รีวิวหนังแอ็กชั่นขับรถซิ่ง Lost Bullet (2020) แรงทะลุกระสุน

รีวิว Lost Bullet (2020) แรงทะลุกระสุน  หนังแอ็กชั่นขับรถซิ่งที่ดูตัวอย่างหน้าตาภายนอกแอบเหมือน FAST & FURIOUS อยู่ไม่น้อย แต่ที่จริงการขับรถซิ่งไล่บี้กันของเรื่องนี้เป็นส่วนน้ำจิ้มหัวกับท้ายของเรื่องเท่านั้น

เรื่องเริ่มต้นด้วยฉากโชว์สกิลของ “ลีโน” ช่างเครื่องอัจฉริยะที่พยายามหาเงินช่วยน้องชายด้วยการปล้นทองจากการขับรถเสริมกันชนพุ่งชนกันตรงๆ แต่แผนเกิดผิดพลาดทำให้เขาเข้าคุก น้องชายหนีรอดไปได้ สกิลแต่งรถของเขาเตะตาหัวหน้าหน่วยตำรวจที่ไล่ตามจับพวกค้ายา และต้องการรถแรงไปไล่บี้พวกนั้น เขาจึงได้รับโอกาสที่สองมาทำงานให้ตำรวจ แต่กลายเป็นว่าเขากลับโดนป้ายความผิดให้กลายเป็นอาชญากรอีกครั้ง และคราวนี้เขาจึงต้องตามล่าจัดการพวกตำรวจเหล่านั้นด้วยตัวเอง

หน้าหนังเหมือนพวกแนวแข่งรถ แต่ตัวเรื่องจริงๆ คือหนังแอ็กชั่นโชว์สกิลสตันท์ตัวจริงของ Alban Lenoir พระเอกรูปไม่หล่อ แต่ฝีมือสตันท์กินขาด เป็นสตันท์ในหนังแอ็กชั่นดังมาหลายเรื่องแล้วอย่าง Taken ภาคแรก ซึ่งตัวเขาเองก็มีฝีมือเป็นผู้เขียนบทหนังเองด้วย ในเรื่องนี้ก็รับหน้าที่ทั้งนักแสดง สตันท์ และแก้ไขบทไปพร้อมกัน แต่ช่วงครึ่งชัวโมงแรกจะมีแค่ฉากขับรถไล่บี้กันบนถนนนิดหน่อย โดยไม่เกี่ยวกับพระเอก แต่มีความแปลกตรงที่รถตำรวจในเรื่องเน้นเสริมกันชนเพื่อขับชนโดยเฉพาะ ซึ่งแปลกจากปกติที่มักแต่งซิ่งไล่ยิงกันให้ทัน กลับมาเป็นเรื่องการออกแบบกันชนหนาจากฝีมือคำนวนของพระเอกให้ขับชนได้แบบไม่เจ็บตัว แต่ส่วนนี้เหมือนหนังใส่มาแค่เรียกน้ำย่อยเท่านั้น ยังไม่ได้มีความมันส์ลุ้นเท่ากับฟาส และก็รีบปิดบทจบสรุปเข้าเรื่องจริงที่พระเอกถูกใส่ร้าย และก็ต้องกลายเป็นอาชญากรที่ตำรวจไล่ล่ากันทั้งเมือง

หลังครึ่งชั่วโมงผ่านไปหนังก็ได้เวลาโชว์สกิลแอ็กชั่นของพระเอก ฉากแอ็กชั่นในเรื่องนี้ถือว่าจัดมาเยอะตลอดรายทาง ไม่มีช่วงที่ทำให้เบื่อได้เลยแม้แต่น้อย แถมสกิลการต่อสู้ของพระเอกเว่อร์มาก คือระดับตำรวจทั้งโรงพักสู้มือเปล่าของพระเอกไม่ได้ โดยสกิลที่ปูมาตอนต้นเรื่องก็เป็นแค่ช่างเครื่อง ไม่ได้ไปฝึกศิลปะการต่อสู้อะไรมาเลย แอ็กชั่นที่ออกมาก็ไม่ได้เป็นแนวมาเชียลอาร์ท แต่ฉากโชว์เหนือของพระเอกก็มีความสมเหตุผลพอให้เชื่อได้อยู่ ว่าสู้กับตำรวจทั้งโรงพักด้วยมือเปล่ากับฉกฉวยสิ่งของรอบตัวมาใช้แก้สถานการณ์ได้จริงๆ ซึ่งเราเองก็สนุกไปกับการต่อสู้ของพระเอกด้วยจนแอบลืมๆ ความโม้โอเว่อร์พวกนี้ไปได้ ส่วนบทก็เขียนมาให้พระเอกพยายามพิสูจน์ความบริสุทธิ์ แต่กลายเป็นหาเรื่องเข้าตัวได้บู้ลุยกันไปแทน ซึ่งถ้าถามความสมเหตุผลก็คงจะรู้สึกตะหงิดๆ ตลอดเวลาว่า ทำไมตำรวจคนอื่นในเรื่องนี้ถึงค่อนข้างปักใจเชื่อง่ายๆ ว่าพระเอกเป็นฆาตกรไปได้ ทั้งๆ ที่เขาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากโทษที่ได้รับในตอนต้นเรื่องแล้ว แต่เอาเป็นว่าถ้าทำให้สมเหตุผลมากไปก็คงไม่เหลือฉากบู้มาให้เราดูแน่ๆ

ตัวเรื่องใส่ฉากแอ็กชั่นมาตลอดทางจนกระทั่งเกือบจบช่วง 10 นาทีท้ายเรื่อง ถึงได้งัดเอาเรื่องสกิลการทำรถของพระเอกกลับมาใช้อีกครั้ง และก็กลายเป็นรถติดอาวุธแบบหนัง Death race (ซิ่ง สั่ง ตาย) ของพระเอก Jason Statham เป็นฉากซิ่งไล่ล่าสู้กับรถตำรวจทั้งนอกเมืองและในเมือง ทั้งชน กระชาก ไล่บี้ ระเบิด ทำออกครบเครื่องมันส์ใช้ได้ในสเกลหนังทุนต่ำของ Netflix และจบแบบทิ้งเชื้อเผื่อไว้ทำต่อได้อีก ซึ่งถ้าตัวหนังมีทุนสูงกว่านี้ก็คงอัดฉากแอ็กชั่นแข่งรถได้มากกว่านี้ และก็มีแนวทางที่แตกต่างจากฟาสตรงที่เป็นรถซิ่งแบบไล่ชนกันตรงๆ สะใจไปอีกแบบ ถือว่าตัวเรื่องทำต่อได้สบายๆ มีแนวทางของตัวเองไม่ซ้ำกับใครดีครับ

ดูหนังออนไลน์24ชั่วโมง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *