รีวิวซีรีส์ Navillera จุดประกายฝันของผีเสื้อที่อยากร่ายระบำ

รีวิวซีรีส์ Navillera จุดประกายฝันของผีเสื้อที่อยากร่ายระบำ

รีวิวซีรีส์ Navillera เมื่อพูดถึงการตามหาความฝันของชีวิต ในความคิดของคนส่วนใหญ่น่าจะนึกถึงวัยหนุ่มสาว-วัยทำงาน ที่ยังมีไฟยังมีแรงในการจะทำอะไรสักอย่างอย่างเต็มเปี่ยม แต่ในซีรีส์ที่ให้กำลังใจผู้ชมได้ดีอย่างเรื่องนี้ กลับชูเรื่องราวการมุ่งมั่นทำตามความฝันของคุณตาคนหนึ่ง ที่ด้วยภาระหน้าที่ซึ่งต้องเลี้ยงดูครอบครัวตั้งแต่วัยหนุ่มจึงทำให้สมัยนั้นมัวแต่ทำมาหากินจนเก็บพับความฝันของตนเองไว้ในมุมเงียบของหัวใจ แต่แล้วเมื่อถึงในวัยเกษียณตอนนี้ซึ่งลูกหลานเลี้ยงดูตัวเองได้แล้ว คุณตาก็ทั้งพร้อมและทั้งอยากที่จะทำตามสิ่งที่หัวใจตัวเองเรียกร้องมานานแสนนาน … นั่นคือการเต้นบัลเลต์

 

พัคอินฮวัน รับบทเป็น ชิมด็อกชุล

คุณตาชิมด็อกชุล (รับบทโดย พัคอินฮวัน) และภรรยา ชเวแฮนัม (รับบทโดย นามุนฮี) มีลูกด้วยกัน 3 คน คนโตและคนเล็กสุดเป็นผู้ชายและมีลูกสาวเป็นคนกลาง พี่ชายคนโต ชิมซองซัน (รับบทโดย แจแฮคยอน) เปรียบเสมือนเสาหลักของครอบครัวมีหน้าที่การงานและครอบครัวที่มั่นคงพร้อมลูกสาว 1 คน ชิมอึนโฮ (รับบทโดย ฮงซึงฮี) เด็กสาวที่เพิ่งจบใหม่และกำลังอยู่ระหว่างฝึกงานเพื่อรอสัมภาษณ์ในรอบสุดท้าย ระหว่างการฝึกงานเธอได้เข้าไปทำงานในภัตตาคารอาหารแห่งหนึ่งจนได้พบกับ อีแชรก (รับบทโดย ซงคัง) ที่ทำงานเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ที่นั่นด้วยเช่นกัน

แจแฮคยอน รับบทเป็น ชิมซองซัน | คิมซูจิน รับบทเป็น ชิมซองซอก | โจบ๊กแร รับบทเป็น ชิมซองกวัน

 

ซงคัง รับบทเป็น อีแชรก นักเต้นบัลเลต์แววอนาคตไกลที่มาเป็นครูสอนบัลเลต์ให้ คุณตาชิมด็อกชุล

ด้านลูกสาวคนกลาง ชิมซองซอก (รับบทโดย คิมซูจิน) แต่งงานกับนักการเมืองระดับท้องถิ่นที่ยังไม่สมหวังในเส้นทางการเมืองมากเท่าไหร่และลูกชายคนเล็ก ชิมซองกวัน (รับบทโดย โจบ๊กแร) ที่เคยเป็นแพทย์แต่ตอนนี้หักมุมตามหาความฝันด้วยการถือกล้องพร้อมเดินหน้าถ่ายทำสารคดีโดยไม่ฟังเสียงต่อต้านจากทุกคนในครอบครัว

 

วันหนึ่งเมื่อ คุณตาชิมด็อกชุล เดินผ่านและเหลือบไปเห็นโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ทำให้คุณตาหวนนึกถึงความฝันวัยหนุ่มที่ทุกคนพร่ำบอกว่าให้พับความฝันนั้นเก็บเอาไว้เพราะภาระหน้าที่มากมายพร้อมความไม่เหมาะสมที่มีบรรทัดฐานบางอย่างซึ่งใครไม่รู้เคยกำหนดไว้ แต่เมื่อคุณตาได้ฟังคำจากเพื่อนที่เพิ่งล้มหายตายจากไปคนหนึ่งซึ่งก่อนจะจากไปเพื่อนได้ย้ำว่าให้เขาทำตามความฝันให้ได้ซักครั้งหนึ่งก่อนจะจากโลกนี้ไป คุณตาจึงตัดสินใจเดินไปที่โรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์แห่งนั้นและในที่สุดก็ได้ อีแชรก ซึ่งเป็นนักบัลเลต์ฝีมือดีอยู่ที่แห่งนั้นมาเป็นคุณครูสอนบัลเลต์ให้คุณตา

นามุนฮี รับบทเป็น ชเวแฮนัม ภรรยาของ คุณตาชิมด็อกชุล

ฮงซึงฮี รับบทเป็น ชิมอึนโฮ หลานสาวของ คุณตาชิมด็อกชุล
แน่นอนว่าการที่ คุณตาชิมด็อกชุล มาเต้นบัลเลต์ย่อมไม่ได้เป็นที่เห็นด้วยจากคนรอบข้าง 100% เพราะลูกบางคนคิดว่ามันน่าอายที่ให้คุณตาแก่ ๆ มาใส่ชุดบัลเลต์รัดติ้วและเต้นโชว์บนเวทีหรือไอ้ความคิดที่ว่าพ่อแม่ที่เกษียณควรจะไม่ทำอะไรเลยอยู่บ้านเฉย ๆ ใช้เงินที่ได้มาจากลูกแล้วพักผ่อนในช่วงบั้นปลายของชีวิตอย่างสุขสบายดีกว่าเถอะ แต่ความสุขของมนุษย์แต่ละคนมันไม่เหมือนกัน ดังนั้นแกจึงเลือกที่จะนำความฝันซึ่งแอบซ่อนในมุมมืดของหัวใจแกมานานแสนนานออกมาเพื่อเติมเต็มวัยอาวุโสที่นับวันก็ยิ่งเริ่มว่างเปล่าขึ้นเรื่อย ๆ และสิ่งที่ได้กลับมาจากการได้เข้าไปเรียนเต้นบัลเลต์ครั้งนี้ของคุณตา มันได้อะไรมามากกว่าการได้เต้นบัลเลต์แน่นอน

 

อ่านต่อได้ที่  

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *