้ต้องหา พยาน ผู้เกี่ยวข้องต่างๆ และการปะติดปะต่อหลักฐานต่างๆจากกล้องวงจรปิด และการวิเคราะห์สภาพจิตของตัวละคร

แต่สิ่งที่ทำได้น่าสนใจมากก็คือ ความสามารถในการเชื่อมโยงหลักฐานต่างๆ เข้าด้วยกันของตัวเอก ที่เขานำทฤษฎีและความเป็นไปได้ทุกอย่างมารวมไว้หมด โดยไม่ได้ตัดประเด็นเรื่องเหนือธรรมชาติ หรือเรื่องผีสิง ออกไปจากสมการสืบสวน ตรงนี้ถือว่าเป็นกระบวนทัศน์ที่น่าสนใจมาก และอาจจะเป็นการสะท้อนความเชื่อของคนไต้หวันที่ยังมีความเชื่อในเรื่องแนวนี้อยู่ แล้วที่สำคัญคือ ทีมสืบสวนในเรื่องเองไม่ว่าจะนางเอกและคนในทีม ก็ไม่ได้ดูถูกหรือตัดประเด็นเรื่องเหนือธรรมชาติออกไปเช่นกัน แต่กลับมองว่าเรื่องของ “อาการผีสิงหรือผีเข้าและพิธีกรรมทางไสยศาสตร์” เป็นหนึ่งในสมการหลักของการหาความจริงในคดี ทำให้การสืบคดีในเรื่องนี้ใช้เวลาค่อนข้างเร็ว ไม่น่าเบื่อ และไม่มีประเด็นให้ตัวละครมาดราม่าถกเถียงกันถึงเรื่องที่ว่าผีและเรื่องเหนือธรรมชาติมีอยู่จริงหรือไม่จริงด้วย  บาคาร่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *