รีวิว Over The Moon เนรมิตฝันสู่จันทรา เทศกาลขนมไหว้พระจันทร์

รีวิว Over The Moon เนรมิตฝันสู่จันทรา เทศกาลขนมไหว้พระจันทร์

รีวิว Over The Moon – เนรมิตฝันสู่จันทรา เป็นที่รู้กันดีว่าเดือนตุลาคมของทุกปีจะเป็นช่วงของเทศกาลไหว้พระจันทร์ และเหมือนกับประเพณีส่วนใหญ่ที่มักมีตำนานหรือเรื่องเล่าที่อยู่เบื้องหลังแต่น้อยคนนักจะรู้ ซึ่งก็ได้หยิบตำนานของเทพีฉางเอ๋อที่รอคนรักบนดวงจันทร์มาบอกเล่าในรูปแบบของอนิเมชันสีสันสดใสมาลงสตรีมมิงส่งท้ายเดือนตุลาคมปีนี้กัน

เรื่องย่อ

เฟยเฟย เด็กสาวตัวน้อยที่ได้ฟังเรื่องเล่าของแม่เธอเกี่ยวกับที่มาที่ไปของเทศกาลขนมไหว้พระจันทร์โดยจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นที่ ฉางเอ๋อ เทพีที่อยู่บนดวงจันทร์กับกระต่ายสีหยก ที่ยังรอคอยคนรักของเธอ โฮวอี้ อยู่แม้ว่าจะผ่านไปหลายพันปี ทำให้เธอสนใจเรื่องของดวงจันทร์เป็นพิเศษ แต่ว่าในเวลาต่อมาแม่ของเธอได้จากไป และพ่อของเธอกำลังจะพาคนรักคนใหม่มาให้ เฟยเฟย รู้จักพร้อมด้วยน้องชายคนใหม่ที่ชื่อว่า ชิน แต่เธอไม่อาจยอมรับความรักใหม่ของพ่อเธอได้ เธอจึงเลือกที่จะปฏิเสธความหวังดีของแม่คนใหม่ของเธอ และต้องการที่จะเดินทางไปหา ฉางเอ๋อ เพื่อให้พ่อของเธอยอมรับว่ารักสามารถรอคอยได้เหมือนดั่งที่แม่เธอเคยเล่าไว้

 

เป็นที่รู้กันดีว่าเดือนตุลาคมของทุกปีจะเป็นช่วงของเทศกาลไหว้พระจันทร์ และเหมือนกับประเพณีส่วนใหญ่ที่มักมีตำนานหรือเรื่องเล่าที่อยู่เบื้องหลังแต่น้อยคนนักจะรู้ ซึ่ง Netflix ก็ได้หยิบตำนานของเทพีฉางเอ๋อที่รอคนรักบนดวงจันทร์มาบอกเล่าในรูปแบบของอนิเมชันสีสันสดใสมาลงสตรีมมิงส่งท้ายเดือนตุลาคมปีนี้กัน

ถ้าทุกคนสังเกตุดี ๆ เมื่อเดือนก่อนจะเห็นว่าทางเน็ตฟลิกซ์ได้ลงทุนโฆษณาเรื่อง Over the moon ตามรถไฟฟ้าบีทีเอสเลยกันเลยทีเดียว นี้เป็นแอนิเมชั่นอีกเรื่องที่ทางเน็ตฟลิกซ์ได้ทุ่มทุนโปรโมตเรื่องนี้อย่างเต็มที่เลยก็ว่าได้

โดยเรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ออริจินัลแอนิเมชั่นเรื่องใหม่ของเน็ตฟลิกซ์ภายใต้การดูแลของสตูดิโอ Netflix/Pearl Studio และ Glen Keane Productions ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานเรื่องนี้ โดยได้ผกก.ที่มีผลงานจากการเขียนบทเรื่อง ทาร์ซาน และทำแอนิเมชั่นร่วมกับดิสนีย์มาอีกมากมาย ก่อนที่จะมาเปิดสตูดิโอเป็นของตนเอง เรื่องนี้จึงไม่แปลกใจที่จะมีกลิ่นอายของความเป็นแอนิเมชั่นจากดิสนีย์เลย

เนื้อเรื่อง

เฟยเฟย เด็กสาวที่สูญเสียแม่และพ่อของเธอกำลังจะเริ่มความสัมพันธ์ครั้งใหม่พร้อมการมาถึงของ ชิน หนุ่มน้อยตัวแสบผู้มาพร้อมกบ ด้วยความไม่ถูกชะตากันและในคืนหนึ่งที่โต๊ะอาหารของครอบครัวเธอได้มีปากเสียงกับญาติที่มาท้าทายให้เธอพิสูจน์ว่าเทพีฉางเอ๋อมีตัวตนอยู่จริงทำให้ เฟยเฟย ตัดสินใจสร้างจรวดเพื่อพาเธอไปยังดวงจันทร์เพื่อหาหลักฐานการมีตัวตนของฉางเอ๋อ

แต่ที่เธอไ่ม่คาดคิดก็คือเมื่อพบเทพีฉางเอ๋อแล้วนางกลับไม่ได้เป็นอย่างที่ึคิดและเพื่อให้ได้กลับบ้าน เฟยเฟย และ ชิน พร้อมเจ้ากบ และกระต่ายอย่างบันจี้จำต้องหาของขวัญให้เทพีฉางเอ๋อก่อนจะติดอยู่บนดวงจันทร์ที่กำลังจะดับเพราะความเสียใจของนางไปตลอดกาล

จากเนื้อเรื่องจะเห็นว่าแม้ Over the moon จะนำตำนานประเพณีไหว้พระจันทร์มาทำแต่มันกลับเข้าใจดัดแปลงโดยสอดแทรกเอาเรื่องราวของครอบครัวมาใส่ได้อย่างลงตัว แถมคุณภาพหนังใหม่เต็มเรื่องของทั้งบทและภาพก็ยังเชื่อใจได้ด้วยฝีมือของ เกล็น คีน ที่เคยทำแอนิเมชันระดับออสการ์อย่าง Dear Basketball เมื่อปี 2017 และผ่านงานหนังของวอล์ตดิสนีย์มานับไม่ถ้วนจึงกลายร่างตำนานจีน ๆ สู่แอนิเมชันมิวสิคัลที่ให้คุณภาพไม่อายหนังโรงเลยทีเดียว

ตัวเรื่องก็เล่าได้ไหลลื่นดี มีมุกตลกที่ได้ผลเป็นส่วนใหญ่และคาแรกเตอร์กระต่ายอย่างเจ้าบันจี้ก็น่ารักน่ากอดดี ส่วนเทพีฉางเอ๋ออย่างบอกว่านางแซ่บมาก แซ่บระดับที่เชื่อว่า กะเทยได้ดูคงยกให้เป็นแม่แน่นอนผนวกกับเพลงที่นางร้องเปิดตัวด้วยแล้วนี่ขอบอกว่าเปรี้ยวเยี่ยวราดมากแม่ ! ส่วนเพลงอื่น ๆ ก็อยู่ในเกณฑ์ดีนะครับแม้ส่วนตัวจะรู้สึกว่ายังไม่ลื่นไหลหรือชวนร้องตามแบบการ์ตูนดิสนีย์ก็เถอะ

ด้านคุณภาพของงาน

โดยเฉพาะงานภาพต้องบอกว่านี่เป็น แอนิเมชัน 3D ที่โดดเด่นด้านดีไซน์มากตั้งแต่คาแรกเตอร์ที่พยายามคิดดีไซน์จากชาติพันธุ์ทั้งลักษณะตา รูปทรงและสีผิวที่ใกล้เคียงคนจีนจริง ๆ ทั้งตาชั้นเดียวและคิ้วที่ดูหนาดกดำไปจนถึงลักษณะของสัตว์ที่อ้างอิงจากความเชื่อปีนักษัตรได้อย่างมีชีวิตชีวา

และที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ ระบบภาพ Dolby Vision ที่กล้าพูดได้เลยว่าบ้านใครซื้อทีวีที่มี Dolby Vision หรือแม้แต่ HDR 10+ นี่คือเปิดลองทีวีได้เลยครับ สวยสดงดงามมาก ๆ

การดีไซน์ต่างๆ

ต้องยอมรับเลยว่าเรื่องนี้สามารถนำไปเทียบกับแอนิเมชั่นระดับดิสนีย์ได้เลยก็ว่าได้ ตอนแรกนึกว่าดูมู่หลานเพราะลายเส้นบนภาพวาดเหมือนมาก แต่ต่อมาดูแล้วได้อารมณ์แบบ CoCo ที่เดินทางไปอีกโลกหนึ่ง จึงทำให้เรื่องมีกลิ่นอายความเป็นดิสนีย์อย่างมาก ยิ่งมีการร้องเพลงภายในเรื่อง

และการผจญภัยไปสถานที่สุดอัศจรรย์ด้วย โดยภายในเรื่องคุณจะได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่เรื่องนี้ได้นำความเชื่อปรำปราของจีนมาตีความใหม่ได้อย่างเหลือเชื่อ เป็นการตีความใหม่สีสันสดใสภายใต้อาณาจักรที่อยู่บนดวงจันทร์ที่ชื่อว่า ลูนาเลีย แม้แต่ ฉางเอ๋อ เองก็เปลี่ยนลุคตีความใหม่เช่นกัน ทำให้ผู้ชมได้รู้สึกว่าไปกับมันได้เกือบทั้งเรื่อง

ตอนแรกหลายคนอาจจะไม่ชอบดีไซน์หลายอย่างภายในเรื่อง แต่เมื่อพอดูไปเรื่อย ๆ จะพบดีไซน์แบบนี้แหละที่เข้ากับโครงเรื่องแบบนี้สุดแล้ว โดยเฉพาะ ฉางเอ๋อ ที่เรียกได้ว่าสวยที่สุดในเรื่องเลยก็ว่าได้ การออกแบบคาแร็กเตอร์ทำได้ดีมาก ยิ่งน้องกระต่ายในเรื่องน่าร๊ากกมากก ยิ้มทีสวยมาก และน้องกระต่ายก็บทเด่นมากทำให้ผู้ชมยิ่งยิ้มไม่หยุดเวลามีน้องออกมา

มีจุดอ่อนอยู่นิดหน่อย

แม้ว่าเรื่องนี้จะทำทุกอย่างได้อย่างดีงาม แต่เนื้อเรื่องกลับไม่ค่อยมีอะไรให้เห็นถึงความแปลกใหม่มากนัก ทั้งความสัมพันธ์ระหว่าง ชิน และ เฟยเฟย ที่ควรจะแสดงให้เห็นมากกว่านี้ ว่าทำไมน้องชายของเธอถึงได้พยายามช่วยเธอขนาดนั้น

โดยภายในเรื่องหนังออนไลน์ไม่มีส่วนนี้แสดงให้เห็น และฉากช่วงหลังที่จบค่อนข้างง่ายเกินไป ดราม่าไม่ค่อยมีอะไรให้เห็นมากนักจึงทำให้รู้สึกว่าช่วงไคลแมกซ์ยังทำได้อ่อนไป

พากย์ไทยของเรื่องนี้มีการนำเพลงภายในเรื่องทั้งหมดมาร้องแปลเป็นไทยเกือบทั้งหมด *ยกเว้นท่อนจีน* โดยเพลงที่ร้องก็เพราะไม่แพ้ เสียงต้นฉบับเช่นกัน แต่จะมีบางทำนองที่รู้สึกแปลก ๆ ไปบ้าง เพราะดูจะแปลโดยตรงแทบไม่มีการเปลี่ยนคำเลย

แต่โดยส่วนตัวยังชื่นชอบเสียงต้นฉบับมากกว่า เพราะแคสนักพากย์ให้มีสัญชาติเดียวกับแอนิเมชั่นภายในเรื่อง ทำให้มีความลื่นไหลระหว่างภาษาที่มีการร้องเพลงสลับอังกฤษ และจีนได้อย่างลงตัว

ตำนานฉางเอ๋อ

ฉางเอ๋อ เป็นเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ โดยมีโฮ่วอี้เป็นสามีของเธอ พวกเธอทั้งสองถูกเง็กเซียนฮ่องเต้สั่งให้เกิดมาเป็นมนุษย์เพื่อกำจัดสัตว์ร้าย เมื่อกำจัดได้สำเร็จ แต่ก็ยังมีอันตรายต่อมนุษย์อีกนั้นก็คือ พระอาทิตย์ที่มีถึงสิบดวง

ทำให้โลกมนุษย์เกิดความแห้งแล้งและตายกันเกลื่อนไปหมด โฮ่วอี้จึงใช้ธนูยิงไปที่พระอาทิตย์เก้าดวง และไว้ชีวิตอีกดวงไว้ แต่ว่าเมื่อเง็กเซียนฮ่องเต้รู้ว่าลูกของตนถูกสังหารจึงสั่งห้ามไม่ให้ โฮ่วอี้ และ ฉางเอ๋อ กลับไปที่สวรรค์

ทั้งสองจึงใช้ชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์ต่อไป นานวันเข้า ฉางเอ๋อ เริ่มใช้ชีวิตทนความลำบากของมนุษย์ไม่ไหว จึงทำให้โฮ่วอี้ต้องเดินทางไปหายาวิเศษที่ทำให้ทั้งสองขึ้นสวรรค์ได้อีกครั้ง แต่เผอิญว่ายานั้นมีเพียงแค่เม็ดเดียว จึงทำให้โฮ่วอี้เก็บซ่อนยาไว้อย่างดีเพื่อไม่ให้ ฉางเอ๋อรู้ และในวันขึ้น 15 ค่ำเดือนแปด เทศกาลไหว้ขนมพระจันทร์

ฉางเอ๋อ แอบกินยาและขึ้นไปดวงจันทร์เพียงคนเดียว และในเวลาต่อมาโฮ่วอี้ถูกลอบฆ่า ทำให้ ฉางเอ๋อ ที่อยู่บนดวงจันทร์รู้สึกโดดเดียวมาก และคิดถึงช่วงเวลาเก่า ๆ ที่เธอได้อยู่กับสามี

โดยรวม

โดยรวมแล้ว เป็นการดูแอนิเมชั่นที่สนุกมากอีกเรื่องหนึ่ง ที่เราจะได้เห็นสิ่งใหม่ ๆ ที่เรื่องนี้นำเสนอผ่านเรื่องนี้ว่าเราจะเจออะไรที่แปลกประหลาดอีกหรือไม่ การนำสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ มาทำให้เรื่องมีสีสันมาก แต่เนื้อเรื่องยังไม่สามารถทำให้ตื่นเต้นได้มากเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับเรื่องอื่น

การจากไปของผู้เขียนบทเรื่องนี้อย่าง Audrey Wells ที่จากไปด้วยโรคมะเร็งตั้งแต่ปี 2018 โดยภายในเรื่องตอนจบจึงมีการระลึกถึงเธอที่ทำเรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้ายก่อนที่เธอจะเสียชีวิต ทางเราขอแสดงความเสียใจด้วย

สรุป

สรุปแล้วถือว่าดีเกินคาดเลยครับสำหรับแอนิเมชันเรื่องนี้ เหมาะสำหรับเปิดดูเพื่อให้ลูกหลานได้ศึกษาที่มาของประเพณีไหว้พระจันทร์ที่เชื่อว่าหลายคนก็รู้จักแค่ขนมไหว้พระจันทร์นั่นแหละ และมันยังให้ข้อคิดดี ๆ เรื่องการทำใจยอมรับความสูญเสียและอยู่กับปัจจุบันซึ่งแอนิเมชันก็พูดถึงเรื่องนี้ได้ลึกซึ้งทีเดียวครับ

 

ufabet

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *