Pixar กับ 6 เรื่องมหัศจรรย์ก่อนจะเป็นหนังให้พวกเราได้ดู

pixar

หนังเรื่องล่าสุดของ Pixar อย่าง Coco กำลังจะเข้าฉายในบ้านเราแบบเต็มพิกัดในสัปดาห์นี้ อนิเมชั่นลำดับที่ 19 เรื่องนี้เล่าถึงดนตรีกับเทศกาลแห่งความตาย (Los Dias de los Muertos) ซึ่งมีหลายท่านที่ได้รับชมไปแล้วก็ชื่นชมและคาดว่าหนังจะไปได้ถึงออสการ์เลยล่ะ

ก่อนจะมาถึงจุดนี้ทาง พิกซาร์ เองก็ผ่านขั้นตอนต่างๆ กันมากมายอยู่ทีเดียวเชียว เพราะงั้นในวันนี้เราขอหยิบยกเรื่องน่ารู้ของทาง พิกซาร์ มาให้อ่านกัน เราเชื่อว่าคุณจะได้เห็นว่ากว่าที่พวกเขาจะมาถึงจุดๆ นี้ได้ พวกเขาได้ผ่านอะไรมามาก ในฐานะผู้กรุยทางให้อนิเมชั่นที่สร้างจากคอมพิวเตอร์กราฟิก และเหมือนว่าพวกเขาไม่คิดที่จะหยุดเฉยๆ ด้วย แม้ว่าหลายคนจะเริ่มมองว่า หลังๆ พวกเขาเอาบุญเก่ามาหากินแรงไปหน่อยก็ตามที

1. พิกซาร์เดิมทีเป็นแผนกของ Lucasfilm

แรกเริ่มเดิมที พิกซาร์ยังไม่ใช่สตูดิโออนิเมชั่นเต็มตัว แต่ เดิมทีแล้ว พิกซาร์ เป็นแผนกคอมพิวเตอร์กราฟิก หรือถ้าบอกว่าเป็นแผนกพัฒนาอุปกรณ์สำหรับอนิเมชั่นด้วยคอมพิวเตอร์ที่ก่อตั้งเมื่อปี 1979 ของทาง Lucasfilm น่าจะถูกต้องกว่า งานช่วงแรกของทีมก็คืองานทำเอฟเฟกต์ให้กับหนังเรื่องอื่นๆ ทั้งของ Lucasfilm เองอย่าง Star Wars : Return Of The Jedi หรือหนังเรื่องอื่นอย่าง Young Sherlock Holmes เป็นอาทิ

แต่ Lucasfilm ก็ถูก Disney ซื้อไปในปี 2012 ส่งผลให้ตอนนี้ทั้งสองบริษัทกลับมาเป็นบริษัทลูก (ของดิสนีย์) เคียงข้างกันอีกครั้ง

 

2. อนิเมชั่นเรื่องแรกของพวกเขาไม่ใช่ Luxo Jr.

เพราะว่าเราเห็นภาพของ Luxo Jr. หรือโคมไฟจิ๋วก่อนที่หนัง Pixar จะฉายทุกเรื่องจึงมีคนเข้าใจผิดว่า อนิเมชั่นสั้นของเจ้าโคมไฟต้องเป็นงานชิ้นแรกของ Pixar แน่นอน แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่นะ อนิเมชั่นเรื่องแรกของค่ายคืออนิเมชั่นขนาดสั้น 2 นาทีที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1984 หรือราวๆ 33 ปีที่แล้ว ซึ่งถ้าเอามาดูตอนนี้ภาพอาจจะไม่ว้าว แต่ ณ ยุคโน้นถือว่าโคตรล้ำ

 

3. แต่ Luxo Jr. ก็เป็นครั้งแรกของหลายๆ สิ่ง

Luxo Jr. เป็นอนิเมชั่นขนาดสั้นออกมาฉายในปี 1986 หลังจากที่ Steve Jobs ทำการซื้อ พิกซาร์ ไปแล้ว ตัวงานถือว่าเป็นงานเรื่องแรกที่สร้างชื่อเสียงให้คนทั่วไปรู้จัก พิกซาร์ ในฐานะสตูดิโออนิเมชั่น เป็นอนิเมชั่นจากคอมพิวเตอร์เต็มตัวเรื่องแรกที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ และได้รางวัลออสการ์ในปีนั้น ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ดีของพวกเขาเลยล่ะ

อ้อ ส่วนครั้งแรกของ Luxo Jr. ที่ปรากฎตัวมาเหยีบตัว I ก่อนเข้าฉายหนังของพิกซาร์ คือเรื่อง A Bug’s Life ส่วนโลโก้ก่อนหน้านั้นเป็นรูปเหลี่ยมๆ มีรอยบุ๋มตรงกลางซึ่งเอามจากตัวคอมพิวเตอร์ พิกซาร์ Image Computer ที่สร้างชื่อให้พวกเขานั่นเอง

 

4. ผู้ก่อตั้งพิกซาร์ ไม่ใช่ John Lasseter และ Steve Jobs นะ

ถึง John Lasseter จะเป็นบุคลากรคนสำคัญของพิกซาร์และเป็นหนึ่งในทีมงานแรกเริ่มแต่เขาก็ไม่ใช่ผู้ก่อตั้งพิกซาร์และถ้าจะใช้คำว่าผู้ก่อตั้งกับ Steve Jobs ที่เข้ามาซื้อ Pixar ในภายหลังก็คงไม่ถูกต้องเท่าไหร่นัก ดังนั้นเราต้องขออ้างอิงตามเอกสารการซื้อขายบริษัท Pixar ที่มีการระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้ก่อตั้งร่วมของ Pixar คือ Edwin Catmull กับ Alvy Ray Smith

ปัจจุบัน Edwin Catmull เป็นประธานของ พิกซาร์ และ Walt Disney Animation Studios (อันเป็นผลพวงจากการซื้อบริษัท) ส่วน Alvy Ray Smith ออกจาก พิกซาร์ ไปตั้งแต่แยกตัวจาก LucasArts ไม่นาน สาเหตุการออกจากบริษัทนั้น… ถูกบอกเล่าผ่านหนังสือชีวประวัติของ Steve Jobs กับ หนังสือประวัติศาสตร์ของ Pixar ว่า … เพราะ Alvy เถียงกับ Steve Jobs เรื่องใช้ไวท์บอร์ดที่ปกติแล้วมีแค่ Steve ใช้คนเดียว จนเรื่องบานปลายกลายเป็นการลาออก ทั้งๆ ที่เป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท

ทั้งนี้ ผู้ก่อตั้งทั้งสองคนไม่ได้เป็นอนิเมเตอร์โดยตรง อย่าง Edwin Catmull ก็เป็นนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ส่วน Alvy Ray Smith ก็จบด้านวิศวกรรมไฟฟ้า แต่สุดท้ายทั้งสองท่านนี้ต่างพัฒนาโปรแกรมและคอมพิวเตอร์ด้านกราฟฟิกในที่สุด

 

5. ห้าข้อ ‘ไม่ปฏิบัติ’ ของ พิกซาร์
การที่พิกซาร์สามารถทำหนังให้ประสบความสำเร็จได้ ทั้งๆ ที่พวกเขาเป็นสตูดิโออนิเมชั่นเต็มตัวที่มีอายุน้อยกว่าหลายเจ้า (ตอนเปิดตัวนะ ตอนนี้ก็มีอายุเยอะพอสมควรแหละ) แปลว่าต้องมีเคล็ดลับกันบ้าง ซึ่ง Andrew Stanton ผู้กำกับ Finding Nemo และ Wall-E รวมถึงเป็นพนักงานรุ่นก่อตั้งเคยกล่าวไว้ในงาน TED Conference ในปี 2012 ว่าทาง พิกซาร์ มีกฏลับในการทำงานด้วยการ ‘ไม่’ ทำสิ่งเหล่านี้ลงไปในหนัง

ไม่มีเพลง (No Songs)
ไม่มีเนื้อเรื่องช่วง “ฉันอยากได้ไอ้นั่นไอ้นี่” ในหนัง (No “I want” moments)
ไม่มีหมู่บ้านแสนสงบสุข (No happy village)
ไม่มีเรื่องรัก (No love story)
ไม่มีตัวร้าย (No villian)
ซึ่งกฎลับแบบนี้เกิดขึ้นมาเพราะ Disney แฟกซ์กฎห้าข้อที่ต้องทำ ตอนนั้น พิกซาร์ยังละอ่อนในวงการ เลยห้าวเป้งช่างหัวกฎ เพื่อสร้างงานที่ต่างจากคนอื่นในตลาด และต้องขอบคุณความเยาว์วัย ณ ตอนนั้นที่ทำให้หนังของพวกเขาโดดเด่นจนถึงวันนี้ แม้ว่าหลังๆ พวกเขาจะยอมปรับกฎบางอย่างลง แต่แนวคิดที่ว่า ‘ทำอะไรไม่เหมือนกับคนอื่นในตลาด’ ยังคงเป็นแนวทางของพวกเขาอยู่

 

6. ศึกษาเรื่องจริงอย่างลงลึกก่อนทำเรื่องแต่ง

ถึงภาพจะออกมาดูเด็กๆ น่ารัก แต่ พิกซาร์เป็นทีมงานที่จริงจังในการทำอนิเมชั่นอยู่เสมอ นับตั้งแต่ Toy Story ที่อนิเมเตอร์ส่วนหนึ่งลงทุนใส่รองเท้าที่ติดอยู่บนแผ่นไม้เพื่อที่จะสร้างภาพอนิเมชั่นทหารพลาสติก ให้ถูกต้อง / ส่งให้ทีมอนิเมเตอร์ไปเรียน มีนวิทยา (Ichthyology) เพื่อให้ทำอนิเมชั่นสัตว์ใต้ทะเลต่างๆ ได้ไม่ผิดจากความจริงใน Finding Nemo / การเลี้ยงหนู (เข้าใจว่าเป็นพวกแฮมสเตอร์) ในสตูดิโอระหว่างที่ทำเรื่อง Ratatouille ฯลฯ

 

ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดเองอย่าง Coco เองก็ยังคงจริงจังในการทำงานเหมือนเดิม การเล่นกีตาร์ภายในเรื่องก็เป็นการทำอนิเมชั่นตามเด็ก (ลูกๆ ของทีมงาน) ที่หัดเล่นกีตาร์จริงๆ เพราะฉะนั้นฉากเล่นกีตาร์ในเรื่องส่วนใหญ่จะดีดตรงกับคีย์จริงๆ หรืออย่างดอกไม้ประกอบฉากพวกเขาก็เลือกใช้ดอกดาวเรืองที่สอดคล้องกับความเชื่อของชาวเม็กซิโกว่าเป็นดอกไม้ที่จะนำทางคนตายให้กลับสู่บ้านของคนที่พวกเขารักได้ในช่วงเทศกาลแห่งความตาย

 

7. จริงจังจึงต้องทำนาน
ความจริงจังในการทำอนิเมชั่นของ พิกซาร์นี้ก็ต้องแลกมากับขั้นตอนการทำงานที่เดิมทีนั้นต้องใช้เวลาในการทำอนิเมชั่นเรื่องหนึ่งราว 3-5 ปี หรืออาจจะนานกว่านั้นหากนับช่วงการพัฒนาบทด้วย ไม่ใช่ว่าทีมงานอู้หรือกำไรจัดจนไม่ต้องรีบสร้างงาน แต่เพราะการทำภาพกราฟฟิกนั้นกินเวลาเอาเรื่องกว่าจะเรนเดอร์เสร็จ ซึ่งถ้านับเป็นระยะเวลาเรนเดอร์เพียวๆ ต่อเรื่อง ก็กินเวลาราวๆ 2 ปีในเวลาจริง

 

ดูหนังออนไลน์       

รีวิว Soul แอนิเมชั่น เรื่องราวของโจ การ์ดเนอร์ การตามล่าความฝัน

Soul

รีวิว Soul แอนิเมชั่น เรื่องราวของโจ การ์ดเนอร์ การตามล่าความฝัน  ชีวิตคนเรามักจะเฝ้าถามตัวเองอยู่เสมอว่าเมื่อไหร่ฉันจะประสบความสำเร็จ บางคนไขว่คว้าตามหาสิ่งที่ตัวเองต้องการมาตลอดชีวิต พยายามมากมายแค่ไหนก็ตามแต่ก็ดูเหมือนจะไปไม่ถึงปลายทางนั้นเสียที บางคนเฝ้าถามตัวเองว่าทำไม เรายังเก่งไม่พอหรือ หรือเรายังขาดอะไรไป บ้างก็กล่าวโทษตัวเองว่า เราคงไม่มีความสามารถและทนทุกข์อยู่กับความคิดลบๆของตัวเองต่อไป

ประเด็นที่เราเอ่ยถึงคือแนวคิดหลักของ Soul ที่เล่าเรื่องราวของโจ การ์ดเนอร์ (พากย์เสียงโดยเจมี่ ฟ็อกซ์) ครูผู้ควบคุมวงดนตรีระดับชั้นมัธยม ที่หลงใหลในดนตรีแจ๊สมาตั้งแต่ยังเด็ก ความฝันของเขาคือการได้เป็นนักดนตรีแจ๊สมืออาชีพ หลังจากที่เขาได้รับการเรียกตัวให้ไปเล่นกับโดราธี วิลเลียม (พากย์เสียงโดยแองเจล่า บาสเซตต์) ศิลปินนักเป่าแซกโซโฟนแจ๊สที่มีฝีมือหาตัวจับยาก หลังจากที่ไปซ้อมวงร่วมกันโจ ก็ได้รับเชิญให้มาร่วมแสดงกับวง

โจดีใจมากจนมัวแต่หลงคุยโทรศัพท์โดยไม่มองทาง เขาเลยพลัดตกลงไปในบ่อกลางถนน ไม่นานนักภาพของเขาก็ตัดมาเป็นดวงวิญญาณที่กำลังจะต้องเดินทางไปยังดินแดนหลังความตาย แต่ด้วยความรู้สึกที่โจกำลังจะได้เปล่งประกายตามความฝัน เขาเลยพยายามหนีออกมาและหลุดเข้าไปในดินแดนก่อนเกิด อันเป็นสถานที่บ่มเพาะบุคลิกให้กับดวงวิญญาณที่กำลังจะเดินทางไปเกิดบนโลกมนุษย์ ที่นี่เองโจได้พบกับทเวนตี้ทู (พากย์เสียงโดยทีน่า เฟย์) วิญญาณหัวรั้นที่ไม่ยอมลงไปเกิดสักที โจมองเห็นโอกาสว่าถ้าหากเขาสามารถทำให้ทเวนตี้ทูได้รับบุคลิกจนครบ เขาอาจจะจะได้โอกาสในการกลับลงไปบนโลกมนุษย์อีกครั้ง

ท่ามกลางดินแดนในจินตนาการหนังยังแทรกสอดแง่คิดในการค้นหาความหมายของชีวิตอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะว่าไปแล้ว Soul นั้นเป็นมุมมองแอนิเมชั่นที่ชวนให้บรรดาผู้ใหญ่ (อย่างน้อยก็ต้องผ่านชีวิตมาประมาณหนึ่ง) ได้พยายามทำความเข้าใจว่า บางครั้งการเดินทางไปสู่จุดหมายที่ตัวเองตั้งเป้าไว้ โดยไม่มองเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างทางนั้นอาจจะทำให้เรามัวแต่จดจ่อและทุกข์อยู่กับสิ่งที่เราคาดหวังและไม่ได้รับมันมาซักที อย่างไรก็ตามเป็นไปได้เมื่อถึงฝั่งฝันแล้ว เราก็ยังไม่พบความสุขที่เราตามหาอยู่ดี แล้วสรุปแล้วสุดท้ายอะไรคือความสุขในชีวิตของเรากันแน่

 

ดูหนังออนไลน์ 

วิธีคุมงานก่อสร้าง ให้ได้ บ้านสวย แบบตามออกแบบไว้

บ้านสวย

วิธีคุมงานก่อสร้าง ให้ได้ บ้านสวย แบบตามออกแบบไว้  บ้านเป็น อสังหาริมทรัพย์ ที่มีมูลค่าสูง การจะมีบ้านสักหลังจึงไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจหรือสร้างได้ในเวลาอันรวดเร็ว โดยเฉพาะบ้านที่เจ้าของต้องการปลูกสร้างและควบคุมการสร้างบ้านด้วยตัวเอง มีเทคนิคควรรู้ต่างๆ ที่เจ้าของบ้านควรรู้ เพื่อคุมงานสร้างให้ได้บ้านตรงตามแบบ

เทคนิคคุมงานสร้างให้ได้บ้านตามแบบ
1. เลือกบริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นมืออาชีพ
ก่อนถึงขั้นตอนการสร้าง เจ้าของบ้านควรควบคุมและเลือกคนทำงานที่เป็นมืออาชีพ โดยงานสร้างบ้านนี้เป็นงานใช้งบสูง การเลือกใช้บริษัทรับสร้างบ้านมาดูแล จะช่วยผ่อนแรงให้กับเจ้าของบ้าน

ที่สำคัญมีแบบบ้านให้เลือก หรือออกแบบให้ได้ตามต้องการ พร้อมมีทีมทำงานที่มีฝีมือ และมีความน่าเชื่อถือให้วางใจได้ว่าไม่ทิ้งงานกลางคัน และได้บ้านตามแบบที่วางไว้อย่างแน่นอน

2. เลือกทีมงานที่มีความชำนาญและมีฝีมือ
นอกจากการมองหาบริษัทรับสร้างบ้านที่มีความเป็นมืออาชีพแล้ว การเลือกทีมทำงานที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญในแบบบ้านที่อยากจะสร้าง ก็มีส่วนสำคัญที่จะทำให้งานสร้างบ้านนั้นเป็นไปตามแบบได้อย่างสมบูรณ์ หมดปัญหาเรื่องบ้านไม่ตรงปกอย่างแน่นอน ทั้งนี้เจ้าของบ้านอาจขอดูผลงานสร้างบ้านของทีมงานที่จะพิจารณาเลือก เช่นผลงานการออกแบบของสถาปนิก ผลงานการความงานสร้างของวิศวกร หรือผลงานการลงรายละเอียดดีเทลที่ละเอียดอ่อนของทีมช่าง

3. ความต้องการที่ชัดเจนตัวช่วยการออกแบบ
เมื่อเจ้าของบ้านเลือกผู้ที่จะมาออกแบบบ้านและสร้างบ้านได้แล้ว แม้จะมีแบบบ้านอยู่ในใจ หรือเลือกแบบที่ชอบได้แล้ว แต่ก็ควรบอกความต้องการต่างๆ ที่เกี่ยวกับบ้าน และเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ ความชอบ และลักษณะการใช้ชีวิตของสมาชิกทุกคนให้กับทีม เพื่อให้ได้บ้านตามแบบมากที่สุด และรองรับการอยู่อาศัยของทุกคนมากที่สุดด้วย

4. ทำความเข้าใจสไตล์ และแบบบ้านที่ต้องการ
การทำความเข้าใจแบบบ้าน และความแตกต่างของบ้านแต่ละสไตล์ จะช่วยให้เจ้าของบ้านเห็นภาพรวมของแบบบ้านเป็นภาพเดียวกับทีมสถาปนิก เช่น อยากบ้านสไตล์รีสอร์ที่มีความเป็นโมเดิร์น หรือคลาสสิก หรือผสมผสานความเป็นไทย ส่วนนี้จะทำให้แบบบ้านในฝันที่วางไว้ ชัดเจนมากขึ้น โดยความต่างของแต่ละสไตล์มีรายละเอียดดังนี้ฃ

• สไตล์ Modern แบบที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต เน้นความเรียบง่าย มีเอกลักษณ์ และออกแบบเพื่อให้ได้ประโยชน์ใช้สอยในแต่ละพื้นที่มากที่สุด

• สไตล์ Classic เน้นงานฝีมือชั้นสูงฝั่งตะวันตกที่มีความงดงามของลวดลาย และดูสง่างามด้วยโทนสีขาว น้ำตาล ครีม ทอง เงิน และดำ

• สไตล์ Contemporary แบบบ้านร่วมสมัย ที่มีการผสมผสานระหว่าง 2 สไตล์เข้าด้วยกัน เช่น โมเดิร์นผสมกับแบบคลาสสิก

• สไตล์ Tropical ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เน้นความโปร่ง เพื่อเปิดรับธรรมชาติโดยรอบ โดดเด่นด้วยการตกแต่งที่เข้ากับภูมิอากาศเขตร้อนชื้น

• สไตล์ Oriental โดดเด่นด้วยบรรยากาศบ้านที่มีกลิ่นอายตะวันออก และการออกแบบให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศ ใช้วัสดุที่หาง่ายในท้องถิ่น

5. ศึกษางานสร้างและศัพท์สร้างบ้าน
การศึกษาเรื่องงานสร้างจะช่วยให้เข้าของบ้านรู้ลำดับขั้นตอนของการสร้างบ้าน ว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง รวมทั้งรู้เรื่องศัพท์เพื่อพูดคุยกับทีมงานได้อย่างเข้าใจตรงกัน

การรู้ขั้นตอนการสร้างบ้าน ทำให้สามารถติดตามงานสร้างอย่างเข้าใจ และรู้ว่าอะไรขาด อะไรหายไปในขั้นตอนสร้างบ้าน เพื่อทักท้วงทีมงานได้ทันท่วงที หรือหากมีแก้ไขก็จะทำให้เจ้าของบ้านรู้ขอบเขตของการแก้ไขได้ด้วย

6. รู้ลึกเรื่องวัสดุ และรู้จักเลือกใช้อย่างเหมาะสม
จริงอยู่ว่าเมื่อเราจ้างบริษัทรับสร้างบ้านแล้ว ทางบริษัทส่วนใหญ่จะมีสเป๊ควัสดุให้เจ้าของบ้านเลือกใช้ ให้เป็นไปตามงบที่วางไว้ แต่หากเจ้าของบ้านมีความรู้เรื่องวัสดุ และรู้คุณสมบัติของวัสดุแต่ละชนิด จะช่วยให้สามารถนำเสนอหรือเลือกใช้วัสดุที่แตกต่างจากที่บริษัทนำเสนอ หากมีคุณวภาพหรือคุณสมบัติที่นำมาใช้งานได้จริงก็จะช่วยให้แบบบ้านนั้นเป็นแบบเฉพาะตัวที่เหมาะกับเจ้าของบ้านั้นๆ จริงๆ

7. งานสร้างต้องเดินหน้า ไม่แก้แบบภายหลัง
บ้านที่จะสร้างได้ตรงตามแบบและแล้วเสร็จตรงตามเวลาเป้าหมายที่วางไว้ การออกแบบแล้วจบตั้งแต่ต้นก่อนลงมือสร้างจะช่วยให้งานเดินไปอย่างราบรื่น ให้งานแก้ไขที่เหลือเป็นเพียงส่วนเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

เพราะฉะนั้นสิ่งที่เจ้าของบ้านควรทำอย่างยิ่งคือสรุปแบบให้จบก่อนสร้าง เมื่อเริ่มสร้างแล้วต้องปล่อยให้งานสร้างเป็นไปตามขั้นตอน ไม่ควรรื้อแบบหรือปรับเปลี่ยนแต่ละส่วนภายหลังจากสร้างไปแล้ว เพราะนอกจากจะเสียเวลาแล้ว ยังเสียงบประมาณการแก้ไขงานบานปลายอีกด้วย

8. ติดตามงานสร้างอย่างต่อเนื่อง
การคุมงานสร้างอย่างใกล้ชิด และการเลือกใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้าน จะมีรายงานการต่อสร้างแล้วเสร็จในแต่ละขั้นตอนให้เจ้าของบ้านรับทราบเป็นระยะๆ ตามแผนที่วางไว้ ทำให้เจ้าของบ้านสามารถตรวจสอบผลงานให้ตรงตามแบบ และตรวจสอบคุณภาพให้ตรงตามมาตรฐาน หากงานไม่ตรงตามที่วางไว้ในแบบก็ให้แจ้งกับทีมงานทันที เพื่อแก้ไขได้ทันท่วงทีก่อนที่งานสร้างจะไปถึงขั้นตอนก่อไป

ออกแบบบ้าน 

 

วิธีการดูแลส่วน โครงสร้างหลักของบ้าน ที่ประกอบไปด้วยวัสดุไม้

ดูแลบ้านวิธีการดูแลส่วน โครงสร้างหลักของบ้าน ที่ประกอบไปด้วย วัสดุไม้ บ้านสไตล์รีสอร์ทที่สวยงามมีมาตรฐาน มีส่วนประกอบการสร้างที่สำคัญๆ ต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะไม้ที่เมื่อนำมาใช้จะช่วยเสริมให้บรรยากาศของบ้านมีความเป็นธรรมชาติและความผ่อนคลายในทุกๆ มุม

ไม้ ถูกนำมาใช้เป็นองค์ประกอบของบ้านตั้งแต่โครงสร้างหลักของบ้าน พื้น ผนัง ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง และการเลือกใช้ไม้ควรคำนึงถึงคุณภาพ ความเหมาะสม และขาดไม่ได้คือการดูแลรักษาวัสดุไม้ เพื่อให้สามารถใช้งานได้คงทนยาวนาน และสวยงาม เหมือนใหม่อยู่เสมอ

การดูแลส่วนต่างๆ ของบ้านที่มีไม้เป็นองค์ประกอบ
1. เสาบ้านและโครงสร้าง
เสาและโครงสร้างเป็นส่วนประกอบของบ้านที่ทำหน้าที่ประคองและรับน้ำหนังของบ้านถ่ายทอดลงสู่ส่วนฐานราก ดังนั้นหากเสาและโครงสร้างแข็งแรงก็ย่อมทำให้บ้านนั้นมั่นคงแข็งแรง และอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัยด้วย แต่เมื่อใดก็ตามที่เสาและโครงสร้างเกิดความชำรุดเสียหาย ย่อมต้องส่งผลให้โครงบ้านทั้งหลังสั่นคลอนได้ โดยเฉพาะเสาและโครงสร้างแบบไม้ มีโอกาสที่จะถูกความชื้น และปลวกทำได้ให้เสียหายได้

การป้องกันดูแล

• ป้องกันความชื้นได้โดยหาจุดน้ำซึมน้ำรั่วที่จะส่งผลกระทบโดยตรงและทำการแก้ไข

• ป้องกันปัญหาปลวกได้โดยการหยดน้ำยาป้องกันปลวกบริเวณรอบโคนเสา และควรหยดเป็นประจำอย่างน้อยทุกๆ 3 เดือน

• คงสภาพของเนื้อไม้ให้สวยงามเสมอโดยการทาสีน้ำมันให้ทั่ว

 

2. ประตู หน้าต่าง
หน้าต่าง – ประตู ส่วนประกอบที่มีการใช้งานเปิดและปิดบ่อย และเป็นส่วนที่มีโอกาสเจอทั้งลม แดด และฝนโดยตรงไม่แพ้หลังคาหรือผนัง หากส่วนดังกล่าวทำจากวัสดุไม้จะทำให้เกิดปัญหาเนื้อไม้บวม หรือบิดเบี้ยว รวมทั้งยังอาจถูกรบกวนจากปลวกได้อีกด้วย

การป้องกันดูแล

• ทาสีน้ำมันช่วยคงสภาพของลายไม้ไว้ให้เหมือนเดิม และป้องกันการแตกร้าว

• ใช้น้ำยาป้องกันปลวกและมอดกินเนื้อไม้

 

3. พื้น ผนัง บันได
พื้นบ้าน พื้นบันได และฝาผนัง เป็นพื้นที่ที่ถูกใช้งานและสัมผัสผิวเป็นประจำไม่ว่าจะจากคน สัตว์ หรือสิ่งของที่ถูกยกถูกลาก จึงอาจเกิดการครูด เสียดสี มีปัญหาร่องรอยขูดข่วน ทำให้สี ผิว และลวดลายของเนื้อไม้เสียหายไป หรือเก่าไปจากเดิม นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องฝุ่น และคราบสกปรกอีกด้วย

การป้องกันดูแล

• ควรลงน้ำยาถูพื้นทุกๆ 3 เดือน เพื่อรักษาผิวไม้

• การเช็ด ถู ทำความสะอาดปกติทุกๆ วัน ควรใช้น้ำเปล่าหรือน้ำผสมน้ำยาเท่านั้น

• หากมีปัญหาคราบ หรือรอยต่างๆ ควรรีบทำความสะอาดทันที ไม่ปล่อยทิ้งไว้จนคราบฝังลึกซึมเข้าเนื้อไม้

• ปัดฝุ่นทำความสะอาดตามพื้น บันได และผนังเป็นประจำ แม้ตามซอกลึก เพื่อไม่ให้จับเนื้อไม้

 

4. เฉลียง ระเบียง ชาน
พื้นที่ 3 ส่วนนี้เป็นส่วนที่ยื่นออกมาจากตัวบ้าน เป็นพื้นที่ที่สมาชิกมักใช้เพื่อการพักผ่อน สังสรรค์ ทำกิจกรรม หรือต้อนรับแขก ซึ่งนอกจากจะมีโอกาสสัมผัสลม ฝน แสงแดดได้ทุกช่วงเวลาจนทำให้เสื่อมสภาพได้แล้ว การถูกใช้พื้นที่เป็นประจำยังทำให้พื้นผิวเสียหายได้อีกด้วย ไม่ว่าจะจากคน สิ่งของ และสัตว์ การดูแลรักษาจึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพื่อคงสภาพของเนื้อไม้ไว้ให้แข็งแรงทนทาน และสวยงาม

 

 

การป้องกันดูแล

• เลือกใช้ไม้เนื้อแข็งสำหรับพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้ทนแดด ทนฝน และการใช้งาน

• ทาสีย้อมไม้เพื่อลดการดูดซับความชื้นในเนื้อไม้

• ทาน้ำยากันปลวก เพื่อป้องกันการถูกกัดกินจนไม้เสียสภาพ

• ตีเว้นร่องพื้นให้ห่างกันเล็กน้อยเพื่อให้น้ำสามารถระบายได้อย่างสะดวก ลดปัญหาน้ำขัง

 

5. เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง
เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งช่วยเติมเต็มความสวยสมบูรณ์ของบ้าน และเสริมให้บ้านมีฟังก์ชันใช้งานที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของสมาชิก แน่นอนว่าสำหรับบ้านสไตล์รีสอร์ทมักใช้มีเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งจากไม้เพื่อสร้างบรรยากาศเข้าถึงธรรมชาติ และทำให้รู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย

แต่การใช้วัสดุจากไม้ โดยเฉพาะแบบไม้จริง ก็มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาจากร่องรอย คราบ ความชื้น แสงแดด การผุพัง และปลวก มอด รบกวน การเลือกใช้จึงต้องพิถีพิถัน รวมทั้งต้องมีวิธีป้องกันปัญหาเหล่านี้ด้วย

 

การป้องกันดูแล

• ตำแหน่งการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ควรมีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่วางในตำแหน่งที่โดนแสงแดดจัดโดยตรง

• หลีกเลี่ยงการวางในพื้นที่ที่โดนฝนหรือน้ำ

• ใช้เพียงน้ำเช็ดทำความสะอาด และเลี่ยงน้ำยาที่มีส่วนผสมเป็นกรดด่าง

• หากเป็นเฟอร์นิเจอร์ หรือของตกแต่งที่เป็นของเก่ามากๆ ให้ใช้เพียงผ้าแห้งเข็ดทำความสะอาด

 

ออกแบบบ้าน

ทำความรู้จักกับ ระแนง คืออะไร? สิ่งสำคัญในการสร้าง ประโยชน์ของระแนง

ออกแบบ้าน

หากเอ่ยถึงวัสดุยอดนิยมเรื่องการ ตกแต่งบ้าน เลี่ยงไม่ได้ที่จะมี ระแนง เป็นหนึ่งในอันดับต้นๆ ที่หลายคนเลือก ด้วยข้อดีของระแนงไม้ที่ช่วยระบายอากาศให้ถ่ายเทสะดวก เพิ่มความเป็นส่วนตัวโดยแบ่งกั้นขอบเขตพื้นที่ให้ชัดเจน และยังช่วยลดการสะท้อนของแสงแดดให้เข้ามาภายในบ้านน้อยลง หากใครยังคิดภาพไม่ออกหรือไม่เข้าใจว่าระแนงคืออะไรและสามารถนำไปตกแต่งในรูปแบบไหนได้บ้างวันนี้ AYB มีคำตอบมาฝาก

ระแนงคืออะไร?
ระแนง เป็นวัสดุที่นิยมใช้ในการตกแต่งบ้าน มีลักษณะเป็นแผ่นไม้ยาวเรียงขนานติดกันเป็นแผง ใช้ตกแต่งเพื่อความสวยงามและบังสายตาเพิ่มความเป็นส่วนตัว และยังช่วยบังแดด กรองแสงที่ตกกระทบเข้าบ้านด้วย

วัสดุที่ใช้ทำระแนงมีกี่แบบ?
วัสดุที่ใช้ทำระแนงมีหลากหลายแต่ที่เป็นที่นิยมในเป็นอย่างมากและเหมาะกับการใช้ตกแต่งบ้านสไตล์รีสอร์ทคือ วัสดุไม้ หรือที่เรียกกันว่า ระแนงไม้ เพราะมีความกลมกลืนสวยงาม เข้ากันได้ดีกับธรรมชาติ

แต่ปัจจุบันมีการประยุกต์นำวัสดุแบบไม้สังเคราะห์หรือโลหะมาแทนการใช้ไม้จริง ด้วยเหตุผลที่ว่าโลหะกับไม้สังเคราะห์มีความแข็งแรงทนทาน ทำความสะอาดได้ง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องการกัดกินจากปลวกหรือมอด และมีขนาดมาตรฐานเท่ากันทุกแผ่น

1. ไม้จากธรรมชาติ
หรือที่เรียกกันว่าระแนงไม้ เป็นระแนงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ด้วยจุดเด่นของลวดลายต่างๆ บนเนื้อไม้ที่เป็นธรรมชาติ สีสันที่กลมกลืนและตกแต่งเข้ากันกับวัสดุอื่นและแบบบ้านได้อย่างลงตัว

แต่การใช้ระแนงไม้ก็ต้องให้ความสำคัญกับการดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นวัสดุจากธรรมชาติ เลี่ยงไม่ได้ที่ความทนทานต่างๆ ก็จะมีน้อยกว่าวัสดุสังเคราะห์อื่นๆ

2. ไม้สังเคราะห์
ไม้สังเคราะห์ที่นำมาใช้ในงานตกแต่งบ้านสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบคือ

• ระแนงไฟเบอร์ซีเมนต์ เป็นวัสดุทดแทนไม้ที่มีส่วนผสมของปูนซีเมนต์ น้ำ ทรายละเอียด และเซลลูโลส จุดเด่นของระแนงไฟเบอร์ซีเมนต์คือมีความแข็งแรงและความเหนียวสูง ไม่มีวัสดุเนื้อไม้เป็นส่วนผสม ทำให้ไม่เป็นอาหารของปลวก และลวดลายก็มีความใกล้เคียงกับไม้จากธรรมชาติ

• ระแนงพลาสวูด เป็นวัสดุที่ผสมกันระหว่างพลาสติกและเยื่อไม้ จุดเด่นของระแนงชนิดนี้คือมีความสวยงาม ทนต่อทุกสภาพอากาศ ท้าแดด ท้าฝนได้ดี ที่สำคัญคือลดการใช้ไม้จริงเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่ราคาก็ถือว่าค่อนข้างสูงกว่าวัสดุชนิดอื่น

• ระแนงไวนิล เป็นวัสดุที่ทำจากพลาสติกชนิดหนึ่ง จุดเด่นของระแนงไวนิลคือมีน้ำหนักเบา ทนทานไม่แตกหักง่าย สามารถทำความสะอาดเช็ดล้างได้ง่าย

 

ประโยชน์ของระแนง
• ช่วยบดบังและกรองความร้อนจากแสงแดดที่ส่องเข้ามาในส่วนต่างๆ ของบ้าน

• ใช้ตกแต่งเพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับบางมุมของบ้าน เช่น มุมรับแขก หรือมุมสวนดอกไม้

• ใช้ปิดบังพื้นที่บางส่วน เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว ทำให้การใช้งานพื้นที่สะดวกและคล่องตัวมากขึ้น

• ระแนงอาจนำมาใช้แทนหลังคา เพื่อให้พื้นที่ส่วนนั้นดูปลอดโปร่ง โล่ง สบาย เหมาะแก่การพักผ่อน

 

การใช้ระแนงในส่วนต่างๆ ของบ้าน
• ระแนงบังแดด ช่วยลดการสะท้อนของแสงแดดให้เข้ามาภายในบ้านน้อยลง ทำให้บ้านได้รับลมและแสงในปริมาณที่พอเหมาะพอดี ช่วยให้บรรยากาศดูปลอดโปร่ง โล่ง สบาย และอากาศถ่ายเทสะดวกมากขึ้น

• ระแนงรั้ว ช่วยบดบังสายตาจากภายนอกที่มองเข้ามาในบ้าน ระแนงรั้วจะให้ความรู้สึกสบายตา ไม่อึดอัดเท่ารั้วปูนหรือรั้วเหล็ก และยังเสริมความเป็นบ้านสไตล์สวน หรือบ้านสไตล์รีสอร์ทได้อย่างดี

• สวนตั้งไม้ระแนง ในปัจจุบันการจัดสวนด้วยระแนงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยการใช้ระแนงในการจัดสวนเป็นแนวตั้งจะใช้เพื่อแขวนกระถางต้นไม้ หรือปลูกไม้เลื้อย จะเสริมหพื้นที่มีความสวยงามกลมกลืนเป็นธรรมชาติ

• ซุ้มนั่งเล่นไม้ระแนง การนำระแนงมาจัดเป็นซุ้มนั่งเล่นพักผ่อนจะช่วยเสริมและเติมความรู้สึกให้ใกล้ชิดธรรมชาติ เมื่อสมาชิกในบ้านใช้พื้นที่ดังกล่าวนั่งพักผ่อน อ่านหนังสือ หรือทำกิจกรรมยามว่างก็จะได้บรรยากาศที่ลงตัว

 

ระแนงเป็นอีกส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมให้บ้านดูโปร่ง โล่ง มีอากาศถ่ายเทสะดวก และทำให้บรรยากาศโดยรวมดูผ่อนคลาย ทั้งยังช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้า เพราะระแนงช่วยตัดทอนแสงให้เข้าถึงบ้านได้อย่างพอดี ไม่ร้อนจนเกินไป และยังมีช่องว่างที่ทำให้ลมสามารถพัดผ่านได้อย่างสะดวกอีกด้วย

 

ออกแบบบ้าน    

ประกาศรายชื่อผู้ชนะรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 29

สุพรรณหงส์

สรุปรายชื่อผู้ชนะรางวัล ภาพยนตร์ แห่งชาติ ” สุพรรณหงส์ ” ครั้งที่ 29 “ฮักหนังไทย”

Where We Belong – ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า
ได้รับรางวัล :
– ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
– ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (คงเดช จาตุรันต์รัศมี)
– บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
– ผู้แสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (แพรวา สุธรรมพงษ์)
– ลำดับภาพยอดเยี่ยม
– ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม

 

แสงกระสือ
ได้รับรางวัล :
– ผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (ภัณฑิรา พิพิธยากร)
– กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม
– เทคนิคพิเศษการแต่งหน้ายอดเยี่ยม
– เทคนิคการสร้างภาพพิเศษยอดเยี่ยม
– ถ่ายภาพยอดเยี่ยม
– บันทึกเสียงและผสมเสียงยอดเยี่ยม

 

ดิว ไปด้วยกันนะ
ได้รับรางวัล :
– ผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม (ศดานนท์ ดุรงคเวโรจน์)

 

จอมขมังเวทย์ 2020
ได้รับรางวัล :
– ผู้แสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (จิรายุ ตันตระกูล)

 

ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ
ได้รับรางวัล :
– เพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (เพลง : ทิ้งแต่เก็บ ศิลปิน : The Toy)

 

ขุนแผน ฟ้าฟื้น
ได้รับรางวัล :
– ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม (ประภากาศ อังศุสิงห์, สุกัญญา มะเรืองประดิษฐ์)

 

School Town King – แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน
ได้รับรางวัล :
– ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม

ดูหนังออนไลน์

7 เรื่องน่ารู้กับหนัง Chaos Walking ของ ท็อดด์ ฮิววิตต์ เด็กหนุ่มพลังวิเศษ

Chaos Walking

เตรียมผจญภัยปฎิวัติโลกไปภาพยนตร์ที่คุณไม่ควรพลาดในปีนี้กับ ” Chaos Walking จิตปฏิวัติโลก” กับเรื่องราวของ “ท็อดด์ ฮิววิตต์” เด็กหนุ่มที่อายุน้อยที่สุดของเมืองเพรนทิสทาวน์ และกำลังจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ท่ามกลางโลกอนาคตที่ไม่มีมนุษย์ผู้หญิงหลงเหลืออยู่ โลกที่เต็มไปด้วย พลังแห่งเสียงคิด ของผู้ชายทุกคนในเมือง แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นไปอย่างนั้น เมื่อท็อดด์กลายเป็นผู้ที่กุมความลับบางอย่าง ทำให้เขาต้องออกจากเมืองเกิดเพื่อหนีภัยที่กำลังจะเข้ามา และได้เจอกับผู้หญิงคนแรกในชีวิตของเขา ก่อนทั้งสองต้องร่วมเผชิญปริศนาปฏิวัติโลกในครั้งนี้

เปิด 7 ข้อน่ารู้ของ ท็อดด์ ฮิววิตต์ เด็กหนุ่มที่จะพาคุณผจญภัยครั้งใหม่ในโลกดิสโทเปีย พร้อมการค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ก่อนที่หายนะจะกลับมาเยือนโลกอีกครั้ง

 

 

• ทอม ฮอลแลนด์ เป็น ท็อดด์ ฮิววิตต์
ในปีนี้ไม่มีใครไม่รู้จักพระเอกหนุ่มสุดฮอตอย่าง ทอม ฮอลแลนด์ ที่นอกจากเขาจะเป็นสไปเดอร์แมนคนล่าสุดแล้ว ทอมยังพลิกบทบาทครั้งสำคัญในภาพยนตร์แอ็กชัน-แอดเวนเจอร์ ฟอร์มยักษ์ “Chaos Walking จิตปฏิวัติโลก” รับบทเป็น ท็อดด์ ฮิววิตต์ เด็กหนุ่มผู้เกิดมาพร้อมพลังเสียงคิด ที่ผู้คนสามารถรับรู้ความคิดของกันและกันได้

• ตัวเลือกเพียงหนึ่งเดียว
ทอมเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับบทท็อดด์ เพราะเขาสามารถถ่ายทอดความแกร่งสมชายชาตรี แต่ยังไม่สิ้นความไร้เดียงสาแบบเด็กผู้ชาย ซึ่งนักแสดงที่มีสองคุณสมบัตินี้ในคนเดียวหาไม่ง่ายเลย

 

 

• จุดเปลี่ยนของท็อดด์
เมืองแพนทริสทาวน์ทื่ทอดด์อาศัยอยู่ คนในเมืองจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่เมื่ออายุ 1 ปี 13 เดือน และทอดด์คือเด็กหนุ่มที่มีอายุ 12 ปีกับ 12 เดือน และกำลังจะเป็นผู้ใหญ่ ในอีก 1 เดือน ซึ่งนั่นคือที่มาที่เขาต้องออกไปเผชิญกับสิ่งที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน

• เพื่อนร่วมเดินทาง
แมนซี่ คือ สุนัขคู่ใจ ที่เป็นทั้งเพื่อน พี่ และครอบครัวของท็อดด์ ทีมงานคัดเลือกสุนัขที่จะมารับบทนี้มากมาย และ “วินสตัน” ชนะอย่างเป็นเอกฉันท์ และมาร่วมเข้าฉากทุกตอนร่วมกับท็อดด์

• ผู้หญิงคนแรกในชีวิตของท็อดด์
ไวโอล่าคือต้นตอของเรื่องราวทั้งหมด เธอคือหญิงสาวคนแรกที่ท็อดด์ได้เจอ หลังจากที่เขาต้องออกเดินทางไปสู่โลกภายนอก และนำไปสู่เรื่องราวแห่งการผจญภัย และการหาคำตอบสุดลี้ลับทั้งหมด โดยบทบาทของ “ไวโอล่า” ได้ “เดซี่ ริดลีย์” เจไดสาวสุดแกร่งจาก Star Wars มารับบทเด็กสาวปริศนา ผู้ที่มาพร้อมกับความลับ และความหวังประกบคู่กับทอม

 

 

• เมืองแห่งโลกอนาคตที่ไม่มีความลับ
เมื่อโลกที่เขาอยู่ ชายทุกคนจะสัมผัสความคิดกันและกันได้ หรือที่เรียกกันว่า “พลังเสียงคิด” มันทำให้ผู้ชาย เสียสติ เพราะว่าผู้หญิงสามารถรับรู้ความคิดของพวกเขา แต่เพศหญิงกลับไม่มีเสียงคิด และหลังจากที่ผู้หญิงโดนกำจัดจนสิ้นซากเพราะถูกมองว่าเป็นภัยร้ายแรง ผู้ชายที่เหลืออยู่ต้องทุกข์ทรมานกับเสียงคิดที่ถาโถมเข้ามา แบบ ไม่หยุดหย่อน ท็อดด์ พยายามเอาชนะเสียงคิดตัวเองให้ได้ โดยเฉพาะเมื่อเขาต้องรับมือ กับพวกที่จ้องจะเล่นงานหรือดึงความลับจากเขา ด้วยการท่องชื่อตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีก “ฉันชื่อท็อดด์ ฮิววิตต์ ฉันชื่อท็อดด์ ฮิววิตต์….”

• การผจญภัยครั้งใหม่ และการไขปริศนาที่ซ่อนอยู่ใน Chaos walking
เมื่อการมาของไวโอล่ากลายเป็นปรปักษ์กับทุกคน ท็อดด์และไวโอล่าต้องหนีการตามล่า จากกองทัพของนายก เทศมนตรี พร้อมการผจญภัยเพื่อค้นหาคำตอบของความลับจากโลกที่เขาเติบโตมาทั้งชีวิต

 

ดูหนังออนไลน์

โครง การก่อสร้าง ในยุคปัจจุบัน บทบาทหน้าที่ของ สถาปนิก

การก่อสร้าง

หน้าที่ของ สถาปนิก กับโครง การก่อสร้าง ในยุคปัจจุบัน ในรูปแบบการทำงานส่วนใหญ่ สถาปนิกจะทำสัญญากับ เจ้าของโครงการ (Owner) โดยรับหน้าที่เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการก่อสร้าง ผ่านทางการออกแบบ(Building Design) และการทำแเบบก่อสร้าง(Construction Document) สถาปนิกจะมีที่ปรึกษาผู้ให้คำแนะนำในเรื่องเทคนิคระดับซับซ้อนคือ วิศวกร ซึ่งจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละแขนงเกี่ยวกับการก่อสร้าง

นักวิชาชีพทั้งหมดนี้จะทำงานร่วมกันเป็นทีม ผ่านการประสานงานของสถาปนิก ซึ่งเป็นผู้นำของทีม (Team Leader) และผู้ติดต่อประสานงานระหว่างทีม (Coordinator)เพราะที่ปรึกษาอื่นๆ จะไม่มีใครเข้าใจภาพรวมของโครงการเท่าสถาปนิก

ด้วยสาเหตุของความเข้าใจในโครงการที่มากกว่าสมาชิกในทีมคนอื่นๆ ทำให้สถาปนิกเป็นผู้ที่ติดต่อกับเจ้าของโดยตรงในการทำโครงการ นักวิชาชีพในทีมคนอื่นๆ ที่ต้องการติดต่อกับเจ้าของมักจะทำผ่านสถาปนิก หรือในบางกรณีสถาปนิกจะไม่อนุญาตให้สมาชิกในทีมคนอื่นๆ ติดต่อกับเจ้าของโดยตรงเลย เพราะจะเป็นการเกิดความสับสนในระบบการประสานงานและปฏิบัติการ

ถ้านักวิชาชีพเหล่านี้ทำสัญญาการว่าจ้างกับสถาปนิก สถาปนิกจะมีสถาณภาพเป็นผู้นำของทีมออกแบบ (Leader) แต่ถ้านักวิชาชีพเหล่านี้ทำสัญญาโดยตรงกับเจ้าของ สถาปนิกจะมีสภาณภาพเป็นผู้ประสานงาน (Coordinator) โดยส่วนใหญ่สถาปนิกจะทำสัญญาว่าจ้างกับนักวิชาชีพเหล่านี้เพื่อจะได้เกิดการควบคุมคุณภาพและสั่งการโครงการได้สะดวก แต่ในบางกรณี สถาปนิกอาจจะต้องการหลีกเลี่ยงการทำสัญญากับนักวิชาชีพเหล่านี้ โดยเฉพาะถ้าเป็นโครงการที่ใหญ่เป็นพิเศษที่สถาปนิกต้องมีความรับผิดชอบสูงมาก อาจเกิดความเสี่ยงต่อการรับผิดชอบความเสียหาย (Liability)มากจนไม่คุ้มกับค่าบริการวิชาชีพที่จะได้รับ สถาปนิกจะแนะนำให้เจ้าของโครงการทำสัญญาโดยตรงกับนักวิชาชีพเหล่านั้น

 

สถาปนิก  

6 เรื่องควรรู้ ของ อาชีพ “ สถาปนิก ” ในยุค 2021 และช่วง COVID-19

สถาปนิก เป็น อาชีพ ที่ไม่ต่างจาก อาชีพ อื่นๆ ที่เป็นได้ทั้งพนักงานกินเงินเดือน freelance รับงานอิสระ เปิดบริษัทตัวเอง หรือร่วมงาน project base จะประสบผลสำเร็จในสายอาชีพหรือจะล้มเหลวในยุค Disruption และ COVID-19 นี้ นอกจากสถาบันการศึกษาในฐานะผู้สอน ผู้ให้ความรู้ต้องปรับตัวแล้ว เหนือสิ่งอื่นใดคือจำเป็นต้องปลูกฝังให้ผู้เรียนมีความรู้นอกเหนือจากที่เรียนมา

แล้วความรู้ ที่ควรจะมีติดตัวสำหรับเหล่าว่าที่สถาปนิกในอนาคตควรจะเป็นแบบไหน หรือต้องเพิ่มเติมองค์ความรู้อะไรเพื่อออกไปเผชิญโลกภายนอก จึงอยากแนะนำให้เพิ่มเติมสิ่งเหล่านี้

1.เข้าใจธุรกิจ
สถาปนิกหลายคนมีความสามารถ ฝีมือดี ผลงานเด่น มีความตั้งใจสูง บางคนยิ่งทำยิ่งเจ็บตัว ไม่คุ้มเมื่อเทียบกับความทุ่มเทจนต้องออกมาทำอาชีพเสริมหรือจำใจเปลี่ยนสายงานที่รายได้ดีกว่า ทีนี้ลองคิดวิเคราะห์ต้นทุนการออกแบบว่า ความคิดและเวลาการลงทุน คือ สถานที่ เครื่องมือ และ เงินเดือนพนักงาน ถ้ารู้จักสร้างสมดุลยภาพของ time cost manpower ได้ มีผลงานดีถือว่าเป็นอาชีพที่ผลตอบแทนสูงเลยทีเดียว

2.ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด
สถาปนิกต้องรู้ทุกเรื่อง แต่จะถนัดทุกด้านเป็นเรื่องยาก มักเลือกทำเฉพาะที่สนใจ ชอบ และใช้เครื่องมือที่ถนัด จึงไม่แปลกที่ไม่อยากทำเรื่องที่ตัวเองไม่ค่อยรู้ไม่ถนัด เช่น เก็บเงินลูกค้า ทำการตลาด บริหารบุคคล งบประมาณ งานเอกสาร เป็นต้น ปัจจัยเหล่านี้จะนำไปสู่ความสำเร็จของอาชีพถ้าทำงานเป็นทีม คนที่ชอบออกแบบก็ออกแบบให้เต็มที่ คนที่เก่งการตลาดก็ให้ทำการตลาดคอย present งาน พวกที่ถนัดงานบริหาร มักชอบวางแผน คอยดูต้นทุนกำไรควบคุมคุณภาพ ให้สัมพันธ์กับเวลา ตามที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งหากแต่ละคน ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และสนใจจริงๆ จะทำให้ทำงานสนุก ท้าทายตลอดเวลา และมีความสุข ที่สำคัญ ต้องมีเป้าหมายร่วมและมีแนวคิดไปทิศทางเดียวกันจะทำให้ “คนทำธุรกิจออกแบบ” มีความมั่นคงและยั่งยืน

3.เลือกลูกค้าที่ดี
หมายความว่าการออกแบบให้ผลงานดี มีคุณภาพ ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ปัญหาคือลูกค้าที่ไม่มีคุณภาพ ไม่เข้าใจบทบาท ขาดคุณธรรม เอาเปรียบ และเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ถึงตกลงทำสัญญาไปแล้ว กลับใจไปมา ทำไม่ทำ ไม่แน่นอน จึงปิดงานไม่ได้ ไหลไปไม่มีวันจบสิ้น ฉะนั้น ต้องให้เวลา “ศึกษาตัวตนลูกค้า” เช่น ศึกษาที่มาที่ไปลูกค้า ศึกษานิสัยใจคอของเขา เคยเบี้ยวค่าแบบคนอื่นไหม เคยทำโครงการจริงไหม เคยมีปัญหาเรื่องงานกับทีมอื่นบ้างหรือไม่ เรียกว่าควรเรียนรู้การถอยเมื่อเหตุการณ์วิกฤตโดยไม่เสียเครดิต เรียนรู้สร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าเพื่ออนาคตที่ดี

4.เงินไม่ใช่ดัชนีชี้วัดกำไรขาดทุนเสมอไป
ทุกธุรกิจอยู่ได้จาก “กำไร” คำนวณจากรายได้ลบต้นทุน สำหรับงานออกแบบ กำไรอาจเป็นได้ทั้งเงินและไม่ใช่เงิน เช่น สถาปนิกชุมชนที่ทำเพื่อสังคม งานอนุรักษ์ งานพื้นถิ่น สำหรับสถาปนิกใหม่อาจต้องสร้างผลงานสร้างชื่อเสียงก่อน ฉะนั้น ก่อนที่จะเสนอราคา จำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าเป้าหมายคืออะไร คำนวณต้นทุน เครดิต เราบวกค่าดำเนินการ balance กับกำไร ควรได้ผลตอบแทนในรูปแบบไหน คุ้มไหม

5.ใครคือคนอนุมัติ
สำคัญกว่าค่าแบบ คือ ผลงานนั้น ควรต้องถูกนำไปสร้างจริง บ่อยครั้งสถาปนิกออกแบบสวย ตอบโจทย์การใช้งานได้ดี แต่กลับไม่เคยถูกนำมาสร้างจริงเลย เพราะไม่รู้ว่าใครคือคนอนุมัติ อาจเป็น เจ้าของ คนคุมเงิน หุ้นส่วน ซินแส ภรรยา เลขาฯ ที่ปรึกษา ฯลฯ ซึ่งอาจเป็นคนละคนกับลูกค้าตัวจริง สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ คุณต้องพยายามสร้างระบบความคิดใหม่ แต่ละขั้นตอนการนำเสนอต้องได้คำตอบ Yes จากลูกค้าเท่านั้น ให้ลูกค้า follow ไอเดียที่วางไว้ ถ้าสามารถออกแบบครอบคลุมทุกความต้องการก็จะสามารถลดความเสี่ยงการ reject แบบได้ สถาปนิกส่วนใหญ่ focus ออกแบบเกินไปแต่ไม่ได้ให้ความสำคัญว่าใครคือคนอนุมัติโครงการ

สุดท้าย

6.การตลาด
แม้ว่าผลงานมีคุณภาพ บริหารและบริการได้ดี มีระบบที่ลงตัว แต่ไม่สามารถหาลูกค้าได้ คือ ไม่รู้จักการทำการตลาดนั่นเอง ปัจจุบันลูกค้าใช้เวลาส่วนใหญ่ online นั่นหมายความว่าต้องเรียนรู้วิธีการตลาดเชิงรุกแบบไม่ขายตรง ให้ข้อคิดดีๆ การสร้างสังคม online ในการแบ่งปันองค์ความรู้ ให้ไอเดียแชร์ประสบการณ์การออกแบบ เปลี่ยนจากการตลาด offline ไปเป็น online อาชีพนี้ก็จะก้าวไปข้างหน้าได้ไม่ยากเลย

ที่จริงแล้ว 6 สิ่งที่ควรเรียนรู้เพิ่มเติมดังกล่าวมาแล้วนั้น เป็นเรื่องที่หลายคนทราบดีอยู่แล้ว เพียงแต่คราวนี้คงต้องเน้นรู้ให้จริงทุกข้อ ทำให้ได้ ที่สำคัญ นำไปใช้ให้ครบทุกด้าน และทั้งหมดนี้ในฐานะผู้สอน ผู้ให้ความรู้แก่นักศึกษาสายอาชีพสถาปัตยกรรมจึงต้องนำมาฝังให้กับนักศึกษาด้วย เพราะเราจะไม่ใช่แค่คนออกแบบบ้านอาคารอีกต่อไป

 

สถาปนิก  

รวม 7 มินิ ซีรีย์เกาหลี ที่เหล่า Idol k-pop เปิดตัวศิลปิน ในวงการซีรีย์

Dream Knight : GOT7

รวม 7 มินิ ซีรีย์เกาหลี ที่เหล่า Idol k-pop เปิดตัวศิลปิน ในวงการซีรีย์ ซีรีส์เกาหลี เป็นซีรีส์ที่ได้รับความนิยมมากทั้งในแถบเอเชียและทุก ๆ ประเทศทั่วโลก จุดเด่นของซีรีส์เกาหลีคือ มีนักแสดง โปรดักส์ชั่น พล็อตเรื่องและการกำกับการแสดงที่น่าสนใจ นอกจากผลงานซีรีส์จะโด่งดังแล้ว

กลุ่มไอดอลก็เป็นส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนทำให้ประเทศเกาหลีมีรายได้และโด่งดังไปทั่วโลก แล้วหากมีไอดอลที่คุณชื่นชอบร่วมแสดงในซีรีส์ด้วยล่ะก็ มันก็ยิ่งสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมได้ ซึ่งเราก็เคยแนะนำซีรีส์ที่มีเหล่าไอดอลหญิงและซีรีส์ที่มีเหล่าไอดอลชายร่วมแสดงกันไปแล้ว

หลายคนอาจจะรู้อยู่แล้วว่าก่อนที่จะมาเป็นไอดอลพวกเขาต้องผ่านการฝึกฝนมามากมายทั้งการร้อง การเต้นรวมถึงการแสดงก่อนที่จะได้เดบิวต์อย่างเป็นทางการ ปกติหากทางบริษัทต้องการที่จะเปิดตัวกลุ่มไอดอลมักจะต้องมีการเปิดตัวแบบอลังการ หลายบริษัทเลยปล่อยมินิซีรีส์ Idol Drama ออกมาเพื่อให้ผู้ชมให้ความสนใจและทำความรู้จักกับกลุ่มไอดอลมากขึ้น “Idol Drama” หมายถึงซีรีส์ที่มีการแสดงร่วมกันทั้งกลุ่มของไอดอล โดยตัวไอดอลนั้นมีบทบาทสำคัญไม่ใช่แค่ในฐานะแขกรับเชิญแต่เป็นตัวแสดงหลัก ถึงแม้จะเป็นมินิซีรีส์ที่นำเสนอตัวตนของไอดอลแต่ก็มีพล็อตเรื่องที่น่าทึ่งและน่าสนใจมาก วันนี้เราเลยจะขอแนะนำ “มินิ Idol Drama จำนวน 7 เรื่องที่ใช้เพื่อเปิดตัวกลุ่มศิลปินไอดอล”

1. Dream Knight : GOT7

GOT7 เป็นวงบอยแบนด์ K-Pop ของเกาหลีใต้ที่ได้รับการก่อตั้งโดย JYP Entertainment วง GOT7 ประกอบด้วยสมาชิก 7 คน ได้แก่ เจบี, จินยอง, มาร์ค, แจ็คสัน, ยองแจ, แบมแบม และยูคยอม โดยสมาชิกทั้งหมดมี 4 สัญชาติทั้งเกาหลี, ไทย, อเมริกัน และฮ่องกง

GOT7 เริ่มเดบิวต์เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2014 ด้วยการเปิดตัวอัลบั้มแรกอย่าง Got It ซึ่งติดอันดับ 1 ในชาร์ต World Albums ของ Billboard นับตั้งแต่เดบิวต์พวกเขาทั้ง 7 คนได้เปิดตัวอัลบั้มที่ติดอันดับติดชาร์ตจัดทัวร์รอบโลกหลายครั้งและได้รับรางวัลเพลงมากมายกว่า 55 รางวัล สำหรับปี 2021 นี้ถือเป็นปีที่ 7 ของพวกเขาทั้ง 7 คน อย่างไรก็ตามพวกเขาทั้ง 7 คนก็ได้ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับ JYP Entertainment และจะเริ่มใช้ชีวิตตามเส้นทางของตัวเอง สำหรับมินิซีรีส์ของหนุ่ม ๆ GOT7 มีชื่อว่า Dream Knight

2. Vampire Flower : A-JAX

A-JAX เป็นกลุ่มสมาชิก 4 คนที่เดบิวต์ภายใต้บริษัทอย่าง DSP Media เดิมทีประกอบด้วยสมาชิก 7 คนแต่ต่อมาได้เหลือสมาชิกเพียงแค่ 4 คนเท่านั้น พวกเขาปล่อยเพลงพรีเดบิวต์ “Never Let Go” ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2012 ก่อนจะเดบิวต์อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มิถุนายน 2012 ด้วยซิงเกิ้ล One 4 U สมาชิกทั้ง 4คนได้แก่ โดอู, ฮโยจุน, ซึงจิน และซึงยอบ ล่าสุดตอนนี้ทางวงได้แยกทางกันเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2019 หลังจากสัญญาของสมาชิกหมดลงและตัดสินใจที่จะไม่ต่อสัญญาค่ะ สำหรับมินิซีรีส์ของ A-JAX มีชื่อว่า Vampire Flower

ผลงานของ A-JAX มินิซีรีส์ Vampire Flower

3. After School : Lucky or Not วง 5urprise

5urprise เปิดตัวภายใต้บริษัท Fantagio ในเดือนกันยายน 2013 ประกอบด้วยสมาชิก 5 คนคือ ซอคังจุน, ยูอิล, กงมยอง, คังแทโอ และอีแทฮวาน สมาชิกในกลุ่มนี้จะได้รับการคัดเลือกจาก “Actor′s League” ของ Fantagio ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับการค้นหานักแสดงที่ต้องการและได้รับการฝึกฝนเป็นเวลา 2 ปีก่อนที่จะเปิดตัวในวงการบันเทิง วงนี้แตกต่างจากวงไอดอลที่เริ่มต้นอาชีพในฐานะนักร้องและต่อมาได้ขยายความพยายามในการแสดง 5urprise ทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม พวกเขาเดบิวต์ในฐานะนักแสดงเลย แต่ตอนนี้สมาชิกหลายคนต่างแยกทางกันและไปใช้ชีวิตของตัวเองแล้วค่ะ

4. EXO Next Door : EXO

EXO เป็นสมาชิกบอยแบนด์ที่ได้รับขนานนามว่าเป็น “ราชาแห่งเคป๊อป” EXO เดบิวต์ในปี 2012 และเคยถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่มย่อย : EXO-K (ที่อยู่ในเกาหลี) และ EXO-M (จากประเทศจีน) ทั้งสองกลุ่มย่อยแสดงเป็นภาษาจีนและเกาหลี (และบางครั้งก็เป็นญี่ปุ่น) จนถึงปี 2014 สมาชิกในวงก็เริ่มลดน้อยลงเนื่องจากการต่อสู้ทางกฎหมายต่าง ๆ ในปี 2020 EXO มี

สมาชิก 9 คน ได้แก่ ซูโฮ, ซิวหมิน, เลย์, แบคฮยอน, เฉิน, ชานยอล, ดีโอ, ไค และเซฮุน ตอนนี้พวกเขายังคงมีสัญญากับค่ายเดิมอย่าง SM Entertainment และได้เปลี่ยนชื่อเป็น EXO-L หมายถึง EXO-Love และแฟน ๆ หลายคนที่รักพวกเขาตั้งแต่เริ่มต้นยังคงรักพวกเขาในวันนี้แม้ว่าสมาชิกบางคนจะออกไป

5. Secret Love : KARA

KARA เป็นวงเกิร์ลกรุ๊ปที่เดบิวต์เมือปี ค.ศ. 2007 ในเพลงที่มีชื่อว่า Break It ภายใต้สังกัด DSP Media แต่เดิมมีสมาชิกเพียงแค่ 4 คนได้แก่ นิโคลจอง , ฮันซึงยอน, พักกยูรี และคิมซองฮี ในเวลาต่อมา คิมซองฮี ได้ประกาศลาออกจากวง ทำให้มีการคัดสมาชิกใหม่มา 2 คน คือ คูฮาราและคังจียอง ต่อมานิโคลจองและคังจียอง ประกาศถอนตัวจากวงในเดือนมกราคม ปี 2014 ส่วนสมาชิกที่เหลือได้หมดสัญญาลงและตัดสินใจที่จะไม่ต่อสัญญาจึงตัดสินใจยุบวงในที่สุด มีหลายคนที่เป็นแฟนคลับวงนี้เนื่องจากเป็นซีรีส์เรื่องแรก ๆ เลยที่เปิดตัววงเกิร์ลกรุ๊ป

6. Click Your Heart : NEOZ SCHOOL (SF9)

NEOZ SCHOOL เป็นชื่อของกลุ่มบอยแบนด์อย่างวง SF9 มีสมาชิกทั้งหมด 9 คนภายใต้สังกัด FNC Entertainment พวกเขาเป็นบอยกรุ๊ปวงแรกของ FNC ! SF9 ย่อมาจาก Sensational Feeling 9 SF9 เป็นที่รู้จักอย่างเป็นทางการในชื่อ Neoz Dance Team จากรายการเอาตัวรอดของ FNCE ที่เรียกว่า DOB (Dance or Band) เมื่อก่อนวงนี้มีชื่อว่า NEOZ SCHOO ชื่อนี้ถูกใช้งานในงาน FNC Kingdom Japan 2015 แต่จากนั้น FNC ก็เปลี่ยนชื่อเป็น SF9

โดยไม่มีคำอธิบายใด ๆ พวกเขายังสร้างบัญชี sns และ Youtube ของวงใหม่ด้วย สมาชิกทั้งหมด 9 คนได้แก่ อินซอง, แจยุน, ซูโฮ ,ยังบิน,ดาวอน, ฮวียอง, โรอุน, ยูแทยัง และชานฮี

7. To Be Continued : ASTRO

Astro เป็นวงบอยแบนด์ชาวเกาหลีใต้ภายใต้สังกัด Fantagio เริ่มเดบิวต์ออกมาในปี 2016 Astro ประกอบด้วยสมาชิก 6 คนคือ ชาอึนอู ,มุนบิน, จินจิน, เอ็มเจ,ยุนซานฮา, ร็อคกี้ และยอรึม พวกเขาเดบิวต์พร้อมกับซิงเกิ้ล Hide & Seek และได้รับการจัดอันดับบิลบอร์ดให้เป็นหนึ่งในบอยแบนด์ K-pop ที่ได้รับความนิยมในปี 2016

 

ดูหนังออนไลน์