รีวิวหนัง Late Night (2019) นักแสดงนำ Emma Thompson

Late Night เคยไปเจอคำนิยามในเว็ปไซต์ต่างประเทศถึงหนังเรื่องนี้ว่า ไม่น่าดู หนังคน แก่แสดงนำ ไม่น่าดึงดูดคนตีตั๋วเข้าไปดู และมันคงไม่น่าเวิร์คแน่ๆ ในทีแรกก็คิดแบบนั้น แต่สิ่งที่สะดุดตาตัวเอง ก็คือคะแนนรีวิวจากเว็ปมะเขือก็ไปเข้าไป 80 % และตัวหนังก็อยู่ในชาร์ต 182 ของหนังที่น่าดูปี 2019ในลำดับ 155 พูดกันตามความจริงผมมานั่งดู หนังมันก็เป็นการสะท้อนวิธีคิดวิธีการทำงานสื่อเบื้องหลังทีวี ที่มันต้องมีการพลิกแพลงออกไอเดียใหม่ ให้คนดูผู้ชมรู้สึกสนุกได้สาระ ซึ่งคนทำงานสื่อก็รู้ดีว่า มันต้องแข่งขันกับหลายๆช่องเพื่อนำข้อมูลดีๆไปสู่คนดู ตัวละครนำผู้หญิง 2 คน ที่ไลฟ์สไตล์ชีวิตต่างกันสุดขั้ว ทำให้หนังหรรษากว่าที่คาดคิด

เป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับพิธีกรรายการทอล์คโชว์รอบดึกและชื่อเสียงในวัยชรา เกือบจะมีอยู่เป็นยานพาหนะของ Emma Thompson (Katherine Newbury) Late Nightสามารถทำได้มากกว่านี้ ละครตลก / ละครดึกขึ้นอยู่กับนักแสดงบทและบทสนทนาอย่างแน่นอน นี่คือฟิล์มเจียมเนื้อเจียมตัวที่สามารถบินภายใต้เรดาร์ได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตามคอเมดี้และดราม่าเป็นประเภทที่มีชีวิตชีวาและไม่มีสัญญาณของประเภทที่ชะลอตัว แต่พวกเขาต่อสู้กับการแข่งขันของภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ และความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องใหญ่ ๆ สิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เหล่านี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างอื่น

Late Nigh t จัดการบุคลิกของดาราในขณะที่สร้างสมดุลระหว่างนักแสดงกับนักแสดงสมทบ ภาพยนตร์ที่มีตัวตั้งตัวตีเพียงเรื่องเดียวสามารถเกี่ยวกับรูปนั้นได้อย่างง่ายดายและมีความรู้สึกเล็กน้อยที่ตัวละครจำเป็นต้องเข้ามาเป็นของตัวเองและกลายเป็นที่จดจำ แนวคิดหลักถูกวางไว้อย่างมากกับ Katherine Newbury ของ Emma Thompson และMolly Patel ของMindy Kaling หากการแสดงของพวกเขาไม่ได้ผลสำหรับคุณแสดงว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีปัญหา สคริปต์ (เช่น Kaling) ให้ความฉลาดล้ำสมัยมากมายและบางช่วงเวลาลงสู่พื้นโลก บทสนทนาจัดการระดับมนุษย์มากขึ้นแม้จะมีเนื้อหา มีความรู้สึกว่าดึกแล้วไม่รั้งรอแม้จะเป็นการผลิตด้วยงบประมาณจำนวนมาก สิ่งนี้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการใช้ตัวละครอื่น ๆ อย่างประหยัดซึ่งจะช่วยยับยั้งความซับซ้อนของขอบเขตของภาพยนตร์

บ่อยครั้งที่เวลาเราดูรายการทีวีแล้วพบว่ามันไม่ได้สนุกหรือน่าติดตามอีกต่อไปแล้วทั้งที่เราเคยชอบมันมาก ๆ นั่นมันการประกอบขึ้นของตัวละครต้องหลายฝ่ายหลายบุคคลซึ่งก็แน่นอนว่า ทำให้ยากต่อการควบคุมคุณภาพและในขณะเดียวกันก็ต้องผลิตคอนเทนต์สดใหม่ขโมยหัวใจคนดูให้ได้อย่างต่อเนื่องเราเลยเห็นการปรับเปลี่ยนรายการของรายการหนึ่ง ๆ อยู่ต่าง ๆ เปลี่ยนชื่อช่วงเวลาเพิ่ม – ลดคอนเทนต์หรือหลังคาเปลี่ยนเกียร์

รายละเอียดของการทำรายการเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนต่างประเทศยากจะจินตนาการถึง แต่หนังเรื่องที่เราจะพูดถึงต่อไปนี้ดึกมีให้ครบแถมยังชีวิต“ คนทีวี” ทั้งบังและออกมา ได้อย่างน่าสนใจเรื่องมันมีอยู่ว่าคุณน้าพิธีกรเต้นเรียงแถวหน้าของประเทศกำลังอยู่ในช่วงขาลง แต่เธอกลับไม่รู้ตัวและไม่ยอมลดระดับหรือฟังทีมงานเลยสถานีรถไฟจะปลดเธอเกิด ชุลมุนที่ทั้งสุขและเศร้าในหลายจังหวะร้องว่าหนังที่ผู้บริหารคนดูได้ดีเลยทีเดียว

นี่ยังไม่รวมถึงความล้มเหลวของการเป็นดารา ‘ตาร์หน้าจอของตัวละครหลักในเรื่องด้วยนะปมหงุดหงิดที่ว่าแย่อยู่แล้วแย่ไปกันใหญ่ซึ่งอยู่ในคนที่ดูแสนจะธรรมดาและได้ทั่วไป ตามธรรมมนุษย์เงินเดือนนี้ได้ถูกบอกเล่าและแก้ไขทีละเปลาได้อย่างกลมกล่อมรวมหนังก็นำเสนอประเด็นความไม่กว้างทางสังคมของเสียได้อย่างดีจนเราอดและคิดต่อไม่ได้เลยว่าของทีวีไทย มีอะไรแบบนี้บ้างมั้ยนะสิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่องจะถูกนำไปปรับใช้ได้จริงบ้างรึเปล่า

ข้อดี
.
ด้วยความที่ตัวผมทำงานข่าวทีวีเบื้องหลังมาก่อน พอมาดูหนัง เราจึงเข้าใจเลยว่าการคิดงานประเด็นที่จะนำเสนอออกมาสู่หน้าจอ มันต้องตกผลึกความคิดพอสมควร การทำงานเป็นทีมมันสำคัญ ตัวละครหลักผู้หญิงที่เล่นโดย Emma Johnson เป็นผู้หญิงสูงวัยเจ้านายคนที่ทำหน้าที่พิธีกรหัวรั้น ไม่สนใจลูกน้องตัวเองเลย นอกจากหน้าจอของตัวเอง มันเลยทำให้เธอไม่ค่อยได้รับความเคารพเมื่ออยู่หลังฉากสักเท่าไหร่ มันก็คงคล้ายๆกับองค์กรที่ คนทำงานเบื้องหลังเกลียดหัวหน้าตัวเอง

มีอย่างที่ไหนทำรายการทีวีโชว์มานาน แต่ดันไม่รู้จักลูกน้องตัวเอง ไม่ได้ดั่งใจจะไล่คนออกมันลูกเดียว แถมยังอุดมคติไม่ทำงานกับผู้หญิงอีก จนเหมือนทุกอย่างมาถึงจุดอิ่มตัว เรตติ้งตกจนโดนช่องสั่งให้มีการเปลี่ยนพิธีกร

โอกาสสุดท้ายก็จึงลองเปิดใจรับทีมงานผู้หญิงเข้ามาเขียนบท Mindy Kaling ที่ดูหน้าเหมือนคนอินเดีย โดนเพื่อนร่วมงานผู้ชายแอนตี้ในทีแรก ว่าไร้คุณสมบัติจะมาทำให้รายกการทอล์คโชว์ดีขึ้นได้ สาวอวบไร้ประสบการณ์ทีวีทำงานในโรงผลิตสารเคมี กลับมานั่งวิเคราะห์ถึงปัญหาเกิดดอะไรบ้าง ก่อนจะพบคำตอบ คือช่องว่างระหว่างพิธีกรและลูกน้อง ตามมาด้วยความน่าเบื่อของบทพูดในแต่ละซีนที่ออกอาการมันดูไม่แมตซ์กับสถานการณ์หลายๆจุด เธอจึงนำไอเดียมาปรับแก้ให้รายการมันน่าดู เข้าถึงคนดูได้ง่ายขึ้น ประเด็นนี้แหละคนชอบยิ่งพยายามหาเรื่องราวที่มันกัดจิกเสียดสีสังคม พยายามทำให้คนดูคิดตามประเด็นที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดความรู้สึกจับต้องได้ ตัวหนังค่อนข้างสะท้อนความจริงออกมา ผมรู้สึกว่าดูสนุกกว่าที่คิดเอาไว้ในทีแรก นึถึงสังคมทำงานทีวีที่มันต้องหันหน้าคุยกัน จะแย่งกันชิงดีชิงเด่นไม่ได้ ไม่งั้นก็ยากที่จะทำงานประสบความสำเร็จ

แต่ทั้งหมดทั้งสายงานเราอยากชวนชาวซอยมิลค์ไปดูหนังเรื่องนี้มันบอกเล่าความจริงของชีวิตได้ดีไม่ว่าจะบอกว่าคนเราในทุกสายงานต้องให้ตัวให้ทันสังคมและปริมาณ Gen ใหม่ การบอกเล่าว่าการทำให้งานเป็นทุกอย่างของชีวิตไม่ใช่เรื่องดีและการบอกว่าการเปิดใจรับฟังสิ่งที่อาจไม่เข้าสู่เราตรวจสอบความคิดเห็นก็เป็นประโยชน์ได้เหมือนกันใครสนใจตอนนี้

นักแสดง
.
Emma Thompsonและ Mindy Kaling ยอมรับว่าเคมีนักแสดง 2 คนนี้ช่วยหนังได้เยอะมาก ตัวประกอบในเรื่องไม่มีผลเลย เพราะ Emma และ Mindy คือตัวแบกให้หนังไปในทิศทางเชิงบวก การต่อบทพูดแทบทุกฉากทุกซีนที่เจอหน้ากันใส่กันไม่ยั้ง

คนหนึ่งไม่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเองว่าตกยุคแล้ว อีกคนหนึ่งก็มีพลังงานพิเศษที่จะมาช่วยให้พิธีกรหัวรั้นเจ้านายตัวเองกลับมายืนหยัดในฐานะพิธีกร หนังจึงออกมาในเชิงคอเมดี้ที่ดูมีสาระเพราะหญิง 2 คนนี้แหละ

ข้อเสีย
.
ถ้าจะหามุมไม่ชอบคงไม่มีเพราะการเล่าเรื่อง 102 นาทีมันได้สรุปทุกแง่มุมของคนทำงานเบื้องหลังทีวี ที่ต้องเจอปัญหาอุปสรรค ทั้งเรื่องเรตติ้งความนิยมของคนดูที่มีต่อรายการ หรือแม้กระทั่งสังคมการทำงาน ที่เราไม่รู้ว่าเพื่อนร่วมงานคิดอะไรบ้าง เหยียดอะไรบ้าง
สรุป : ผมรู้สึกเอ็นจอยกับตัวหนังมากๆ ตัวละครหลัก Emma และ Mindy เหมือนขั้วบวกขั้วลบที่ทำให้หนังมีสีสัน มันคือการสรุปเบื้องหลังชีวิตคนทำงานสื่อที่ครบเครื่องเรื่องหนึ่ง วิธีคิดวิธีการสื่อสารค่อนข้างเรียบง่ายตรงไปตรงมา สมควรแล้วที่ตัวหนังถูกลิสต์ไว้เป็นหนึ่งในหนังน่าดูปี 2019

แม้ว่าจะมีภาพสวย ๆ ในช่วงดึกแต่ก็ยังห่างไกลจากจุดโฟกัสของภาพยนตร์และนั่นเป็นส่วนหนึ่งของประเด็น สิ่งที่จัดการคือโทนที่ผลักดันตัวละครสถานการณ์และเรื่องราวมากกว่ารูปแบบหรืออารมณ์ขันซึ่งอาจเป็นความหายนะของภาพยนตร์ ในช่วงดึกอารมณ์ขันมีความเฉพาะเจาะจงสำหรับช่วงเวลาและบางครั้งก็หยาบคายเล็กน้อยซึ่งทำให้ภาพยนตร์มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น สิ่งนี้มีประโยชน์ต่อภาพยนตร์เรื่องนี้เพราะช่วยให้ตัวละครรู้สึกสมจริงและใกล้ชิดมากขึ้นคุณสามารถมองเห็นด้านที่แท้จริงของพวกเขาได้ การโฟกัสสำหรับช่วงดึกนี้มีความเสี่ยง แต่จะถูกดึงออกด้วยความสมดุลที่ดี ดึกดื่น เล่นได้อย่างปลอดภัย แต่ก็อยู่บนขอบอย่างแปลกประหลาด สนุกสนานและคาดเดาไม่ได้พอสมควร แต่ด้วยพล็อตพื้นฐานเป็นแบบดั้งเดิมในขณะที่ไม่เคยผลักดันสิ่งต่างๆให้น่าจดจำเกินไป

ดูหนังออนไลน์ Late Night 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *