แนะนำ ซอฟแวร์ที่ใช้ในงาน ออกแบบ3มิติ อย่างเช่น Google SketchUp

Google SketchUp

แนะนำ ซอฟแวร์ที่ใช้ในงาน ออกแบบ3มิติ อย่างเช่น  Google SketchUp (โปรแกรมออกแบบบ้าน 3 มิติ สร้างโมเดล 3 มิติ) 8.0.1
ดาวน์โหลด Google SketchUp โปรแกรมออกแบบบ้าน 3 มิติ สร้างแบบจำลอง 3 มิติ สร้างโมเดลบ้าน ออกแบบประตู หน้าต่าง ออกแบบรถ ออกแบบตัวละคร วาดการ์ตูน ได้ทุกอย่าง ใช้ง่ายมาก
SketchUp Make (โปรแกรมทำแบบบ้าน ออกแบบห้อง สร้างโมเดล 3 มิติ) 15.3
ดาวน์โหลดโปรแกรม SketchUp Make ทำแบบบ้าน ออกแบบห้อง ออกแบบโมเดล 3 มิติ ต่างๆ ได้ง่ายๆ มีคลิปสอนวิธีการใช้งาน และ วิธีการให้ลองทำตาม อย่างละเอียด ฟรี ไม่มีค่าบริการใดๆ
ZWCAD (โปรแกรมเขียนแบบ เปิดไฟล์ .DWG เหมือน AutoCAD) 2015
โปรแกรมเขียนแบบ ZWCAD สำหรับ นักออกแบบมืออาชีพ มีคุณสมบัติเหมือน โปรแกรมเขียนแบบ AutoCAD แต่ราคาถูกกว่ามาก เปิดไฟล์ DWG ไฟล์ DXF และ ไฟล์ DWF ได้ ไม่มีปัญหา
Maya (โปรแกรม Maya ทำแอนิเมชั่น สร้างการ์ตูน Animation) 2015
ดาวน์โหลดโปรแกรม AutoDesk Maya โปรแกรมทำแอนิเมชั่น 3 มิติ (3D) ชั้นสูง เอฟเฟค ฟิลเตอร์ มากมาย ที่หนังแอนิเมชั่น ต่างๆ นิยมใช้สร้าง นำไปใช้สร้างการ์ตูน Animation 3 มิติ ได้เลย
V-Ray for SketchUp (โหลด V-Ray ปลั๊กอินเสริมสำหรับ SketchUp)
ดาวน์โหลดโปรแกรม V-Ray for SketchUp ปลั๊กอินสำหรับติดตั้งเพื่อใช้งานควบคู่ไปกับโปรแกรม SketchUp เพิ่มความสมจริงและความคมชัดให้กับงานของคุณเหมือนเป็นอาคารจริงๆ กันเลยทีเดียว

Blender (โปรแกรม Blender ออกแบบ 3 มิติ 3D Animation) 2.75a
ดาวน์โหลด Blender ฟรีโปรแกรมออกแบบวัตถุ 3 มิติ โปรแกรม Animation 3 มิติ ออกแบบ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว หรือ 3D Animation แจ๋วๆ โปรแกรมออกแบบ ได้ทั้ง ออกแบบรถ ตัวละคร

Rhinoceros (โปรแกรม ออกแบบ CAD 3D ประสิทธิภาพสูง) 5.0 ซอฟต์แวร์ไทย
โปรแกรม Rhinoceros ออกแบบ CAD 3D ประสิทธิภาพสูง เหมาะกับงานออกแบบสินค้า ผลิตภันฑ์ จิวเวลลี่ เครื่องประดับ ที่มีความละเอียด ซับซ้อน ราคาคุ้มค่า ใช้งานง่ายมาก

Plotagon (โปรแกรม Plotagon สร้างรูปแอนิเมชั่น สามมิติ สุดเจ๋ง)
ดาวน์โหลดโปรแกรม Plotagon ทำภาพเคลื่อนไหว แอนิเมชั่น Animation สามมิติสุดเจ๋ง มาพร้อมเครื่องมืออำนวยความสะดวกสำหรับมือใหม่ หรือไม่มีความรู้เรื่องแอนิเมชั่นเลยก็ทำได้อย่างสบาย

Roomeon 3D-Planner (โปรแกรมออกแบบห้อง ออกแบบภายใน 3 มิติ)
ดาวน์โหลดโปรแกรม Roomeon 3D Planner ออกแบบห้อง 3 มิติ จัดวางเฟอร์นิเจอร์ เล่นแสง จาก แคตตาล็อก เฟอร์นิเจอร์จริงๆ ออกแบบห้อง สวยงาม ประหยัดทั้งเงิน เวลา ดูในคอมก่อนเลย

ProgeCAD 2013 Professional (โปรแกรมออกแบบ เปิดไฟล์ โปรแกรม AutoCAD ได้)
โปรแกรมออกแบบบ้าน ProgeCAD รองรับไฟล์จาก โปรแกรม AutoCAD ได้ทุกเวอร์ชั่น 2.5-2014 เหมาะสำหรับใช้ในการออกแบบ สิ่งปลูกสร้างต่างๆ ทั้ง 3 มิติ และ 2 มิติ สามารถ แปลงไฟล์ PDF เป็น DWG ได้ ราคาถูก คุ้มค่า ประสิทธิภาพสูง

 

ออกแบบบ้าน

5 เหตุผล ที่เราควร จ้าง Interior Design มาทำหน้าที่ออกแบบตกแต่ง

Interior Design

5 เหตุผล ที่เราควร จ้าง Interior Design มาทำหน้าที่ออกแบบตกแต่ง เรื่องเล็กที่ไม่เล็กอย่างการออกแบบตกแต่ง คอนโด เนี่ย เห็นคนใกล้ตัวที่ตั้งใจว่าจะออกแบบและตกแต่งคอนโดทุกอย่างเอง บานปลายทั้งเงินและเวลากันมาหลายต่อหลายคนแล้วนะ เพราะตอนแรกเรามองว่าตกแต่งคอนโดมันไม่ใช่เรื่องยากใช่ไหมล่ะ แต่จริง ๆ แล้วมันมีรายละเอียดยิบย่อยอื่นๆอีกมาก นิวบ์จึงอยากขอแนะนำ ให้เราใช้เงินแก้ปัญหา จ้าง มาทำหน้าที่ออกแบบตกแต่งคอนโดแทนเรากันดีกว่าจ้า

ส่วนคนที่กังวลเรื่องราคาว่า ค่าจ้าง ตกแต่งคอนโดราคาเท่าไหร่ เอาจริงๆมันไม่ได้แพงอย่างที่หลายๆ คนคิดนะ ก็ใช่ที่ว่าราคากับความสวยมักจะสัมพันธ์กัน แต่ทุกอย่างถูกตั้งอยู่บนพื้นฐานของความพอใจเป็นหลัก มันนามธรรมมาก เราเลือกเอาจากงานออกแบบของคนที่เราชอบดีที่สุด ไม่จำเป็นว่าจะต้องจ้าง Interior Design แพงๆ มาตกแต่งคอนโดแต่อย่างใด มาดูกันเลยว่าเราจะได้อะไรจากการจ้าง Interior Design กันบ้าง ด่านล่างนี้เลยจ้า

ข้อ 1 มุมมองที่แตกต่างในการตกแต่งคอนโด
มุมมองที่แตกต่างในที่นี้ คือมุมมองของการเนรมิตรตกแต่งคอนโดนั่นเอง การจ้างเขาจะมีมุมมองในการออกแบบตกแต่งคอนโด แบบที่คนทำงานด้านนี้มอง อย่างเช่น พอลูกค้าบอกความต้องการไป เขาจะมองขาดเลยว่าต้องทำยังไงถึงจะได้ตามนั้น จุดด้อยต้องแก้ยังไง จุดเด่นมุมไหนควรชูขึ้นมา หลักของการจัดวาง Interior Design จะใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมา ใช้ทุกตารางนิ้วของห้องอย่างคุ้มค่า เพื่อให้เจ้าของห้องใช้ประโยชน์จากห้องของตนเองได้สูงสุด

ข้อ 2  พูดภาษาเดียวกันกับผู้รับเหมา
อันนี้คิดว่าหลายคนเป็นปัญหามาก คือเราน่ะมีแบบตกแต่งคอนโดอยู่ในหัวแหละ แต่พอคุยกับผู้รับเหมาเรียบร้อย งานดั๊นไม่ออกมาเป็นแบบที่เราต้องการ ตรงนี้นิวบ์คิดว่า ปัญหาอาจอยู่ที่การสื่อสารเลยนะ เพราะบางครั้ง พวกเราๆเองซึ่งเป็นคนนอกวงการช่างหรืองานก่อสร้าง อาจใช้ภาษาที่ไม่เฉพาะเจาะจงพอที่ผู้รับเหมาจะเข้าใจได้ ซึ่งการจ้าง Interior Design เขาจะมาช่วยเป็นตัวกลางให้เราสื่อสารกับผู้รับเหมาได้อย่างตรงความต้องการมากยิ่งขึ้น ไม่มีแก้ซ้ำให้ปวดหัวเปลืองเงินอย่างแน่นอน

 

จ้างInterior Design ดีไหม

ข้อ 3 เสียเงินตกแต่งคอนโดอย่างคุ้มค่า
ทุกบาททุกสตางค์ที่เราเสียไป นอกเหนือจากการจ้าง Interior Design แล้วเนี่ย นอกเหนือจากงานออกแบบ จัดหา ก็คุมค่าใช้จ่ายเนี่ยแหละที่เป็นอีกหน้าที่ที่เขาต้องรับผิดชอบ ฉะนั้น มั่นใจได้เลยว่าเงินของเราที่จะถูกจ่ายออกไปให้กับแบรนด์สินค้าคุณภาพเหมาะสมกับราคาที่สุด บนงบประมาณที่เราวางไว้อย่างแน่นอน

 

จ้างInterior Design ประหยัดเวลา

ข้อ 4 การจ้าง ช่วยประหยัดเวลา
ประหยัดเวลาเพราะอะไร ก็เพราะว่าเราไม่ต้องเสียเวลาออกไปเดินหาเฟอร์นิเจอร์หรือวัสดุตกแต่งอะไรเลยในการตกแต่งคอนโดเลย คือพอเราจ้าง Interior Design เรียบร้อย เขาก็จะทำการจัดหาทุกอย่างมาให้เราได้หมด นอกจากนี้ของที่ได้มายังคุณภาพดี อยู่ในราคาที่เหมาะสม แถมไม่ต้องมานั่งลองผิดลองถูกอีกด้วย

จ้างInterior Design ง่ายกว่า

ข้อ 5 การจ้าง  สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการ
ตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มแรกของการจ้าง Interior Design เลยเนี่ย เราสามารถบอกได้เลยว่าเราต้องการตกแต่งคอนโดแบบไหน มีงบประมาณเท่าไหร่ ซึ่งบางครั้ง ความคิดของเราก็เป็นนามธรรมมาก การจ้าง ก็จะมาช่วยตอบความต้องการของเราให้เป็นรูปเป็นร่าง สามารถบอกได้ว่าสิ่งที่เราอธิบายออกมานั้น เรียกว่าแนวไหน สไตล์อะไร และต้องใช้เฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งประเภทไหน ถึงจะได้แบบที่เราต้องการ ซึ่งบางครั้ง นอกจากจะตอบโจทย์ความต้องการของเราแล้ว มันยังดีเกินคาดไปมากเลยด้วยแหละ

 

ออกแบบบ้าน 

ก่อนจะสร้าง สระว่ายน้ำ าคลายความสงสัยกับ 5 สิ่งที่ควรรู้

สระว่ายน้ำ อาจไม่ใช่องค์ประกอบที่จำเป็นสำหรับการอยู่อาศัย แต่สระว่ายน้ำคือความฝันของใครหลายคนที่อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง และมีคนถามกันเข้ามามากกับ การก่อสร้าง สระว่ายน้ำ ครั้งนี้เรามาคลายความสงสัยกับ 5 สิ่งที่ควรรู้ ก่อนสร้างสระว่ายน้ำ กันครับ

1. ตำแหน่งของสระ ควรคิดถึงอะไรบ้าง

คำนึงถึงทิศทางของแดดและลม อาจมีผลในเรื่องของแสงสะท้อนจากผิวน้ำในสระ หรือการพัดพาไอเย็นจากผิวน้ำเข้ามาในบ้านได้ ทิศที่เหมาะสมกับตำแหน่งสระว่ายน้ำที่อยู่ใกล้กับตัวบ้านคือทิศเหนือ เพื่อจะได้มีร่มเงาของตัวบ้านช่วยป้องกันแสงแดด หลีกเลี่ยงทิศตะวันตกเนื่องจากแดดบ่ายจะร้อนมาก ใช้งานได้ลำบาก อีกทั้งกรณีต้องการเพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวบ้าน อาจวางตำแหน่งสระว่ายน้ำให้อยู่บริเวณหน้าบ้าน หรือข้างบ้านก็ได้

2. สระคอนกรีต และ สระสำเร็จ ข้อดีข้อเสีย

สระว่ายน้ำคอนกรีตมีความแข็งแรงทนทาน เลือกวัสดุตกแต่งได้มากกว่า และสามารถออกแบบรูปทรงได้ตามความต้องการทั้งขนาดและความลึก วัสดุตกแต่งพื้นผิวและผนังสระปูกระเบื้อง อาจต้องมีการบำรุงรักษาอยู่บ้าง เช่นกระเบื้อง หรือยาแนวหลุดร่อน หรือสระมีรอยร้าวรั่วซึม ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงมากกว่า สระสำเร็จรูปมีข้อจำกัดเรื่องขนาดและรูปทรง ติดตั้งได้รวดเร็ว รื้อถอนโยกย้ายได้ มีค่าใช้จ่ายในการดูและรักษา รวมถึงค่าซ่อมบำรุงน้อยกว่าสระคอนกรีต สระสำเร็จรูปมี 2 ชนิดคือ ชนิดที่ทำจากไฟเบอร์กลาสและ ไลนเนอร์ ซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องรูปทรงและขนาด รวมถึงการบำบัดหมุนเวียนน้ำใช้ได้เฉพาะแบบ skimmer เท่านั้น ไม่สามารถใช้แบบน้ำล้นได้

3. วัสดุบุพื้น โมเสค vs กระเบื้อง

การใช้กระเบื้องโมเสคทำให้สระดูมีมิติความกว้างความลึกมากกว่า และตกแต่งเล่นสี เล่นลาย ได้มากกว่า มองเห็นการพลิ้วไหวที่เกิดจากผิวน้ำ ทำให้เห็นลวดลายสวยงาม แต่กระเบื้องโมเสคมีต้นทุนค่าวัสดุและค่าแรงสูงกว่ามาก ส่วนการปูกระเบื้องเซรามิคมีการปูและซ่อมบำรุงดูแลรักษาง่ายกว่า แต่ไม่สามารถเล่นสีเล่นลายได้เหมือนกระเบื้องชนิดอื่นๆ ปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยม

4. ราคา

ราคาของการก่อสร้างสระว่ายน้ำ ขึ้นอยู่กับขนาด ระบบ และการบำบัดน้ำ ระบบสระน้ำมี2แบบคือ แบบน้ำล้นและแบบ skimmer ขึ้นอยู่กับงบประมาณและพื้นที่ติดตั้งสระเช่นมีพื้นที่น้อย งบประมาณน้อย อาจเลือกสระสำเร็จรูป เพราะมีราคาและค่าดูแลรักษาถูกกว่า แต่มีข้อจำกัดเรื่องของรูปทรง ระบบ และการบำบัดน้ำ

5. การบำบัด

การบำบัดน้ำมีทั้งระบบเกลือ คลอรีน และ โอโซน ขึ้นอยู่กับงบประมาณในการติดตั้ง ดูแลรักษาและ ความต้องการเฉพาะ
– โดยระบบคลอรีนเป็นระบบได้รับความนิยม เนื่องจากราคาไม่แพงมาก
– ระบบน้ำเกลือ เป็นระบบฆ่าเชื้อที่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย โดยมีส่วนช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ร่างกาย แต่มีราคาค่อนข้างสูง
– ระบบโอโซน เป็นระบบฆ่าเชื้อโรคในน้ำ โดยจะผลิตก๊าซโอโซนออกมาจากเครื่องอัดอากาศ ไม่มีสารตกค้างในน้ำ แต่ข้อเสียคือมีระยะเวลาในการฆ่าเชื้อสั้นกว่าระบบอื่นๆ

 

สถาปนิก

7 สัญญาณ ที่ควรจะเปลี่ยน ประตูบ้าน บานใหม่ได้แล้ว เมื่อใช้นาน ๆ

ประตูบ้าน

ประตูบ้าน คือทางเข้าหลักจากนกบ้านเข้าสู่ ภายในบ้าน จึงเป็นส่วนประกอบภายในบ้านที่จำเป็นจะต้องให้ความสำคัญอยู่เสมอ ตั้งแต่การเลือก ประตูบ้าน ที่แข็งแรงทนทานต่อการปิดเปิดใช้งานทุกวัน ความปลอดภัยเพื่อป้องกันการบุกรุกจากนอกบ้าน ไปจนถึงเรื่องความสวยงามตลอดอายุการใช้งาน

แล้วเมื่อไหร่ที่เราควรจะเปลี่ยนประตูบ้านบานใหม่ได้แล้ว? คำถามที่ใครหลายคนอาจคาดไม่ถึง เพราะมักจะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อเกิดปัญหาเรียบร้อยแล้ว เราจึงชวนคุณมาเช็คสุขภาพประตูบ้าน เพื่อจะได้เปลี่ยนเป็นบานใหม่ก่อนปัญหาจะมาถึง หากพบปัญหาใดปัญหาหนึ่งเกิดขึ้นกับประตูบ้านของคุณแล้วละก็ เตรียมพิจารณาเปลี่ยนประตูบ้านบานใหม่ได้เลย

1. แสงลอดจากกรอบบานประตูไม้

สังเกตรอยต่อระหว่างขอบบานกับวงกบ หากกลางคืนหรือปิดแล้วมีแสงลอดผ่านได้ โดยเฉพาะหากบานประตูบ้านเป็นบานไม้ แสดงว่าประตูไม้เกิดการหดตัว อาจจะเนื่องจากการใช้งานมาอย่างยาวนาน หรือการเตรียมไม้ก่อนทำบานประตูที่ไม่ดีพอ อาจทำการแก้ไขชั่วคราวด้วยการติดเทปโฟมซีลกับขอบประตูโดยรอบ แต่หากใช้งานนานไปแล้ว ไม้เกิดการหดตัวเพิ่มขึ้นอีก อาจพิจารณาเปลี่ยนบานประตูใหม่

2. ประตูไม้ปิดไม่สนิท

ข้อจำกัดของประตูไม้จริงคือการหดหรือขยายตัวตามแต่สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง หากประตูปิดไม่สนิทหรือไม่แน่น พยายามดึงอย่างไรก็ไม่สนิทพอดีกับวงกบ นั่นอาจเป็นเพราะบานประตูที่บวมขยายตัวขึ้นจากความชื้น หรืออีกประการหนึ่งที่เห็นชัดคือ บานประตูโก่งหรือบิดร้าวจนประกบกับวงกบไม่สนิท ส่วนนี้เป็นจุดเร่งด่วนที่ควรเปลี่ยนบานประตูให้เร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัยทั้งกับการใช้งาน และความปลอดภัยภายในบ้าน

3. บานประตูตกจนลากกับพื้น

เป็นอาการที่เห็นได้บ่อยโดยเฉพาะกับบานประตูบ้าน เพราะประตูบ้านบานหลักมักเป็นบานใหญ่ น้ำหนักเยอะ สังเกตจากเวลาปิดประตูจะมีเสียงลากไปกับพื้น จนอาจทำให้เกิดความเสียหายกับพื้นได้ หรือหากจะต้องล็อกปิดประตูจะต้องยกประตูขึ้นจึงจะล็อกได้สนิท สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากบานพับที่ไม่ได้มาตรฐานหรือเสื่อมสภาพจนไม่สามารถรองรับน้ำหนักของบานประตูและแรงกระแทกจากการเปิดปิดได้ แนะนำให้เปลี่ยนหน้าบานและชุดอุปกรณ์ใหม่ทั้งหมด

บานเลื่อนฝืด

สำหรับบางบ้านที่ใช้บานประตูแบบเลื่อนเปิดปิด หากเกิดอาการบานเลื่อนฝืด ขั้นแรกอาจใช้การหยอดน้ำมันหล่อลื่นก่อน แต่หากเป็นไปนานเข้า หรือสังเกตเห็นได้ชัดเจนว่าบานประตูตก อาจเกิดจากล้อเลื่อนไม่ได้มาตรฐาน หรือเสื่อมสภาพไม่สามารถรองรับน้ำหนักของหน้าบานได้อีกต่อไป แนะนำให้รีบเปลี่ยนบานประตูให้เร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัย

สังเกตบานพับ เสียงดังออดแอด

หลายครั้งที่บานประตูบ้านอาจยังไม่แสดงอาการ การหมั่นสังเกตบานพับก็ช่วยให้เห็นความเสียหายได้ตั้งแต่เนิ่นๆ บานพับที่บางเกินไป ใช้ไปนานเข้าน้ำหนักของประตูจะกดทับลงจนเกิดเสียงดังออดแอด โดยเฉพาะบานพับด้านบนที่เสริมไม่เพียงพอสำหรับรับน้ำหนักของประตูเอาไว้ หรือบานพับที่ขึ้นสนิมก็ยิ่งส่งผลให้การใช้งานลดถอยลงอีก หากยังไม่อยากเปลี่ยนบานประตูทั้งบาน อาจแก้ไขเบื้องต้นด้วยการเปลี่ยนเป็นบานพับอะลูมิเนียม และเติมอุปกรณ์ประกอบ อย่างโช๊คอัพประตู เพื่อเสริมความแข็งแรงให้มากขึ้น หรือหากอายุการใช้งานประตูถึงควรแก่เวลาต้องเปลี่ยน ก็ถือโอกาสเปลี่ยนทั้งบานประตู​เสียเลย

ต้องเปลี่ยนหน้าต่างส่วนอื่นของบ้าน

หากประตูบ้านใช้งานมาในระยะหนึ่ง หรือจำเป็นจะต้องเปลี่ยนหน้าต่างส่วนอื่นของบ้านใหม่ เนื่องจากเริ่มผุพังหรือเสื่อมสภาพ โดยเฉพาะหากต้องเปลี่ยนทั้งหน้าบานและวงกบ ทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลาและขั้นตอนในการทำงาน รวมทั้งต้องทำความสะอาดภายในบ้านหลังจากการติดตั้งใหม่ให้เรียบร้อย ก็ถือโอกาสนี้เปลี่ยนบานประตูบ้านใหม่เสียเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาทำทีละอย่างตามปัญหาที่เกิด รวมทั้งเป็นการเมคโอเวอร์บ้านให้บานประตูและหน้าต่างเป็นดีไซน์เดียวกันไปในตัว

เก่าโทรม อายุการใช้งานยาวนาน

บางครั้งบานประตูบ้านอาจจะไม่ได้เกิดปัญหาใดๆ แต่ด้วยอายุการใช้งานที่ผ่านมายาวนานแล้ว เกิดอยากจะเปลี่ยนบานใหม่ขึ้นมา แนะนำให้เริ่มต้นสังเกตข้อจำกัดของวัสดุประตูบ้านเดิม ยกตัวอย่างบานประตูไม้ที่มีการหดขยายตัวตามสภาพอากาศ หรืออุปกรณ์ประกอบจากเหล็กที่มักขึ้นสนิมเมื่อโดนแดดฝนนานเข้า

เน้นเลือกวัสดุที่ข้ามข้อจำกัดจากสภาพภูมิอากาศได้เพราะประตูบ้านจะต้องเจอกับความเปลี่ยนแปลงของอากาศตลอดทั้งวัน อย่างกรอบบานประตูอะลูมิเนียมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานว่าทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ปลอดปลวก ทนไฟ ป้องกันเสียง ป้องกันน้ำและอากาศที่รั่วซึม โดยเลือกที่ได้มาตรฐานรับรองตั้งแต่ตัวหน้าบาน มาตรฐานการติดตั้ง ไปจนถึงบริการหลังการขาย เพื่อให้การเปลี่ยนประตูบ้านครั้งใหม่คุ้มค่า และทนทานอย่างดีตลอดอายุการใช้งาน

 

ออกแบบบ้าน 

 

ประตูม้วนผ้าใบ ประตูม้วน PVC Rapid roll door / High speed door

ประตูม้วนผ้าใบ

ประตูม้วนผ้าใบ ประตูม้วน PVC เป็นประตูม้วนไฟฟ้าความเร็วสูงสำหรับประตูโรงงานอีกหนึ่งผลิตภัณของแบรนด์ Xeka ประตูม้วนผ้าใบ โดยประตูชนิดนี้เรียกภาษาอังกฤษว่า Rapid roll door / High speed door เป็นประตูม้วนผ้าใบแบบม้วนอัตโนมัติที่เหมาะสำหรับนิยมในกันหมู่โรงงานอุตสาหกรรมอาหาร อุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ โรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมเหล็ก คลังสินค้าและจุดขนถ่ายสินค้า ห้องคลีนรูม ส่วนทำงานที่ต้องการความอนามัย ป้องกันฝุ่น,ผง,แมลง,กลิ่น,เสียง ควมคุมอุณหภูมิช่วยให้ท่านสามารถประหยัดพลังงานจากเครื่องปรับอากาศ ทนต่อแรงลมได้เป็นไปตามมาตรฐานของ GMP อุตสาหกรรม

สินค้าประตูม้วน PVC นั้นสามารถเลือกชนิด สีของผ้าใบ และรูปแบบ ได้ตามความต้องการของลูกค้า สามารถประยุกต์ใช้งานได้อย่างหลากหลายโรงงาน

ประตู PVC สำหรับห้องคลีนรูม

ประตู PVC สำหรับห้องคลีนรูม ห้องปลอดเชื้อ เป็นประตูที่ป้องกันสิ่งสกปรก เชื้อโรคต่าง ๆ ไม่ให้เข้าไปภายในห้อง เพราะห้องคลีนรูม มันหมายความว่า ห้องนั้นจะต้องสะอาดและปลอดภัยที่สุด นอกจากจะปลอดภัยแล้วยังมีความแข็งแรง ทนทาน และยังสามารถควบคุม อุณภูมิ แรงดันต่าง ๆ

ประตูผ้าใบขนาดใหญ่

ประตูผ้าใบขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับประตูที่มีขนาดใหญ่ เช่น โกดัง คลังสินค้าที่มีขนาดใหญ่ โรงเก็บสินค้าขนาดใหญ่ ลักษะผ้าใบของประตูจะมีลักษณะซ้อนทับกันเป็น 2 ชั้น จึงทำให้มีความแข็งแรงมาก สามารถติดตั้งกับระบบเสริม หรืออุกรณ์เสริมที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ นอกจากนี้ยังมีความแข็งแรง ทนทาน

ประตู PVC กันแมลง กันนก

ประตู PVC กันนกกันแมลงกันสัตว์ที่มีปีกเป็นประตูที่ใช้สำหรับโรงงานอุสาหกรรม ลักษณะผ้าจะมีลักษณะเป็นตาข่ายจุดเด่นของประตูชนิดนี้แน่นอนว่ามันป้องกันแมลงตัวเล็กตัวน้อยนกต่าง ๆ ได้ดีเยี่ยม โรงงานที่นิยมใช้ประตูจริงๆ เหมาะกับโรงงานทุกประเภท

ประตู PVC แบบซิบซ่อมแซม

ประตูแบบซิปซ่อมแซม ( Auto Recovery Rapid Door ) นั้นสามารถประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายหน้างาน เพราะเป็นประตูที่ทันสมัย เป็นประตูผ้าใบที่มีความพิเศษกว่าชนิดอื่น ๆ ด้วยความพิเศษที่มันซ่อมแซมตัวเอง

ประตู PVC แบบพับเก็บ

ประตูPVC แบบพับเก็บ( High speed stacking door ) เป็นประตูที่ทันสมัมีความนิยมมากในหมู่โรงงานอุตสาหกรรม สามารถเชื่อมต่อกับระบบและอุปกรณ์เสริมได้หลากหลายลักษณะการเก็บซ้อนทับกันไปอยู่ด้านในราง แถมยังใช้งานง่าย สะดวกและยังมีความแข็งแรงทนทาน

ม่านริ้วPVC สำหรับงานอุตสาหกรรม

ม่านริ้วPVC (PVC Strip Curtain) เป็นม่านที่มีลักษณะเป็นริ้ว ๆ ซ้อนทับกัน ซึ่งจะเห็นบ่อยตามโรงงานอุตสาหกรรม ม่านริ้วมีความพิเศษในการป้องกันฝุ่นป้องกันนกและลมได้ด้วย ถึงมันจะมีลักษณะเป็นเส้น แต่มันมีความหนาด้วยการซ้อนทับกันของม่าน

 

ออกแบบบ้าน 

นวัตกรรม ประตูบ้าน แต่ละชนิด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ประตูบ้าน ทำหน้าที่หลักป้องกันบ้านจากสภาวะสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมต่างๆ จากภายนอก รวมไปถึงความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สิน ของเจ้าของบ้าน ประตูบ้าน  ในปัจจุบันนั้นมีวัสดุหลายชนิด หลากลายแบบให้เราได้เลือกซึ่งต่างกันทั้งคุณสมบัติ ราคา และความสวยงาม แต่การเลือกประตูที่ดีนั้น จะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมในการใช้งานเป็นหลัก ซึ่งการติดตั้งประตูบ้านนั้น เราคงทราบอยู่แล้วว่า ประตูมีหลายชนิดหลายประเภทที่ต้องมีการเลือกให้เข้ากับบ้านอาศัย นอกจากแต่ละชนิดที่แตกต่างกันแล้ว ประตูในปัจจุบันยังมีนวัตกรรมที่มีความพิเศษของแต่ละประตู แต่ที่มีเหมือนกันคือ ความคงทน แข็งแรงต่อสภาพอากาศ หรือไม่ผุกร่อนง่าย เราจะมาดูกันว่า ประตูแต่ละแบบนั้นประกอบด้วยวัสดุอะไรบ้าง และแต่ละแบบนั้นควรเหมาะกับการติดตั้งไว้ที่ไหนภายในบ้าน

นวัคกรรมประตูบ้านแต่ละชนิด

 

ประตูภายนอก (FIBERGLASS) PREMIUM FIBERGLASS DOORS
ประตูชนิดนี้ เป็นประตูที่ทำจากโพลีเอสเตอร์ เรซิ่น เสริมใยแก้ว มีการขึ้นรูปตามแบบมาตรฐาน ประกอบด้วยโครงสร้างภายนอก WPC/CELUKA สามารถปรับไส ย้อมสี ได้เหมือนไม้จริง มีหลายรูปแบบให้เลือกตามความเหมาะสม ที่สำคัญมีความแข็งแรง ทนทาน กันปลวก กันน้ำ และทนในทุกสภาพอากาศ โดยประตูไฟเบอร์กลาสแผงลายไม้ ทำจากไฟเบอร์กลาสที่มีคุณภาพสูงอัดแน่นเป็นชิ้นเดียว ทั้งเพิ่มคุณภาพการถ่ายเทพลังงานที่ภายในอาคาร อย่างมีประสิทธิภาพ
ประตูภายใน (HDF) MOULDED WHITE PRIMED DOORS
เป็นประตูแผ่นใยไม้ อัดความหนาแน่นสูงมากกว่าประตู HDF ทั่วไปถึง 980-1050kg/m3 ลวดลายเสี้ยนไม้ “คม ชัด ลึก” ได้มาตรฐานการส่งออกยุโรป และอเมริกาจนเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง ประตูสำเร็จรูป เหมาะสำหรับใช้เป็นประตูภายในที่อยู่อาศัยทั่วไป มีให้เลือกหลายรูปแบบ เช่น 2 ลูกฟัก 4 ลูกฟัก และ 6 ลูกฟัก ซึ่งเป็นประตูตกแต่งลูกฟัก (HDF) และประตูตกแต่งลายเส้น (Art Door) ผลิตจากแผ่นเส้นใยที่มีความหนาแน่นสูง (High Density Fiber) ซึ่งได้มาจากเส้นใยธรรมชาติผสมกับกาวสังเคราะห์ และอัดด้วยความดัน/ความร้อนสูง เพื่อให้เส้นใยประสานเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้มีโครงสร้างแข็งแกร่งเหมือนไม้จริง
นวัคกรรมประตูบ้านแต่ละชนิด

ประตูภายนอก (UPVC) UPVC DOORS
นวัตกรรมประตู ที่สามารถใช้สำหรับภายนอกอาคาร ในการกันปลวก ทนแดด กันน้ำ ทนได้ทุกสภาพอากาศ และป้องกันเสียง อุณหภูมิ มีน้ำหนักต่อบานมากถึง 22 กก. สามารถปรับใสได้มากถึงด้านละ 10 มม. ประตู UPVC ยังสามารถรองรับการทำสีได้ทุกชนิด โดยไม่ทำปฏิกิริยากับผิว และโครงสร้างภายในของประตู สามารถใช้ได้กับสีน้ำมัน สีอุตสาหกรรม, สี Pu, สีอะคริลิก
ประตูเซาะร่อง GROOVING DOORS
ใช้เครื่องจักร CNC จากเยอรมัน และเทคโนโลยี จากอเมริกา โดยฝีมือช่างไทยที่ผ่านการอบรมจากผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ สามารถดีไซน์ลายเส้นได้หลากหลายตามความต้องการ
ประตูห้องน้ำ BATHROOM DOORS
ทำมาจากโครงสร้างรอบนอกเป็น WPVC ซึ่งเป็นวัสดุกันน้ำ โดยเฉพาะ ประสานด้วยกาวกันน้ำ (PU glue) ที่มีคุณสมบัติดีกว่ากาวประสานทั่วๆ ไป แล้วได้พัฒนามาจากประตู HDF ที่มีความหนาแน่น มี โครงสร้างรอบนอกเป็น CELUKA ซึ่งเป็นวัสดุกันน้ำ โดยเฉพาะ ประสานด้วยกาวกันน้ำ (PU glue) ที่มีคุณสมบัติดีกว่ากาวประสานทั่ว ๆ ไป โดยประตูห้องน้ำทั่วไปมีแบบ 2 ชนิด
– HDF <เกล็ดระบาย> ทำจากประตู HDF ความหนาแน่นสูง (1050 kg/m3) เกล็ดระบายอากาศ WPC ที่ขึ้นรูปโดยเฉพาะ ผิวเรียบเนียน ระบายอากาศได้ดี กันปลวก กันน้ำ สามารถทาสีได้ตามความต้องการ เหมาะสำหรับห้องน้ำภายในบ้าน แยกส่วนเปียกส่วนแห้ง

– FIBERGLASS <100% WATER PROOF> ประตู FIBERGLASS พร้อมเกล็ดระบาย WPC กันปลวก ทนแดด กันน้ำได้ 100% รองรับการทาสีได้ทุกชนิด เหมาะสำหรับใช้กับห้องน้ำทั้งภายนอก และภายในบ้าน

นวัคกรรมประตูบ้านแต่ละชนิด

 

วงกบประตู วงกบ WPC
เป็นวงกบไม้สังเคราะห์ (Wood Plastic Composite) ได้มาตรฐานที่เหนือกว่า แข็งแรง ทนทาน ต่อสภาพ อากาศ มีลวดลายเสี้ยนไม้ในตัว สวยดั่งไม้จริง มีการผลิตจาก Wood Plastic Composite ผ่านการคิดค้นให้เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทย ที่เป็นวัสดุที่ไม่ติดไฟ ซึ่งภายในเสริม WPC อย่างหนายึดสกรูได้มั่นคง ภายในวงกบเสริม WPC อย่างหนา ยึดสกรูได้มั่นคงป้องกันการบิดตัวของวงกบ โดยสามารถใช้ทดแทนวงกบไม้จริง และ วงกบไฟเบอร์กลาส ปลอดจากการกัดแทะของปลวกมอด และ แมลงต่างๆ ทั้งยังติดตั้งง่ายเลื่อยตัดได้ด้วยอุปกรณ์ของช่างไม้ใช้ได้ทั้งภายใน และ ภายนอกอาคาร

 

ออกแบบบ้าน 

ความแตกต่างระหว่าง ไม้ลามิเนต Vs ไม้เอ็นจิเนียร์ ต่างกันอย่างไร?

ไม้ลามิเนต

ความแตกต่างระหว่าง ไม้ลามิเนต Vs ไม้เอ็นจิเนียร์ ต่างกันอย่างไร? หลายๆ คนอาจเกิดความสงสัย เวลาที่ต้องการจะค้นหาข้อมูลการแต่งบ้าน ซ่อมแซมบ้าน ในส่วนของพื้นบ้าน ซึ่งแต่ละคนก็คงรับข้อมูลพื้นมาหลายแบบ แต่เคยสงสัยกันมั้ยครับ ว่าวัสดุปูที่ใช้ปูพื้น อย่าง “ไม้ลามิเนต” กับ “ไม้เอ็นจิเนียร์” ที่ดูผ่านๆ รูปลักษณ์ภายนอกก็ไม่ทราบว่ามันต่างกันอย่างไรนั้น แท้จริงแล้ว อะไรคือจุดที่ต่างกันไปสำหรับไม้พื้น 2 ชนิดนี้

วันนี้ K.S. Wood ก็มีบทความดีๆ มาประกอบการตัดสินใจ มาดูกันนะครับว่า “ไม้ลามิเนต” กับ “ไม้เอ็นจิเนียร์” แตกต่างกันอย่างไร
เริ่มต้นที่ “ไม้ลามิเนต”

คำว่า “ลามิเนต” (Laminate) ในภาษาอังกฤษ หมายถึงสิ่งที่เป็นชั้นๆ ชิ้นบางๆ เป็นคำที่นำมาเรียกกับพื้นไม้ลามิเนต เนื่องจากพื้นไม้ลามิเนตเกิดจากการผลิตด้วยกรรมวิธีบีบอัดไม้ด้วยความแรงสูง จากนั้นจึงรวมเข้าด้วยกันกับชั้นอื่นๆ ร่วมกับความร้อน โดยพื้นไม้ลามิเนต จะประกอบไปด้วยชั้นต่างๆ จำนวน 4 ชั้น ได้แก่

ชั้นด้านบนสุดของพื้นไม้ลามิเนต (Protective Layer) เป็นชั้นที่ถูกออกแบบเพื่อป้องกันการกระแทกและรอยขีดข่วน
ชั้นลายไม้ของพื้นไม้ลามิเนต (Pattern Layer) เป็นชั้นที่ถูกออกแบบโดยระบบคอมพิวเตอร์ ปริ๊นลงกระดาษ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักออกแบบ เลียนแบบลายไม้จริง
ชั้นตรงกลางของไม้พื้นลามิเนต (Substrate Layer) มีการผลิตโดยใช้ไม้เนื้อแข็งมาย่อย จึงทำให้ชั้นนี้มีความหนาแน่นที่สุด จากนั้นนำไปผสมกับสารอื่นๆ อาทิ สารป้องกันความชื้น สารป้องกันปลวกและแมลง จากนั้นทำให้เป็นแผ่นด้วยวิธี High Density Fiberboard ซึ่งทำให้ไม้มีความคล้ายกับไม้ธรรมชาติแต่มีการยืดหดตัวน้อยกว่าไม้จริงมาก
ชั้นล่างสุดของไม้พื้นลามิเนต (Backing Layer) เป็นแผ่นพลาสติกที่มีคุณสมบัติป้องกันความชื้นและปลวก อีกทั้งยังมีความแข็งแรงกว่าไม้จริงอีกด้วย
ข้อดีของไม้ลามิเนต
ติดตั้งง่าย ด้วยระบบคลิกล็อค ใช้เวลาติดตั้งไม่นาน
ไม่เกิดเชื้อราแบคทีเรีย และเชื้อโรค
ผิวหน้าไม้ลามิเนตทนต่อแสงแดด ทนต่อรอยขีดข่วนและขี้เถ้าบุหรี่
ราคาถูก มีให้เลือกหลากหลาย
ข้อเสียของไม้ลามิเนต
ทนความชื้นได้ไม่ดีมากนัก กรณีเกิดอุบัติเหตุน้ำหกก็ต้องรีบเช็ดออกโดยทันที
ติดตั้งได้บนพื้นที่เรียบได้ระดับเท่านั้น หากพื้นที่ไม่เรียบเมื่อติดตั้งจะเป็นเสียงดังขณะเดิน
ไม่สามารถขัดสีออก เพื่อทำสีใหม่ได้

ต่อมา “ไม้พื้นเอ็นจิเนียร์”
ไม้เอ็นจิเนียร์

Engineered Wood Flooring หรือ “พื้นไม้เอ็นจิเนียร์” เป็นไม้ที่ถูกนำมาแปรรูปด้วยเทคโนโลยีด้านวิศวกรรม ทำให้มีความคงทน ปลอดภัยจากปลวกหรือแมลงอื่น (กรณีมีการเคลือบ/อบน้ำยา) และยังให้ความสวยงามอีกด้วย ที่สำคัญไม้ที่นำมาผลิตนั้น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเป็นไม้จาก “ป่าปลูก” โดยพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ จะประกอบไปด้วยชั้นหลัก อยู่ 3 ชั้นได้แก่

ชั้นบนเป็นผิวหน้าไม้ โดยฝานมาจากไม้ซุง มีความหนาระหว่าง 2-3 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นไม้จริง อาทิ ไม้โอ๊คธรรมชาติ, ไม้มะค่า, ไม้สัก, ไม้เมเปิ้ล เป็นต้น
ไม้ชั้นกลาง เป็นไม้ยูคาลิปตัสฝานเป็นแผ่นบางๆ แล้วนำมาซ้อนทับกัน เป็นชั้นๆ ซึ่งพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ของ เค.เอส. วู้ด จะวางแบบสลับกันไปมาในแต่ละชั้น ประมาณ 7-9 ชั้น เพื่อลดการขยายตัวของพื้นไม้ แล้วปิดด้านบนด้วยหน้าไม้จริง
ไม้ชั้นล่างสุด สำหรับสร้างสมดุล และความแข็งแรงให้กับพื้นไม้ โดยปกติจะปิดทับด้วยไม้อัดเนื้อแข็งกว่าไม้ชั้นกลาง สำหรับพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ของ เค.เอส. วู้ด จะเป็นไม้บีชเนื้อแข็งเต็มแผ่น ปิดผิวด้านหลัง พร้อมพ่น Oil paint เพื่อป้องกันความชื้น ขึ้นไป Core Board (ส่วนไม้ชั้นกลาง)
ข้อดีของไม้พื้นเอ็นจิเนียร์มีอะไรบ้าง?
ติดตั้งได้รวดเร็ว ไม่เสียเวลามาก
มีความแข็งแรง และคงทนสูง ยืดหดตัวน้อยมาก ทนความชื้นได้ดีกว่าไม้ลามิเนต
ปัจจุบันมีสีให้เลือกหลากหลาย
ข้อเสียของไม้พื้นเอ็นจิเนียร์
มีราคาที่สูงกว่าไม้ลามิเนต
ติดตั้งได้บนพื้นที่เรียบได้ระดับเท่านั้น หากพื้นที่ไม่เรียบเมื่อติดตั้งจะเป็นเสียงดังขณะเดิน
ทนรอยขีดข่วน แรงกดทับได้น้อยกว่าไม้ลามิเนต
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม >> A La Carte พื้นไม้เอ็นจิเนียร์

สรุปความแตกต่างด้วยปัจจัยการใช้งาน ระหว่างไม้ลามิเนต กับ ไม้เอ็นจิเนียร์
ไม้ลามิเนต เป็นไม้สังเคราะห์ที่มีความนิยม และเป็นที่รู้จักกันทั่วไป เพราะมีความทนทาน สวยงาม มีลวดลายให้เลือกหลากหลายสามารถรองรับน้ำหนักได้ดี แต่ก็มีข้อเสีย คือทนต่อความชื้นได้ไม่ดีเท่าไม้เอ็นจีเนียร์ ซึ่งไม้เอ็นจิเนียร์มีการพัฒนาการผลิตด้วยเทคโนโลยี จึงทำให้มีคุณสมบัติหลายๆด้านที่เด่น อาทิมีความคงตัวสูง ไม่ยืด ไม่หด แถมยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งตรงนี้ก็มีผลในเรื่องของราคาตามไปด้วย แต่การจ่ายแพงขึ้น ก็คุ้มค่ากับคุณภาพที่ได้มาเพิ่มนั่นเอง

 

ออกแบบบ้าน

ประเมินข้อดี ข้อเสียของ บ้านไม้ บ้านที่มีความสวยคลาสสิก สไตล์ธรรมชาติ

บ้านไม้

ประเมินข้อดี ข้อเสียของ บ้านวัสดุไม้ อยากได้บ้านไม้ แต่หาข้อมูลครบถ้วนแล้วหรือยัง?
บ้านไม้ เป็นดีไซน์ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัยก็เป็นที่นิยมเสมอมา ด้วยความสวยงามตามแบบฉบับความเป็นธรรมชาติของไม้ ที่แต่งนิดๆ หน่อยๆ ก็สวยคลาสสิก มีมนต์ขลัง ทำให้ใครๆ ต่างหลงรักไปตามๆ กัน แต่คนที่ต้องการบ้านไม้ หรือมีแพลนที่จะสร้างบ้านไม้ให้ตัวเอง ก็จะต้องศึกษาถึงข้อดีข้อเสีย เพื่อการรับมืออย่างถูกต้อง อย่างไรวันนี้ K.S. WOOD รวบรวมข้อมูลมาให้เรียบร้อยแล้ว ไปวิเคราะห์พิจารณาพร้อมๆ กันได้เลยค่ะ

ข้อดี
– อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ว่าไม้เป็นวัสดุที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะในเรื่องของความเป็นธรรมชาติ ดังนั้น จึงเป็นความสวยงามที่ใครๆ ก็อยากได้ อีกทั้งไม้แต่ละแผ่นก็มีลวดลายที่ไม่ซ้ำกัน แต่กลับสามารถคุมโทนได้อย่างเป็นธรรมชาติอยู่ดี

– คุณสมบัติเกี่ยวกับการป้องกันความร้อน ที่แม้ไม้จะทำได้ไม่ดีนัก แต่ข้อดีในเรื่องอุณหภูมิในบ้านของไม้ก็คือ สามารถถ่ายเทความร้อนออกได้อย่างรวดเร็ว จึงหมดปัญหาเรื่องบ้านร้อนอบอ้าวไปได้เลย

– เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถปลูกทดแทนได้

– ด้านความแข็งแรง นอกจากไม้จะแข็งแรงแล้ว ยังมีความยืดหยุ่นอีกด้วย บ้านประเภทอื่น เมื่อเกิดแผ่นดินไหวอาจจะแตกตัว แต่ไม้จะยังคงทนอยู่ในจุดที่สูงกว่า

 

ข้อเสีย
– แน่นอนว่าต้องมาพร้อมกับปัญหาปลวก แมลงกัดแทะ ทำให้การดูแลต้องเคร่งครัดเป็นพิเศษ

– มีเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดขณะเดิน ทำให้รู้สึกไม่แข็งแรง

– ไม้เป็นวัสดุราคาแพง ยิ่งไม้เนื้อดีๆ ยิ่งแข็งแรง สิ่งที่ตามมาก็คือราคาที่สูงขึ้น

– ไม้มีการหดยืดตามสภาพอากาศ ทำให้ในบางครั้งอาจเกิดปัญหารั่วซึม

 

หากอยากได้วัสดุประเภทไม้มาตกแต่งบ้านเพื่อความเป็นธรรมชาติอย่างที่ต้องการ อาจเลือกใช้นวัตกรรมที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ไม้สังเคราะห์ (ไม้เทียม) ไม้เอ็นจิเนียร์ เนื่องจากวัสดุพวกนี้ออกแบบมาเพื่อทดแทนไม้จริง แต่เสริมคุณสมบัติต่างๆ อย่างเช่น กันปลวก กันแมลง เดินแล้วไม่มีเสียงดัง หรือแม้กระทั่งเรื่องราคาที่ถูกกว่าไม้จริง ดีไซน์ก็สามารถเลือกได้ตามเฉดที่ต้องการอีกด้วย

ออกแบบบ้าน 

7 ไอเดีย แต่งห้อง ภายใน สำหรับเด็กให้น่ารักน่าอยู่ และอบอุ่น

ห้องน่ารัก

7 ไอเดีย แต่งห้อง สำหรับเด็กให้น่ารักน่าอยู่ และอบอุ่นครอบครัวที่อบอุ่นและสมบูรณ์แบบนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนไฝ่ฝันอยากมีใช่มั้ยคะ บ้านพักอาศัย ที่น่าอยู่ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งที่จะช่วยเติมเต็มความสุขให้แก่่สมาชิกทุกคนในครอบครัว ดังนั้นการตกแต่งภายในบ้านโดยคำนึงถึงความชอบของสมาชิกแต่ละคนนั้น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เช่นกัน

โดยปกติแล้วเรามักจะเลือกที่อยู่อาศัยกันตามความเหมาะสมของจำนวนสมาชิก งบประมาณ และขนาดพื้นที่ใช้สอยที่ต้องการ อาจจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม อพาร์ทเมนท์หรือคอนโด จะปลูกเองหรือซื้อจากโครงการต่างๆ ก็เลือกกันตามสะดวก ส่วนเรื่องของการตกแต่งภายในนั้น โดยส่วนใหญ่เจ้าของบ้านจะเป็นผู้ออกแบบและจัดการเกือบทั้งหมด เนื่องจาก การออกแบบและตกแต่งภายในเป็นเรื่องของความชอบและไลฟ์สไตล์ส่วนตัวของแต่ละคน

ห้องนอน เป็นพื้นที่ส่วนตัวของสมาชิกแต่ละคนในบ้าน เป็นโลกส่วนตัวอีกใบหนึ่งของเจ้าของห้องเลยก็ว่าได้ การตกแต่งห้องนอนของผู้ใหญ่นั้นเป็นไปได้ง่าย เพราะสามารถจัดสินใจเลือกวัสดุ สี และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ได้เองตามความชอบ แต่สำหรับครอบครัวไหนที่มีสมาชิกเป็นเด็กหรือเยาวชนอยู่ภายในบ้าน การออกแบบและตกแต่งห้องนอนให้กับพวกเค้า จึงเป็นเรื่องที่ผู้ปกครองทุกคนต้องดูแลและจัดการให้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องให้พวกเค้ามีส่วนรวมในการออกแบบด้วย

1. ห้องแรกออกแบบด้วยโทนสีชมพูพาสเทลไล่เฉดกันไป ผนังห้องเป็นแพทเทิร์นรูปก้อนเมฆน่ารักๆ เตียงเป็นเตียงโครงไม้รูปบ้าน ตกแต่งแบบเรียบง่าย แต่งเติ่มความสดใสด้วยสีฟ้าและส้ม

2. ห้องนี้ใช้วัสดุไม้เป็นองค์ประกอบในการออกแบบและตกแต่งเกือบทั้งหมด ตั้งแต่พื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเป็นวัสดุทีให้บรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง ยิ่งนำสีพาสเทลเข้ามาตกแต่งห้องนอนนี้ยิ่งดูหวานมากขึ้น จุดเด่นของห้องนี้คือเพดานที่เจาะเป็นรูปพระจันทร์และดวงดวง โดยซ่อนไฟสีขาววอร์มไวท์ไว้ด้านในอีกที ให้ความรู้สึกเหมือนได้นอนดูดวงทุกคืนเลย

3. ห้องนอนเล็กๆ นี้ แสดงให้เห็นถึงเทคนิคการจัดสรรห้องนอนไว้มุมหนึ่งของบ้านได้อย่างน่ารักและลงตัว จุดเด่นของห้องนอนนี้คือการใช้แพทเทิร์นบนผนังห้องเป็นรูปสามหลี่ยมเข้ามุมโดยใช้เฉดสีที่ใกล้เคียงกัน อย่างในภาพเป็นสีขาวชมพู ซึ่งการใช้สีที่เป็นโทนใกล้เคียงกันทาเป็นสามเหลี่ยมเข้ามุมแบบนี้จะช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้นนั่นเอง และอีกเทคนิคที่สำคัญอีกประการคือ การติดตั้งโคมไฟแบบแขวนไว้ที่มุมบริเวณจุดตัดของสามเหลี่ยม แสงจากตรงนี้จะทำปฏิกิริยากับมุมห้อง ช่วยให้เกิดการกระจายแสงที่สวยงามนั่นเอง เพิ่มรูปภาพที่ผนังเข้าไปอีกหน่อย ห้องจะดูน่ารักมากยิ่งขึ้น

4. ห้องนอนสีพาสเทลหวานๆ ถ้าไม่อยากให้ดูเลี่ยนจนเกินไปแนะนำให้ใส่การตกแต่งที่มีลวดลายเข้าไป เช่นหมอนลายตาราง ลายดาว ลายจุด สีสันสดใสอย่างสีเหลืองกับสีน้ำตาลคลาสสิคๆ ชุดเครื่องนอนลายทางขาวดำ ซึ่งการแต่งแต้มด้วยลวดลายสีดำบนฝาผนัง กรอบรูปโคมไฟโลหะที่ห้อยระย้า จะช่วยให้บรรยากาศในห้องดูน่ารักแต่ไม่หวานเลี่ยนเกินไป

5. การตกแต่งผนังห้องด้วยสติ้กเกอร์วอลเปเปอร์ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เด็กๆ น่าจะชอบ เพราะสามารถแสดงตัวตนได้อย่างที่พวกเค้าเป็น ว่ามีความชอบเกี่ยวกับเรื่องใด แต่การเลือกลวดลายต่างๆ นั้นก็จำเป็นที่จะต้องคำนึ่งถึงดีไซน์โดยรวมด้วย จะได้ไม่หลุดธีมจ้า ขอพูดถึงการแมทช์สีในภาพด้านบนนี้หน่อยนะคะ เราจะเห็นถึงการเชื่อมโยงกันของสีน้ำตาลจากกระถางต้นไม้และหมอน ซึ่งการใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นี้ ช่วยให้การตกแต่งดูน่าสนใจมากขึ้น

6. ถึงคิวของสีเหลืองแล้วค่ะทุกคน ถ้าพูดถึงเรื่องความสดใสซาบซ่าแบบซัมเมอร์ๆ ต้องยกให้สีเหลืองเค้าเลยคร่าา การนำของตกแต่งสีเหลืองสดใสๆ แบบนี้มาแต่งแต้มห้องสีหวานๆ โทนชมพู จะช่วยให้ห้องดูร่าเริงสดใสมากขึ้นนั่นเองค้าา

7. การตกแต่งห้องนอนของเด็กๆ นั้นบางครั้งแม้จะต้องการความเรียบง่าย แต่ด้วยวัยที่สดใสร่าเริงของพวกเขา ทำให้การตกแต่งห้องเปรียบเสมือนการบ่งบอกและแสดงถึงตัวตนที่ชัดเจนที่สุด เนื่องจากห้องนอนเป็นพื้นที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเจ้าของห้องแต่เพียงผู้เดียว ดังนั้นให้ยึดความชอบของเจ้าของห้องเป็นที่ตั้งค่ะ เช่น เด็กๆ ที่รักการอ่าน คุณพ่อคุณแม่ควรจัดให้มีชั้นวางหนังสือค่อนข้างเยอะหน่อย ใครชอบความสดใสมากๆ เตียงนอนต้องมีลวดลายเยอะๆ พาเค้าไปเลือกด้วยกันเลย แค่นี้การตกแต่งห้องให้เด็กๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ

 

 

รับออกแบบบ้าน 

 

How to ตกแต่งห้องให้น่ารัก และดูอบอุ่น การตกแต่งบ้านยุคใหม่ ๆ

ห้องน่ารัก

ตกแต่งห้อง ให้อบอุ่นน่ารัก แบบบ้านและการ ตกแต่งบ้าน ยุคใหม่ ๆ สำหรับคนที่ชอบลุคอบอุ่น อาจจะเน้นไปที่บ้านแบบนอร์ดิก แต่ถ้าต้องการความน่ารักและละมุนตาเพิ่มเข้าไปต้องยกให้คนญี่ปุ่น ที่มีทั้งแนวคิดการแต่งบ้านน้อย ๆ แต่ดูมากสไตล์มินิมอลโมเดิร์น แนวคิด wabisabi ที่มองหาความสวยงามในความไม่สมบูรณ์ หรือสไตล์ MUJI ที่ยึดแก่นแท้ตรงความเรียบง่าย

ไม่จำเป็นต้องใช้แบรนด์หรูหราก็ให้คุณภาพชีวิตที่ดีได้ ไม่เพียงเท่านั้นคนญี่ปุ่นยังเชี่ยวชาญในการทำให้ห้องแคบ ๆ เล็ก ๆ ออกมาน่าอยู่ด้วย ห้องนี้เป็นอีกหนึ่งไอเดียตัวอย่างในการรวมเอาเทคนิคการดีไซน์พื้นที่แคบให้ออกมาดูกว้าง ในขณะที่มีความอบอุ่นปนอ่อนหวานที่ชวนให้อยู่สบาย เหมาะกับใครที่กำลังอยู่คนเดียวแบบไม่รู้สึกเหงาครับ

ก่อนตกแต่ง : ห้องขนาด 450 ตารางฟุต หรือประมาณ 41.8 ตารางเมตร เป็นห้องสตูดิโอโล่ง ๆ ปูด้วยวัสดุลายไม้สีอ่อน ๆ มีห้องน้ำ 1 ห้อง

หลังตกแต่ง : กฎเหล็กของการตกแต่งห้องที่มีพื้นที่น้อย เริ่มจากอันดับแรก คือ โทนสีที่ใช้ ควรเลือกสีพื้นหลังของห้องเป็นสีอ่อน ๆ เช่น สีขาว สีครีม รวมไปถึงของตกแต่งด้วย เพื่อให้แสงสะท้อนได้ดี สีอ่อนจะช่วยพรางตาให้ดูเหมือนห้องกว้างขึ้น อันดับต่อมาคือช่องแสง หากเป็นไปได้ควรมีขนาดใหญ่ติดกระจกหรือทำเป็นประตูบานสไลด์จะช่วยลดพื้นที่ทึบ ขยายขอบเขตทางสายตาให้เป็นอิสระมากขึ้น

ขนาดของเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องเล็ก ๆ จะไม่เน้นบิลท์อินเพื่อให้สามารถขยับเคลื่อนที่ได้ง่าย ต้องเลือกชิ้นที่ไม่ใหญ่มากเพื่อให้ประหยัดพื้นที่ที่สุด หากเป็นแบบมัลติฟังก์ชันที่ชิ้นงานได้หลากหลายรูปแบบในชิ้นเดียวก็จะช่วยลดพื้นที่ใช้งานไปได้อีก วิธีการจัดเรียงเฟอร์นิเจอร์ควรจัดให้ชิดผนังให้มากที่สุด เพื่อเปิดสเปซตรงกลางห้องให้กว้างขวางเพียงพอที่จะปรับเปลี่ยนใช้งานอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น

สำหรับ Items หลัก ๆ ของตกแต่งห้องลุคนี้ จะเน้นความเป็นธรรมชาติจากงานไม้ไม่ทำสี ผ้าฝ้ายสีดิบ ๆ ใส่ความทันสมัยกับโคมไฟสีขาวดีไซน์เรขาคณิตแบบโมเดิร์น ใส่ความโรแมนติกแบบผู้หญิง ๆ ลงไปนิด ๆ ด้วยผ้าคลุมลูกไม้ เพิ่มความอบอุ่นกับพรมฟู ๆ

ความโปร่งของเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งก็มีส่วนสำคัญที่จะทำให้ห้องดูกว้างหรือแคบ หากมีความทึบและหนามากห้องจะดูแคบลง แต่ถ้ามีความโปร่งจะทำให้ห้องดูเบาและกว้างตามไปด้วย การเลือกสีของแสงก็เป็นลุกเล่นสำคัญที่ทำให้บรรยากาศของห้องเปลี่ยน ถ้าต้องการอารมณ์ห้องที่ดูนุ่มนวลผ่อนคลายควรมองหาหลอดไฟสี warm white หรือ cool light ที่ยังมีระดับแสงสีเหลืองอยู่ กรณีต้องการความสว่างเพิ่มขึ้นและให้ลุคทันสมัยก็ติดตั้งหลอดไฟสี Day light

 

รับออกแบบบ้าน