รีวิวซีรีส์เกาหลี Hospital Playlist – เพลย์ลิสต์ชุดกาวน์ แนวการแพทย์

Hospital Playlist

รีวิว Hospital Playlist – เพลย์ลิสต์ชุดกาวน์ มีซีรีส์เกาหลีหลายเรื่องที่ทำออกมาเป็นแนวการแพทย์ และโด่งดังจนแฟนซีรีส์ติดหนึบ เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่นำเสนอเรื่องราวทางการแพทย์ ที่มาออกอากาศได้ถูกช่วงถูกเวลาพอดีแถมยังแตกต่างจากซีรีส์แนวการแพทย์เรื่องอื่น ๆ กับเรื่องราวที่แทบจะเป็นเรียลลิตี้แบบหมอ ๆ ผลงานของ ชินวอนโฮ ผู้กำกับซีรีส์ตระกูล reply และ ซีรีส์ดาร์กคอมเมดี้ นักโทษในเรือนจำ prison playbook ที่โดนใจคอซีรีส์กันมาแล้ว

เรื่องย่อ

เรื่องราวความสัมพันธ์ของแพทย์ทั้ง 5 คน ในโรงพยาบาลยุลเจ ที่จบมาจากมหาวิทยาลัยด้านการแพทย์ที่เดียวกันในปี 1999 พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทกันมา 20 ปี และใช้ทุกเวลานาทีในการอุทิศตนเพื่อคนไข้ในโรงพยาบาลจนพัฒนาความสามารถทางการรักษาจนขึ้นมาถึงระดับอาจารย์หมอ ซีรีส์จะสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ในแต่ละวัน รวมถึงชีวิตของผู้ป่วยในโรงพยาบาล ที่จะบอกกับเราว่า 24 ชั่วโมงของหมอ มีค่าเท่ากับหลายชีวิต

 

ถ้าจะถามหาซีรีส์อบอุ่นหัวใจที่สุดในครึ่งแรกของปี 2020 เชื่อว่าคอซีรีส์หลายคนน่าจะเทคะแนนความพึงพอใจให้กับ Hospital Playlist ซีรีส์การแพทย์ที่เล่าเรื่องชีวิตทั้งในและนอกโรงพยาบาลของทีมแพทย์วัยเลข 4 ต้นๆ แห่งโรงพยาบาลยุลเจ

ผลงานของ ชินวอนโฮ ผู้กำกับมือทองของวงการซีรีส์เกาหลี และยังเรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ที่ได้รับความสนใจตั้งแต่เริ่มต้นโปรเจกต์ ประกาศรายชื่อนักแสดง และสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ของวงการด้วยการปรับเปลี่ยนรูปแบบการออกอากาศ คือออกอากาศสัปดาห์ละ 1 ตอน ตอนละประมาณ 90 นาที

และดำเนินเรื่องต่อเนื่องไปเป็นซีซั่น ซึ่งรูปแบบนี้คงถูกอกถูกใจคอซีรีส์ที่อยากรับชมเรื่องราวต่อเนื่องกันไปยาวๆ แต่นั่นก็ต้องแลกมากับความสนุก ครบรส และความน่าติดตามที่มากพอให้ผู้ชมคุ้มค่ากับการรอคอยซีรีส์เรื่องนั้นๆ

ซึ่งความท้าทายครั้งใหม่ของ ผู้กำกับชินวอนโฮ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเขาน่าจะพลิกโฉมวงการซีรีส์เกาหลีได้จริงๆ การันตีจากผลงานเรื่อง Hospital Playlist ที่ทำเอาคอซีรีส์หน้าเก่าอย่างเราๆ รอคอยวันพฤหัสบดีช่วง 3 ทุ่มครึ่งอย่างใจจดใจจ่อ

แถมยังได้พาคอซีรีส์หน้าใหม่เข้าสู่วงการอีกด้วย ทั้งหมดก็เป็นเพราะความครบรสและองค์ประกอบทุกส่วนที่ถูกจัดวางอย่างลงตัว ส่งให้ Hospital Playlist เป็นเหมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่งที่เราเองยกให้เป็นซีรีส์ที่ 1 ในใจไปเรียบร้อยแล้ว

เนื้อเรื่อง

บอกเล่าเรื่องราวของนักเรียนแพทย์ 5 คน ที่เข้าเรียนในโรงเรียนแพทย์พร้อมกัน สนใจใน 2 สิ่งเหมือน ๆ กัน นั่นก็คือ Hospital = โรงพยาบาล และ Playlist = ดนตรี เรื่องราวดำเนินไปจนนักเรียนแพทย์ทั้ง 5 คน จบจากรั้วมหาวิทยาลัย มุ่งสู่ความเชี่ยวชาญในสายที่ตนเองสนใจ

จนกระทั่ง เพื่อนรักทั้ง 5 คน โคจรมาพบกันอีกครั้งที่โรงพยาบาลยุลเจ ในฐานะอาจารย์หมอวัย 40 ผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางแตกต่างกันไป และการโคจรกลับมาเจอกันอีกครั้งแบบนี้ทำให้เพื่อนรักทั้ง 5 คน ได้กลับมาทำอีกสิ่งหนึ่งที่รักไม่แพ้งานในโรงพยาบาล นั่นก็คือ การเล่นดนตรี ทำให้ในทุก ๆ ตอนของ ซีรีส์ เราจะได้ฟังเพลงเพราะ ๆ จากเพื่อนรักทั้ง 5 คนนี้ด้วย

และทุก ๆ ตอนใน เรื่องจะเต็มไปด้วยเรื่องราวหลากหลายอารมณ์ที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล แม้ว่าเคสของคนไข้ที่ซีรี่ย์ถ่ายทอดออกมาจะมีทั้งรักษาได้สำเร็จและล้มเหลว แต่ด้วยความพยายามอย่างเต็มที่ของทีมแพทย์ตลอดกระบวนการรักษาที่ดูแลทั้งร่างกายและจิตใจ

ทำให้คนดูสามารถสัมผัสถึงความอบอุ่นหัวใจได้เสมอ โดยเฉพาะการดูแลทางด้านจิตใจซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดขายที่ทำให้แตกต่างจากซีรี่ย์แพทย์เรื่องอื่น ๆ และในซีรี่ย์เองก็แสดงให้เราเห็นหลายครั้งว่าผลการรักษาที่น่าพึงพอใจนั้น ส่วนหนึ่งมาจากความพร้อมด้านจิตใจของคนไข้ด้วยเช่นกัน

พล๊อตของเรื่อง

ต้องปรบมือให้กับคนเขียนบทรัว ๆ ที่จับพล็อตเรื่องง่าย ๆ มาเล่นได้อย่างน่าติดตาม ด้วยการขยายพล็อตสั้น ๆ แตกประเด็นออกไปมากมายจนมองเผิน ๆ คล้ายเรียลลิตี้ ตามติดชีวิตหมอ แต่เป็นการตามติดที่น่าสนใจในทุกช็อตของการนำเสนอ

โดยการเผยให้เห็นเรื่องราวของหมอในมุมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นชีวิตส่วนตัว ที่หมอก็คือปุถุชนธรรมดาที่ยังต้องการความสุข ความบันเทิง มีอารมณ์เศร้าเหงาทุกข์เหมือน ๆ กับคนในสาขาอาชีพอื่น ๆ แต่แตกต่างที่การทำงานของหมอ

หลายครั้งความสบายดีของคนไข้มักจะมาก่อนความสุขส่วนตัวของหมออยู่เสมอ อย่างที่เราเห็นกันได้ชัด ๆ ในโลกของความเป็นจริงจากสถานการณ์ covid-19 ซีรีส์เรื่องนี้จึงอยู่ในขั้น “กินใจ” จนสามารถนำเราเข้าไปสัมผัสกับความรู้สึก “เต็มตื้น” ได้ง่าย ๆ จากการเสนอแง่มุมที่แปลกออกไปจากซีรีส์การแพทย์เรื่องอื่น ๆ เป็นแง่มุมที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง ในชีวิตจริง ๆ ของบุคลากรในโรงพยาบาลทุกคน

บทมีการตัดสลับไปมาระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ตั้งแต่ทั้ง 5 คนยังเป็นนักเรียนแพทย์ ความตั้งใจในการมาเป็นหมอ การมีชีวิตส่วนตัวที่แสนธรรมดาและสื่อให้เห็นว่า ทั้ง 5 คนมาเป็นเพื่อนสนิทกันได้ยังไง อะไรทำให้พวกเขาเข้ากันดีจนเป็นเพื่อนรักที่กลมเกลียวได้ขนาดนี้

และหน้าที่ของอาจารย์หมอในปัจจุบัน ที่ต้องคอยส่งต่อความรู้ ชี้แนะแนวทางและเป็นตัวอย่างที่ดีให้นักเรียนแพทย์รุ่นต่อไป รวมไปถึงการขาดแคลนบุคลากร จึงเกิดเป็นศึกชิงน้องเอ็กซ์เทิร์นที่ใช้อาวุธเป็นอุดมการณ์และความฝัน

ที่ต้องบอกว่าเป็นการเดินเรื่องดูหนังออนไลน์ที่กลมกลืน ตัวละครเยอะเรื่องราวก็แยะตามไปด้วยแต่ไม่ได้ทำให้สับสน ในทางกลับกันกลายเป็นน่าสนใจและน่าติดตามไปซะอีก

การสื่อสารของเรื่อง

การสื่อสารของซีรีส์เรื่องนี้ต้องเรียกว่า เป็นการสื่อสารอย่างมีชีวิตได้จริง ๆ พยายามหาคำจำกัดความกับความรู้สึกนี้อยู่สักพักเลยละค่ะ แต่ก็ได้คำที่เหมาะสมอยู่คำเดียวคือคำว่า “มันคือชีวิต” ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ใช่ซีรีส์ที่ ตื่นเต้นลุ้นระทึกกับการช่วยชีวิตเหมือนเรื่องอื่น ๆ ไม่ได้มีการผ่าตัดเคสหนัก ๆ ให้ต้องเครียดและเป็นดราม่าบีบจิต

หรือ มีการแก่งแย่งชิงดีในตำแหน่งหน้าที่การงาน มีกลโกงหรือซ่อมปมอะไรให้ค้นหาหรือขบคิด แต่มันคือซีรีส์ชีวิตของหมอที่เปรียบเสมือนช่างซ่อม ที่มีลมหายใจของคนไข้และความรู้สึกของญาติ ๆ เป็นเดิมพัน ซีรีส์เลือกที่จะสื่อสารผ่านความรู้สึกต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละเคสของหมอ 5 คน

โดยใช้บทพูด อารมณ์ของนักแสดงและมุมกล้องเป็นสัญลักษณ์สื่อความรู้สึก บางเคสเราเสียน้ำตา แต่บางเคสก็ทำให้เราดีใจไปกับเขาด้วย ทั้ง ๆ ที่เรื่องราวที่นำเสนอเป็นเรื่องที่เราอาจ รู้อยู่แล้ว แต่ก็ยังทำให้เรารู้สึกทึ่งและเหนื่อยแทนในอาชีพของหมอได้อยู่ดี

เรื่องราวของคุณหมอ

มีการกระจายความสำคัญอย่างเท่าเทียมชนิดที่ว่าเราจะหาพระเอก-นางเอกจากเรื่องนี้แทบไม่เจอ ทุกคนมีความสำคัญเท่าเทียมกันหมด มีเรื่องราวของตัวเองให้น่าติดตาม ดราม่าบ้าง ยิ้ม หัวเราะบ้าง เหมือนกับชีวิตของหมอแต่ละแผนกที่มีความสำคัญและเรื่องราวในชีวิตแตกต่างกันไป

ตัวบทมีความเรียลที่เว็บดูหนังดูเหมือนจะเรียบง่าย แต่ในแต่ละบทแต่ละฉากสามารถทำให้คนดูกลายเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวต่าง ๆ ได้หน้าตาเฉย แม้กระทั่งความป่วยไข้ของแต่ละเคส ความเสียสละของผู้บริจาคอวัยวะและความรู้สึกของผู้ได้รับบริจาค ที่เจอซีนนี้เข้าไปมันคือความซาบซึ้งอย่างอธิบายไม่ถูก

แล้วไม่ใช่จะมีแต่เรื่องราวของนักแสดงนำ 5 คนนี้เท่านั้นนะ ละครยังกระจายความสำคัญไปที่นักแสดงสมทบ เพิ่มเนื้อหาให้น่าสนใจมากขึ้นไปอีกในแบบเรียล ๆ เรียบ ๆ นี่แหละ แต่สามารถเรียกความสุข ความขบขันจนไม่มีทางที่เราจะไม่หัวเราะไปกับพวกเขา

พาร์ทความรัก

ในเมื่อซีรีส์เรื่องนี้คือซีรีส์ทางการแพทย์ ก็แน่นอนว่าเราจะได้เห็นความรักในอาชีพมาเป็นอันดับ 1 เราจะได้เห็นการใส่ใจในอาชีพของตัวเองอย่างเอาหัวใจทุ่มลงไปทั้งใจ ไม่รักทำไม่ได้หรอกค่ะอาชีพนี้ เอาจริง ๆ หมอแก๊งนี้เขามีงานอดิเรกที่แต่ละคนชอบแตกต่างกันไป

และทั้ง 5 คน ยังฟอร์มวงดนตรีเพื่อเล่นด้วยกันเองมาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่ไม่เคยมีใครได้ใช้เวลาส่วนตัวอย่างเต็มที่ได้นานเลยสักคนเดียว หรือ แม้กระทั่งขณะที่กำลังซ้อมดนตรีกันอยู่ สมาชิกของวงก็อาจจะขาดไปสักคนสองคนได้ในทันที หากมีเคสฉุกเฉินหรือเคสที่กำลังรับผิดชอบมีปัญหา

สีสันในด้านความรักอื่น ๆ ที่ซีรีส์สอดแทรกเข้ามาก็คือความรักต่อเพื่อนร่วมก๊วน ที่เนื้อหาต่าง ๆ ในซีรีส์จะบอกเราได้ว่าทั้ง 5 คนคือเพื่อนแท้ที่มีหัวใจเดียวกันและให้ความสำคัญกับมิตรภาพของคำว่าเพื่อนมาก่อนสิ่งอื่น

รวมไปถึงความรักต่อเพื่อนมนุษย์ ที่ทุกตัวละครในโรงพยาบาลให้ความใส่ใจต่อความรู้สึกของคนไข้เป็นสำคัญ บอกแบบนี้ไม่ใช่ว่าบทจะไปในทางพินอบพิเทากับคนไข้นะคะ แต่บทอิงความเป็นจริงที่หมอ พยาบาล สามารถพูดกับคนไข้ได้หรือไม่ได้ “เราพยายามอย่างเต็มที่”

นี่คือสิ่งที่หมอพูดได้และสมควรที่สุด มีความเป็นเหตุเป็นผล มีที่มาที่ไปจนทำให้เชื่อได้ว่า นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง มีปัญหาของคนไข้ที่น่าปวดหัว บางเคสน่าขัน บางเคสเศร้าจนเราเผลอมีอารมณ์ร่วม ufabet

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *