รีวิว The Knight Before Christmas (2019) อัศวินก่อนวันคริสต์มาส

The Knight Before Christmas

The Knight Before Christmas เป็นภาพยนตร์รัก โรแมนติก แนวถนัดของ Netflix อีกเช่นเคย โดยเรื่องนี้จะเป็นเรื่องราวของอัศวินหน้าตาดี Sir Cole ที่ถูกส่งตัวมายังโลกอนาคตเพื่อทำภารกิจบางอย่างซึ่งเจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าภารกิจของตัวเองคืออะไร ซึ่งแน่นอนเมื่อพระเอกของเรามาถึงอนาคตก็ต้องแปลกตาเป็นธรรมดาเพราะหลายๆอย่างมันต่างจากยุคของเขา จนกระทั่งเขาได้มาพบกับนางเอกแสนสวย Brooke ผู้ที่กำลังอกหักและอยากพบกับรักแท้ เมื่อทั้งสองเจอกันครั้งแรกเรื่องราววุ่นๆก็เริ่มต้นขึ้น หากอยากรู้ว่าเรื่องราวของเขาทั้งสองจะเป็นอย่างไรต้องตามไปดูกันเอาเองนะครับ แอดไม่อยากจะรีวิวจนสปอยมากเกินไป เดี๋ยวดูแล้วจะไม่สนุกกัน

เรื่องย่อ – “เซอร์โคล” อัศวินรูปงามในยุคกลาง ระหว่างกำลังขี่ม้าเพื่อกลับปราสาท ลึกเข้าไปในป่าแห่งนอริช 18 ธันวาคม ปี 1334 เขาได้เจอกับหญิงเฒ่าคนหนึ่งหลบอยู่ที่ต้นไม้ ท่ามกลางหิมะปกคลุมรอบด้าน ด้วยอาการหนาวสั่น เธอได้กล่าวกับเขาว่า
น้องชายของเขาจะได้เป็นอัศวินในวันคริสต์มาสนี้
หญิงเฒ่าผู้มีพลังวิเศษราวกับแม่มด รู้สึกเห็นถึงความมีน้ำใจที่ เซอร์โคล เป็นห่วงเธอโดยบอกว่าจะพาเธอไปยังที่ที่ปลอดภัย จากนั้นหญิงเฒ่าจึงได้บอกบางสิ่งกับ เซอร์โคล ว่า เธอมีภารกิจให้ทำ โดย เซอร์โคล อาจจะได้ท่องไปในดินแดนแสนไกล เดินทางข้ามเวลาไปยังอีกยุคหนึ่ง และได้เห็นสิ่งต่าง ๆ มากมายที่ไม่คาดฝัน ภารกิจที่หญิงเฒ่าให้เขาตามหานั่นคือ “พรมลิขิต” ถ้า เซอร์โคล ทำภารกิจนี้ได้ทันเวลาเขาจะได้เป็นอัศวินเต็มตัว จากนั้นเธอก็ได้มอบลูกแก้ววิเศษส่องแสงให้กับเขา ทันใดนั้นตัวของ เซอร์โคล ก็ค่อย ๆ สลายหายไปและปรากฏตัวยังอีกภพหนึ่งในโอไฮโอยุคปัจจุบัน เขาได้พบเจอกับ สิ่งรอบกายที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และดูตื่นเต้นมาก

ในงานก่อนวันคริสต์มาสที่จัดขึ้น เขาเดินสวนผู้คนไปมา โดยที่คนเหล่านั้นนึกว่าเขาคือผู้แสดงในงานเช่นกัน เพราะ เซอร์โคล ยังอยู่ในชุดอัศวิน จึงมีแต่คนขอถ่ายรูปกับเขา

เซอร์โคล พยายามเดินตามหาม้าคู่ใจของเขาโดยไม่รู้เลยว่าตัวเองนั้นหลุดมายังยุคปัจจุบันแล้ว
เขายังดูงง ๆ และตื่นตกใจ กับสถานที่และสิ่งของต่าง ๆ แต่ทันใดนั้น เขาก็ได้พบเจอกับ บรู๊ค หญิงสาว ครูสอนวิทยาศาสตร์ ชั้น ม.ปลาย ซึ่งบังเอิญ
เดินชนกันในงาน แต่เวลาผ่านไปทั้งสองก็ได้เจอกันอีก เพราะ กรู๊ค เกิดโดนหิมะปกคลุมกระจกรถของเธอ ทำให้มองไม่เห็นทางและพุ่งชนเข้ากับ เซอร์โคล ที่ยืนงง ๆ อยู่กลางถนนท่ามกลางหิมะ

กรู๊ค เธอจึงรู้สึกผิดมาก แต่ดีที่ชุดเกาะของเขาหนาแน่นมาก เลยไม่เป็นอะไร และเมื่อได้พูดคุยกับเขาก็รู้สึกว่าเขาน่าจะไม่มีพิษภัยอะไร ด้วยเธอนั้นโตเป็นผู้ใหญ่ที่พอจะมีประสบการณ์ในการมองคนอยู่บ้าง เลยตัดสินใจพา เซอร์โคล กลับบ้านของเธอ เพราะคิดว่าเขาไม่มีที่พักอาศัยและน่าจะสติไม่ดี พร่ำบอกว่าตัวเองเป็นอัศวินยุคกลาง

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อ เมื่ออัศวินในยุคกลางทศวรรษที่ 14 ถูกเวทมนตร์แม่มดส่งตัวมายังโอไฮโอยุคปัจจุบัน เพื่อทำภารกิจบางอย่างที่เรียกว่าพรมลิขิต..

นักแสดงนำโดย : วาเนสซา ฮัดเจนส์ รับบทเป็น บรู๊ค , จอช ไวท์เฮ้าส์ รับบทเป็น เซอร์โคล , เอมานูแอล ชริคกี รับบทเป็น แมดส์

ผู้กำกับ : โมนิกา มิตเชลล์

นอกจากเรื่องความรักของพระเอกนางเอกแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ยังเสนอรูปแบบความรักของครอบครัวให้คนดูได้ซึ้งใจกันอีกด้วย แถมบรรยากาศวันคริสต์มาสของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ไม่เลวเพราะระหว่างที่ดูนั้นทำให้คนดูหลงใหลได้ไม่แพ้กัน เอาเป็นว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้มีดีแค่เรื่องรักๆอย่างแน่นอนฟันธง

อีกหนึ่งหนังรักวันคริสต์มาสของ Netflix ที่เข้ามาเยอะเหลือเกิน หนังว่าด้วยพล็อตเชยๆ ข้ามเวลามาพบรัก ซึ่งเมื่อดูแล้วก็พบว่าหนังเดินตามสูตรตรงแหน่ว ออกแนวหนังน้ำเน่าละครหลังข่าวบ้านเราแบบนั้นเลย แต่ว่าบางทีอะไรที่มันง่ายๆ เน่าๆ เบาๆ แบบนี้ก็ดูได้เพลินๆ เหมาะแก่การเปิดรับชมกับครอบครัว หรือคู้รักเปิดดูด้วยกันก็เหมาะดีเหมือนกัน

แม้ว่าพล็อตหนังจะน้ำเน่ามาก แต่เนื้อในหนังก็ไม่ได้เลวร้ายหรือแย่เกินทนอะไร หนังเดินเรื่องราบเรียบเดาได้หมดจนจบ แต่ในความราบเรียบก็ดูไปยิ้มไปกับความเปิ่นของเรื่องนี้ได้เหมือนกัน ซึ่งแน่นอนว่าความเปิ่นนั่นมาจากการที่พระเอกเป็นอัศวินยุคกลางที่ข้ามเวลามาจากเวทย์มนต์ของหญิงชราในป่าลึกลับ ซึ่งบอกใบ้เขาว่าต้องทำภารกิจให้สำเร็จให้ทันก่อนเที่ยงคืนวันคริสต์อีฟ โดยไม่บอกว่าคืออะไร? เมื่อมาเจอกับโลกยุคปัจจุบันก็ยังติดใช้ศัพท์เชยๆ จากยุคกลาง จนทำให้คนคิดว่าเขาสติไม่ดี แม้แต่นางเอกก็ด้วย แต่เธอก็เล่นตามน้ำสมมุติเออออกับพระเอกไปตามเรื่องราวเพื่อชดเชยความผิดที่ขับรถชนเขา ซึ่งความสนุกของเรื่องคือการที่พระเอกได้มาเจออุปกรณ์ไฮเทคต่างๆ ในยุคนี้ ซึ่งเรื่องอื่นแนวนี้อาจจะยังเป็นของทั่วไป แต่กับเรื่องนี้หนังหยิบจับอะไรที่ไฮเทคจริงๆ อย่างที่บ้านเรายังไม่ค่อยได้ใช้กันเลยอย่าง Amazon Alexa ลำโพงอัจฉริยะที่สั่งการด้วยเสียงใช้้เปิดเพลงในบ้าน หรือ “มุกกล่องวิเศษ” ซึ่งก็คือสมาร์ททีวีที่ดู Netflix ได้ หนังเอาความจริงของคนดูเน็ตฟลิกซ์มาล้อได้อย่างขำขันน่ารัก เมื่ออัศวินยุคกลางติดเน็ตฟลิกซ์งอมแงมโต้รุ่งกับนางเอก แบบไหนว่าตอนเดียวไง:) ซึ่งหนังใส่มาเต็มๆ หลากฉากเอาซะฮา แต่นอกเหนือจากพวกมุกใช้อุปกรณ์ไฮเทคผิดที่ผิดทางแล้ว มุกตลกทั่วไปก็ไม่เท่าไหร่ อาจจะเพราะมีหนังแนวนี้ออกมาเยอะแล้วก็เลยเฉยๆ แต่ก็อย่างที่บอกไปหนังดูง่ายๆ เบาๆ พระเอกหล่อเปิ่นน่ารัก มีฉากโชว์ซิกแพ็ค ถ้าสาวๆ ดูก็คงถูกใจกว่าผู้ชายอย่างผมดูแน่นอนครับ

หนังได้ Vanessa Hudgens นางเอกหนังโรงมาเล่น ซึ่งก็ดูเข้ากับบทครูสาวใจบุญนิสัยดี ส่วนพระเอกก็ได้ดาราที่ยังโนเนม Josh Whitehouse แต่ก็เล่นได้ดีดูเปิ่นน่ารักหล่อครบสูตร ซึ่งเห็นมีแฟนคลับที่ต่างประเทศอยู่เหมือนกัน ไม่แน่ว่าสาวๆ ดูหนังเรื่องนี้แล้วอาจจะไปสมัครเป็นแฟนคลับเขาเพิ่มได้ก็ได้ เพราะหล่อจริงและยังเล่นได้ดีสมบทบาทด้วย

หนังเล่นประเด็นเรื่องนางเอกผิดหวังกับความรัก จนไม่เชื่อว่ารักแท้มีจริง ซึ่งพ่วงกับการที่ไม่เชื่อว่าพระเอกมาจากยุคกลางจริงๆ เพราะการเดินทางข้ามเวลาไม่มีจริงในความคิดของนางเอก ก่อนที่จะโดนสอนว่าคุณเชื่อเฉพาะสิ่งที่คุณรู้เท่านั้นหรือ? ซึ่งก็กลายเป็นกระตุกให้นางเอกคิดได้ว่า รักแท้ก็เหมือนไทม์ทราเวล แค่ยังพิสูจน์ไม่ได้ไม่ใช่ว่าจะไม่มีอยู่จริง ซึ่งหนังก็หาทางให้เรื่องราวแฮปปี้เอนดิ้งได้ตามสูตร แม้จะดูง่ายไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้เสียหายอะไรครับ

อย่างที่แอดเกริ่นไปตอนแรกนั้นว่าหนังเรื่องนี้จะเป็นพล็อตเรื่องเดิมๆ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ แต่มันก็เป็นหนังที่เราสามารถดูได้แบบเพลินๆ ดูแล้วมันก็น่ารักไปอีกแบบหนึ่งนะ โดยหนังเรื่องนี้เหมาะกับการดูพร้อมกับครอบครัว หรือจะดูกับแฟนก็ฟินสุดๆเลยล่ะ

ซึ่งหลังจากที่แอดได้ดูแล้วแอดก็ยังอดอมยิ้มกับความเปิ่นๆของพระเอกของเราไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นคำศัพท์เชยๆที่เขาเคยใช้ในยุคกลาง หรือแม้แต่การกระทำที่แปลกๆของพระเอกในเวลาที่เจออุปกรณ์ล้ำสมัยในปัจจุบันนั่นเอง เอาเป็นว่าสำหรับใครที่กำลังมองหาหนังรักเบาๆสบายสมอง

ถึงหนังจะดูสนุก เพลินๆ ชิลๆ มีตลกน่ารักกำลังดี แต่สิ่งที่หนังพลาดไปคือการเล่าเรื่องที่ยืดเยื้อตั้งแต่ช่วงกลางเรื่องไปเหมือนหนังไม่ยอมเดินหน้าไปไหน ทั้งๆ ที่รู้ว่ามีเวลาจำกัดแค่ไม่กี่วันในเรื่อง แต่หนังใช้เวลาจำกัดในเรื่องได้ไม่คุ้มเท่าไหร่ ดูเนือยๆ จนตอนแรกที่สนุกๆ ทำเอาหาวตอนหลังได้เลยครับ

 

ดูหนังออนไลน์ The Knight Before Christmas

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *