รีวิวหนัง Uncorked (2020) บ่มรักสู่ฝัน หนุ่มวัยรุ่นผิวดำ เอไลจาห์

Uncorked

รีวิวหนัง Uncorked (2020) บ่มรักสู่ฝัน  หนุ่มวัยรุ่นผิวดำ เอไลจาห์ (มาโมดู เอธี) ที่หันเหตัวเองออกจากการเรียนมหาวิทยาลัย ไปสู่เส้นทางความฝันในการเป็น “มาสเตอร์ ซอมเมลิเยร์ (Sommelier Master)” ผู้เชี่ยวชาญไวน์ที่มีเพียงน้อยนิดในโลกให้เป็นจริง ในขณะเดียวกันก็ต้องแบกความหวังของพ่อในการรับช่วงต่อร้านบาร์บีคิวชื่อดังของครอบครัวในเมมฟิสไปด้วย พล็อตหนังวัยรุ่นสร้างแรงบันดาลใจไปสู่เส้นทางฝัน ในอาชีพที่ต้องเรียกว่าแปลกใหม่ยังไม่มีใครเคยทำมาก่อน อย่างการเป็น “มาสเตอร์ ซอมเมลิเยร์”

Uncorked บ่มรักสู่ฝัน เป็นหนังที่เล่าถึงเรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ “เอไลจาห์” ที่เขามีความชื่นชอบและหลงใหล่ในไวน์ ด้วยรสนิยมความชอบและความหลงใหลนี้เองจึงทำให้เขามีความมุ่งมั่นที่จะไต่เต้าขึ้นมาเป็นซอมเมอลิเยร์มือหนึ่งให้ได้ แต่ทว่าเส้นทางความฝันของเขานั้นไม่ได้ง่ายเลย เนื่องจากว่าตัวเขาเองนั้นทางครอบครัวได้มีธุรกิจบาร์บีคิวอยู่แล้ว ย่อมเป็นที่คาดหวังของพ่อว่าเขาจะมารับช่วงกิจการธุรกิจนี้ต่อ เรื่องราวระหว่างความรัก ความสัมพันธ์ การเสียสละ และการทำตามความฝันของพ่อลูกจะเป็นอย่างไรต่อไป

อีกเรื่องที่อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายของความดราม่าและโรแมนซ์ เป็นหนังที่จะทำให้เราจุดไฟในตัวติดอีกครั้ง และเดินไปในเส้นทางที่เราจะต้องลุกขึ้นมาเพื่อทำให้มันกลายเป็นจริง

ซึ่งนอกจากจะเจาะลึกเรื่องราวของอาชีพนี้ไว้ดีพอสมควรแล้ว ก็ยังเป็นหนังของคนผิวดำที่ไม่มีความรุนแรง ไม่มีแก๊ง ไม่มียาเสพติด ไม่มีเรื่องของอาชญากรรมมาเกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อย ซึ่งหาได้ยากเหมือนกันกับการทำหนังคนผิวดำที่บทดูเรียบง่ายเรียลๆ มีความเป็นธรรมชาติในเรื่องราวที่แทบจะไม่ปรุงแต่งอะไรให้เป็นหวือหวา แต่พุ่งเป้าเจาะลึกการก้าวเข้ามาสู่โลกของอาชีพที่มีคนรู้จักน้อยมาก และก็มีคนที่เป็นได้เพียงน้อยนิดในโลก ซึ่งในเรื่องระบุไว้แค่ 230 คน

คนดูจะได้เห็นตั้งแต่จุดเริ่มของอาชีพซอมเมลิเยร์ ที่พระเอกทำงานในร้านขายไวน์แล้วมีเจ้าของร้านเป็นซอมเมลิเยร์คนหนึ่งที่มีหน้าที่เลือกซื้อไวน์จากทั่วโลกมาขาย ซึ่งมีรายละเอียดแตกต่างกันมากมายหลายพันชนิด แล้วก็ได้เห็นเรื่องราวการก้าวขาเข้าไปในโลกของซอมเมลิเยร์ที่ต้องสอบเข้าโรงเรียน Sommelier school ที่ค่าเรียนก็แพง แถมยังต้องมีการเดินทางไปปารีสเมืองแห่งไวน์ด้วยค่าใช้จ่ายที่เกินตัวไปมาก จนเกิดความขัดแย้งกับพ่อที่หวังให้ลูกสืบทอดร้านของตระกูลมาตลอด

ในขณะที่แม่สนับสนุนให้ลูกไปตามฝัน แต่หนังก็ไม่ได้เน้นปมขัดแย้งดราม่าจนเกินเลยไปนัก เรื่องยังอยู่ในระดับพอดีๆ ที่ทั้งสองฝ่ายพอจูนกันได้ แม้ว่าพ่อจะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ลูกฝันไว้ก็ตามหนังไล่ลำดับเรื่องไปแบบเรียบๆ ให้เห็นว่าการเป็นซอมเมลิเยร์ไม่ใช่แค่ไม่ง่าย แต่ต้องบอกว่ายากในระดับที่สมกับมีเพียง 230 คนในโลก ต้องถือว่าตัวเรื่องถ่ายทอดเรื่องราวของการมาเป็นซอมเมลิเยร์ได้ละเอียดมาก ซึ่งทั้งเรื่องมีแต่ชื่อไวน์แปลกๆ สถานะเคมี

การรับรู้รส จุกไม้ก๊อก และอะไรอื่นๆ ที่เป็นส่วนประกอบมากมายเกินกว่าเราคนดูหรือแม้แต่คนกินไวน์จะเคยรับรู้กัน คนที่จดจำและแม่นยำกับการจำแนกไวน์ขนาดนั้นจึงเป็นความสามารถเฉพาะตัวที่หาได้ยากมากของอาชีพนี้ ซึ่งต้องมีการสอบสุดหินที่ห้ามผิดพลาดเลยแม้แต่นิดเดียวถึงจะได้รับสิทธิการเป็น “มาสเตอร์ ซอมเมลิเยร์” ได้ ซึ่งถ้าถามว่าอาชีพนี้สำคัญยังไง ในเรื่องมีคำตอบไว้โดยละเอียดอยู่แล้วว่า

เป็นเหมือนบ๋อยชั้นสูงของร้านอาหารที่มีไวน์ไว้บริการ ซึ่งไม่ใช่แค่การแนะนำไวน์ให้เข้ากับอาหาร แต่ยังรวมถึงวิธีการดูแลเสิร์ฟ และจิตวิทยาในการรับมือกับลูกค้าที่อาจจะวีนไม่พอใจได้ทุกเมื่อถ้าแนะนำไม่เข้าหู

แม้แต่การอ่านที่มาเชื้อชาติของแขกให้เข้ากับไวน์ก็รวมอยู่ในความสามารถของซอมเมลิเยร์ด้วยเช่นกันดาราในเรื่องอย่างที่รับบท เอไลจาห์ ก็แสดงได้ดีมาก ดูเป็นหนุ่มผิวดำที่สุภาพเรียบร้อย มีความลุ่มลึกละเมียดละไมเวลาสนใจไวน์จริงจัง ในขณะเดียวกันก็เป็นลูกที่แอบขบถต่อพ่ออยู่เนืองๆ ซึ่งดราม่าระหว่างพ่อกับลูกก็มีบทสรุปที่ลงตัวแบบไม่ต้องบิ้วอะไรมากมาย หนังทำอารมณ์ออกมาได้เรียบง่ายแต่เป็นไปตามจริงที่ควรจะเป็นจนจบเรื่อง ที่แม้อาจจะเรียบๆ แต่กลับให้ความรู้สึกสร้างฝันได้แรงบันดาลใจไม่น้อยเลย

นี่เป็นหนังที่อาจจะไม่ได้โดดเด่นในเรื่องบิ้วอารมณ์อะไรนัก แต่ก็มาพร้อมกับเรื่องราวดีๆ ของอาชีพซอมเมลิเยร์ที่หาดูได้ยาก ดูจบแล้วอิ่มเอมเบาๆ ลงตัว แถมได้ความรู้เรื่องไวน์ไปอีกเป็นลังครับ

จุดเด่น

  • เจาะลึกโลกของการเป็นผู้เชี่ยวชาญไวน์
    นักแสดงตัวเอกหลักหล่อสุมขุมนุ่มลึก
    หนังคนดำที่บทเป็นธรรมชาติ ไร้ความรุนแรงใดๆ มาเกี่ยวข้อง

จุดด้อย

  • เรื่องราวเรียบๆ เป็นธรรมชาติไม่ได้ประดิษฐ์อะไรมากอาจจะไม่ถูกใจคนดูที่ชอบแนวบิ้วอารมณ์ดราม่า
  • ตัวละครสมทบบางคนที่โดดเด่นกลับถูกตัดออกจากเรื่องกลางทางจนรู้สึกน่าเสียดาย

 

สรุป เป็นหนังที่คนดูจะได้เรื่องราวความรู้เกี่ยวกับไวน์ไปเต็มๆ แบบไม่มีกั๊ก เป็นหนังที่ทำเกี่ยวกับอาชีพที่ปัจจุบันก็ยังมีน้อยคนนักที่ทำอาชีพนี้ในโลก ซึ่งก็ถือว่าเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งที่ตัวหนังจะพาให้เราไปเห็นเลยก็ว่าได้

ซึ่งหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ไม่ได้มีประเด็นอะไรที่มันฉูดฉาด แต่เป็นหนังที่นุ่มลึกเดินเรื่องได้อย่างน่าติดตาม โดยเฉพาะนักแสดงหนุ่มที่แสดงออกมาได้ดีเยี่ยมรับรู้ถึงความฝันและอุปนิสัยของเขาได้ออกมาเป็นอย่างดี

หนังเรื่องนี้ค่อนข้างเป็นหนังที่ใส่ข้อมูลในทุกข้อสงสัยมาได้อย่างชัดเจน เช่น อาชีพนี้มีไว้ทำไม มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง ยากง่ายแค่ไหน เราก็จะได้คำตอบทั้งหมดจากในเรื่อง ซึ่งก็ขอบอกเลยว่าเส้นทางการไปสู่อาชีพนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยทีเดียว

และสำหรับประเด็นดราม่าความขัดแย้งระหว่างพ่อและลูกก็ได้หยิบประเด็นชูออกมาให้เห็นอย่างพอดิบพอดี ไม่ได้มีความขัดแย้งที่ทำให้เราต้องพลอยหนักใจขนาดนั้น แต่มีการคลี่คลายปมเรื่องนี้ได้อย่างเรียบเนียน หากพูดถึงหนังเรื่องนี้ก็คงสรุปได้ว่าเป็นหนังที่เราดูแล้วจะรู้สึกอิ่มเอมทางอารมณ์และยังได้ข้อมูลความรู้เพิ่มเติมมากมาย ซึ่งถือว่าเป็นผลที่ดีมากๆจากการดูหนังเรื่องหนึ่ง

Directed by Prentice Penny
Produced by
  • Prentice Penny
  • Jill Ahrens
  • Ryan Ahrens
  • Ben Renzo
  • Datari Turner
  • Chris Pollack
  • Jason Michael Berman
Written by Prentice Penny
Starring
Music by Hit-Boy
Cinematography Elliot Davis
Edited by Sandra Montiel
Production
companies
Distributed by Netflix
Release date
  • March 27, 2020 (United States)
Running time
104 minutes[1]
Country United States
Language English

ดูหนังออนไลน์ Uncorked

รีวิวหนัง Music And Lyrics (2007) สี่ห้องใจนี้ มีแต่เสียงเธอ

Music And Lyrics

รีวิวหนัง Music And Lyrics (2007) สี่ห้องใจนี้มีแต่เสียงเธอ อเล็กซ์ เฟลทเชอร์ (Hugh Grant) ราชาเพลงอบตกยุครุ่น ‘8 ที่ต้องย่ำต๊อกเดินสายตามงานแฟร์และสวนสนุกนักดนตรีเจ้าเสน่ห์  และเปี่ยมพรสวรค์ได้รับโอกสหวนคืนสู่วงการอีกครั้งเมือ คอร คอร์แมน (Haley Bennett) ราชินีเพลงผู้โด่งดังเชื้อเชิญเขาให้
แต่งเพลงและบันทึกสียงร้องคู่กับเธอ แต่ปัญหาอย่างหนึ่งก็คือ อเล็กซ์ไม่ไต้แต่งเพลงอะไรมาหลายแล้ว เขาไม่เคยจรดปากกา เขี้ยนเนื้อร้องแต่เขาจะต้องแต่งเพลงฮิตขึ้นมาให้ไต้ภายในไม่กี่วัน

เมื่อดนตรีรักกับเนื้อร้อง ครั้งแรกที่หนังโรแมนติกคอเมดี้ใส่เรื่องราวเกี่ยวกับเพลงเข้าไปเป็นแกนหลักวันนี้ ผมจะมาบอกเล่าถึงหนังเรื่องล่าที่ผมได้ดูมา มันไม่ใช่หนังใหม่เพิ่งเข้าโรง มันไม่ใช่หนังซูเปอร์ฮีโร่ หรือหนังที่สร้างการ์ตูนที่แสนจะเห่อทำและดูกันในช่วงนี้ แต่มันเป็นหนังรักโรแมนติกคอมเมดี้ ที่ผมรู้สึกว่า มันเป็นครั้งแรกที่หนังประเภทนี้ ใส่เรื่องราวเกี่ยวกับเพลงเข้าไปเป็นแกนหลัก แถมชื่อมันก็บอกอย่างเต็มๆ เลยละครับ ว่าจงใจจะพูดถึงเรื่องเพลง Music and Lyricsใช่ครับ มันหนังที่แสดงโดย Hugh Grant และ Drew Barrymore สองดาราดัง ฝ่ายชายเป็นที่รู้จักกันดีสำหรับคอหนังรัก เพราะเขาดังมากใน Notting Hill ขณะที่ Drew เป็นที่รู้จักกันสุดๆ จากบทนำใน Charlie’s Angels แต่เธอก็มีผลงานกับหนังรักๆ อยู่หลายเรื่องเหมือนกัน

ในที่สุด พวกเขาก็ตกลงจะมารักในหนังเรื่องนี้ และมันกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวมากๆหนังเปิดตัวด้วยเพลงดังของศิลปินชื่อก้อง “Pop” ที่เคยโด่งดังในช่วง 1980’s ก่อนจะแยกวง คนหนึ่งดัง คนหนึ่งดับ หนังกำลังพูดถึงคนที่กำลังดับ Alex Fletcher (นามสกุลเดียวกับนักฟุตบอลแมนฯยูฯ เลยแฮะ) เขามีงานโชว์เสียงร้องและท่าเต้นสะเด่าเพียงไม่กี่ที่ต่อปีเท่านั้น แต่แล้ววันหนึ่ง

โชคชะตาหรืออะไรก็ไม่ทราบ เขาได้รับการติดต่อจาก Cora – คอร่า ศิลปินชื่อดัง ให้แต่งเพลงให้เขาภายในไม่กี่วัน ในที่สุด เพื่อความอยู่รอดและการกลับมาเกิดใหม่ เขาจำต้องรับงานดังกล่าว ทั้งที่ไม่ได้แต่งเพลงมานานปีแล้ว

แต่โชคชะตาก็มักจะเล่นตลกเสมอในหนังรักตลก เมื่อเขาได้พบกับ Sophie Fisher สาวสวยที่มารดน้ำต้นไม้ให้เขาแทนเพื่อน เขาบังเอิญได้รู้ได้พรสวรรค์ของเธอ จึงชวนเธอมาร่วมแต่งเพลงด้วยกัน ความสัมพันธ์ที่ข้ามผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก พวกเขามีเซ็กซ์กัน กับได้เรียนรู้ปมในอดีตของอีกฝ่าย

แต่แล้วคนแต่งทำนอง กับคนแต่งเนื้อร้อง ก็ถึงวันสะดุด ความแตกแยกของเนื้อกับทำนองที่ควรจะต้องส่งเสริมกัน เพราะทำให้กลายเป็นเพลงที่ลงตัว และสะกดใจคน จำเป็นต้องถูกแก้ไขอย่างรีบด่วน โดยพวกเขาทั้งคู่นั่นแหละที่จะต้องผสานกันเอง ดั่งเนื้อและทำนองที่บรรเลงไปพร้อมกันจนจบเพลง….

ผมว่า หนังสนุกดีนะ มุกฮาก็เพียบ แถมฉากซึ้งๆ ก็โดนดี เพลงก็เพราะมากๆ ทุกวันนี้ ยังได้ยินคนใช้ริงโทนเพลง “Way Back Into Love” อยู่เลย เพราะดีนะ แต่เลี่ยนไปนิด ผมชอบอีกเพลงมากกว่า ที่ Fletcher ร้องกับเปียโนในคอนเสิร์ตอะ ซึ้ง ขำ และเพราะมากๆ

สาวๆ ในเรื่องนี้ น่ารักทุกคน Drew Barrymore เรื่องนี้อวบน้อยลงไปเยอะ แต่หน้าก็ยังกลมๆ อยู่ ผมชอบตอนเธอยิ้มอะแหละ ดูน่ารักมากๆ เลย ยิ้มจริงใจดี

ขณะที่ Haley Bennett สาวหน้าใหม่ที่แสดงเป็นคอร่อ น่ารักมากๆ ขาว หุ่นดี ยิ่มแล้วน่ารัก เธอแสดงในเรื่อง Blood Diamond ด้วยนี่ แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้ดูเลยครับ

อีกคน Spenser Leigh แสดงเป็นลูกสาวผู้จัดการส่วนตัวของ Alex Fletcher น่ารักแบบเด็กๆ อะ

ชื่อภาพยนตร์: Music And Lyrics / สี่ห้องหัวใจนี้ มีแต่เสียงเธอ
ผู้กำกับภาพยนตร์: Marc Lawrence
ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Marc Lawrence
นักแสดงนำ: Hugh Grant, Drew Barrymore, Scott Porter
ความยาว: 95 นาที
ปี: 2007
แนว/ประเภท: Comedy, Music, Romance
อัตราส่วนภาพ: 1.85 : 1
เรท: ไทย/, MPAA/PG-13
วันที่เข้าฉายในประเทศไทย:
สตูดิโอ/ผู้สร้าง/ผู้จัดจำหน่าย: Castle Rock Entertainment, Village Roadshow Pictures, Reserve Room

ดูหนังออนไลน์ Music And Lyrics 

รีวิวหนัง Welcome to Dongmakgol (2005) ยัยตัวจุ้นวุ่นสมรภูมิป่วน

รีวิวหนัง Welcome to Dongmakgol (2005) ยัยตัวจุ้นวุ่นสมรภูมิป่วน  เรื่องของเรื่องคือ มีเครื่องบินของทหารอเมริกันเจอพายุแล้วพลัดบินตกไปในเมืองลับแลของเกาหลี มีชาวบ้านมาช่วยชีวิตเอาไว้ ที่เมืองลับแลแห่งนี้ มีชื่อว่า หมู่บ้าน ทงมักโกล พวกเขาไม่รู้จักเทคโนโลยี ไม่ได้ติดต่อกับโลกภายนอก จึงไม่รู้กระทั่งข้อพิพาทระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ด้วย

(นี่อาจเป็นหมู่บ้านในฝันของเกาหลี…) ไม่ไกลจากนั้น มีการปะทะกันของเครื่องบินรบจากเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ จนเครื่องบินตก นักบินเกาหลีเหนือเสียชีวิตยกเว้นสามคน ที่มีสาวเพี้ยน (จะเรียกว่านางเอกได้ไหมนะ สาวเด่นอยู่คนเดียวเลย) เป็นคนพบและช่วยเหลือพวกเขามายังหมู่บ้าน พวกทหารเกาหลีเหนือ มาพบทหารเกาหลีใต้ 2 คนที่หมู่บ้าน

ก็เลยบังเกิดสถานการณ์ตึงเครียดกันพักใหญ่ เครียดขนาดยกปืนจ่อกัน แต่ชาวบ้านก็ช่างบริสุทธิ์บ้องแบ๊ว ไม่ได้เข้าใจเลยว่าปืนคืออะไร อันตรายใกล้เข้ามาแล้ว และกระทั่งมีการขู่โยนระเบิด… ประเด็นคือ ทำกันอีท่าไหน ระเบิดไปอยู่ในมือสาวบ้า ซึ่งก็สุดท้ายโยนระเบิดไปใส่ยุ้งข้าวโพด ระเบิดจนกลายเป็นป๊อปคอร์นไปเลย

ภาพสวย เข้าใจคิด มุข ทหารเกาหลีสองฝั่ง จึงรู้สึกผิดที่ทำให้ชาวบ้านไม่มีอะไรจะกินในฤดูหนาวจากยุ้งข้าวโพดที่ถูกระเบิดทำลายไป  ทุกคนจึงต้องเข้ามาช่วยชาวบ้านเก็บผัก เก็บพืช เพื่อชดเชยความผิด

ดูหนังออนไลน์ Welcome to Dongmakgol

รีวิวหนัง Hector and the Search for Happiness สัญชาติอังกฤษแนวตลก

รีวิวหนัง Hector and the Search for Happiness เป็นหนัง สัญชาติอังกฤษ แนวตลก ดรามากำกับโดยปีเจอร์ เชลสัมและเขียนบทรวมโดยทิงเกอร์ ลินเซย์ และมาเรีย วอน เฮแลนด์ จากนิยายเรื่องเดียวกันของนักเขียนชาวฝรั่งเศส แฟรงซัวร์ เลลอยด์

ฉบับไทยจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์อมรินทร์ ชื่อเรื่องเอ็คตอร์กับการตามหาความสุขที่หายไป(Le voyage d’Hector ou la recherche du bonheur) แสดงนำโดยซิมอน เพ็ก และโรซามุนด์ ไพค์ แถมเรื่องนี้มี Jean reno เล่นด้วยแต่พี่แกแก่ไปเยอะเหมือนกันค่ะ
เฮคเตอร์เป็นจิตแพทย์แปลกๆผู้มีชีวิตแสนจะธรรมดาปาจิงโกะ ผู้ซึ่งเหนื่อยหน่ายกับชีวิตของเขาเหลือเกิน เขาบอกกับแฟนเขา,คลาร่าว่า เขารู้สึกว่าเหมือนกำลังโกงชาวบ้านหากินอยู่ เนื่องจากให้คำปรึกษาโดยไม่รู้เลยว่าความสุขจริงๆแล้วคืออะไร เขายังไม่เคยใช้ชีวิตจริงๆเลย และเขาให้คำปรึกษาแล้วคนไข้ก็ไม่ได้มีความสุขขึ้น เขาบอกคลาร่าว่าเขาต้องการออกเดินทาง เพื่อไปหาคำตอบว่าความสุขคืออะไร แต่ไม่รู้ว่าจะไปนานขนาดไหน ยังไงก็ตามเขาก็ขอให้คลารารอเขากลับมา (ซึ่งคลาราแอบอึนเพราะไม่รู้ว่าเฮคเตอร์จะกลับมาเมื่อไร)

เฮคเตอร์บินไปจีนชั้น business class นั่งข้างๆกับนักธุรกิจคนหนึ่งที่แปลกพอๆกับเขาชื่อเอ็ดเวิร์ด

เอ็ดเวิร์ดพบว่าเฮคเตอร์พกโน็ตบุคที่เป็นของขวัญจากคลาร่า เพื่อเอาไว้จดบันทึกการเดินทางของเขา พร้อมกับภาพถ่ายเก่าของเฮคเตอร์กับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวานโกลาหลในชีวิตเขาต่อมา

ดูหนังออนไลน์ Hector and the Search for Happiness

รีวิวหนังโรแมนติก Downhill (2020) ดาวน์ฮิลล์ จาก 2 นักแสดงตลกชื่อดัง

รีวิวหนัง Downhill (2020) ดาวน์ฮิลล์  เข้าสู่ช่วงสัปดาห์วันแห่งความรัก หัวใจที่แห้งเหี่ยวจากความผิดหวังของหนังโรแมนติกช่วงวาเลนไทน์ที่ยังไม่เจอหนังที่โดนใจคอหนังรักสักที มาปีนี้เรามีหนึ่งภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดรีเมค Downhill อิงจากหนังดาร์กคอมาดีฟอร์มเล็กจากสวีเดน Force Majeure ที่ไปคว้ารางวัลในเมืองคานส์ จึงถือเป็นมาตรฐานค่อนข้างสูงพอสมควร Downhill ได้ 2 นักแสดงตลกชื่อดังอย่าง Will Ferrell และเจ้าแม่ซิทคอม Julia Louis-Dreyfus มารับบทนำในเรื่องนี้

Downhill เล่าถึงคู่สามีภรรยา พีท และ บิลลี่ พาครอบครัวมาเที่ยวสกีรีสอร์ทบนเทือกเขาแอลป์ในยุโรป แต่แล้วทริปสุขสันต์กลับกลายเป็นหายนะ เมื่อมีอุบัติเหตุหิมะถล่มที่รีสอร์ทของพวกเขา แม้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บอะไร แต่ด้วยความตกใจสุดขีด พีทกลับคว้ามือถือแล้ววิ่งหนีจากครอบครัวไป ทิ้งบิลลี่และลูกชายทั้ง 2 ให้เผชิญกับหิมะถล่มโดยลำพัง และเหตุการณ์นี้ได้สร้างบาดแผลในจิตใจระหว่างบิลลี่และพีทที่ยากเกินเยียวยา
ในเรื่องพีท กลายเป็นพ่อที่ค่อนข้างทำตัวเหมือนเด็ก ยังยึดติดกับความเจ็บปวดหลังจากสูญเสียพ่อไปได้เกือบปี และมีนิสัยเสพติดสมาร์ทโฟมงอมแงม รวมทั้งยังเป็นคนขี้อิจฉาผู้คนบนโลกโซเชียลอย่างมาก จุดนี้ Will Ferrell ตีบทแตกกระจุย โดยเฉพาะซีนที่เป็นจุดเริ่มต้นของหนัง ส่วนที่เหลือเหมือนจะหลุดไปอยู่ในโลกของตัวเองไปหน่อย

ขณะที่ Julia Louis-Dreyfus ในบทบิลลี่ สะท้อนบทคุณแม่อเมริกันในครอบครัวฐานะปานกลางที่เป็นบทถนัดของเธอ และสะท้อนความรู้สึกของผู้หญิงที่เคยมีอิสระในทุกสิ่งทุกอย่าง ก่อนที่จะอุทิศทั้งชีวิตให้ครอบครัวได้ดี บวกกับนักแสดงสมบทอื่นๆที่เข้ามากล้อมแกล้มในเรื่องให้สนุกสนานมีอรรถรสดี

หนังได้เริ่มต้นด้วยจุดที่ว่า “ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้เราจะทำอย่างไร?” และเริ่มพาไปดูการแก้ปัญหาและฝ่าฟันอุปสรรคของพีทและบิลลี่ คู่รักที่แต่งงานกันมานาน และมีคู่รักหนุ่มสาวที่ผลุบๆโผล่ๆมาจับพีทและบิลลี่แยกกันไปใช้ชีวิตของตัวเอง เพื่อให้มีโมเมนต์ในการเป็นอิสระจากชีวิตคู่ดูบ้าง

โดยรวมแล้ว Downhill เป็นหนังที่ไม่สุดสักทาง จะเป็นคอมาดี้ก็ไม่ใช่ จะดราม่าก็ไม่ถึง ถือเป็นอีกเรื่องที่อยู่ในโผหนังรีเมคแบบฮอลลีวู้ดที่ไม่ค่อยถึงพริกถึงขิง และไม่มีหมัดฮุกที่ทำให้คนดูจุกกันไปข้างหนึ่ง โดยรวมเป็นหนังที่พอดูกล้อมแกล้มบนเครื่องบินได้ แต่ไม่แนะนำให้ดูถ้าคิดว่าจะเป็นการเปิดประเด็นสนทนากับคู่รักในช่วงนี้

 

ดูหนังออนไลน์ Downhill

รีวิว Christmas Crossfire (2020) คริสต์มาสระห่ำ ภาพยนต์ จากเยอรมัน

Christmas Crossfire คริสต์มาสระห่ำ ภาพยนต์ จากเยอรมัน เรื่องราวของชายหนุ่มสุดซวยที่เดทกับสาวได้วันเดียวแล้วจะเข้าบ้านเธอ จู่ๆ ก็ต้องเข้าไปห้ามมาเฟียที่กำลังจะฆ่ากัน ทำให้พวกเขาต้องหนีกันจ้าละหวั่นในคืนวันคริสมาสต์สุดป่วนนี้ ดูจากตัวอย่างแล้ว ภาพยนต์เรื่องนี้จะเป็นแนวตลกร้าย แอบจิกกัดเสียดสีสังคมในบ้านเขาอย่างเยอรมันบ้าง และนั่นก็ทำออกมาได้ดีและดูเพลินมากเลยทีเดียว
คริสต์มาสระห่ำ ภาพยนต์จากเยอรมันที่ไม่ได้มีให้เห็นกันบ่อยๆ เรื่องราวของ แซม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ในมหาลัยจากเบอร์ลิน ที่กำลังดื่มเหล้าในบาร์คนเดียวเหงาๆ แต่แล้วก็มีสาวเจ้าคนหนึ่งชื่อว่า เอ็ดด้า เข้ามาคุยถูกคอจนได้เสียกันภายในรถตั้งแคมป์ของเขาเอง ผู้สาวเอ็ดด้าจึงชวนแซมออกจากเมืองกรุงกลับไปยังบ้านเกิดในชนบทเล็กๆ ที่หนึ่ง (ทั้งๆ ที่เพิ่งเจอกันไม่ถึง 24 ชั่วโมง) เพื่อไปร่วมงานวันเกิดของพ่อเธอในคืนคริสมาสต์ที่จะถึงนี้
แต่แล้วระหว่างทางก่อนถึงหมู่บ้าน พวกเขาทั้งสองกำลังเมากัญชาอยู่ในรถจนได้ที่ แต่แซมก็ได้ยินเสียงคนโวยวายข้างนอก ด้วยความเป็นคนกรุง คนซื่อๆ ของเขา จึงต้องลงไปดูโดยทิ้งเอ็ดด้าไว้ในรถ แต่ปรากฏว่าดันไปเจอกับพวกมาเฟียท้องถิ่นที่กำลังจะเป่ากระบาลชายหนุ่มปริศนาคนหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าแซมคิดอะไร เขาจึงตะโกนห้ามมาเฟียพวกนั้นไป ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังจะถูกยิงวิ่งหนี และเขาก็ถูกตามล่าจากกลุ่มมาเฟียแบบซะงั้น ส่วนเอ็ดด้าก็มีเหตุที่ต้องแยกกัน เธอจึงต้องตามหาแฟนหนุ่มของเธอ และแซมก็ต้องหนีพวกมาเฟียไป
ความสนุกของเรื่องนี้คือ การที่ตัวละครเอกอย่างแซม เป็นคนที่ซวยมาก เข้าไปอยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบงงๆ หลายๆ เหตุการณ์แม้มันจะดูเหมือนจงใจ แต่มันก็มีความเป็นไปได้ ทำให้เราเดาทางไม่ถูกเลยว่างเรื่องราวจะดำเนินไปทางไหน และมันก็จะค่อยๆ เฉลยๆ ปมออกมาเรื่อยๆ ซึ่งทุกอย่างมันก็จะโยงใยหากันในแบบที่ไม่ได้ดูยากและปวดหัวเลย

 

ดูหนังออนไลน์ Christmas Crossfire

รีวิวหนัง AK vs AK (2020) สารคดีจำลอง ( Mockumentary )

AK vs AK หนังอินเดีย Netflix พล็อตแปลกแหวกสุดๆ ด้วยการทำเป็นหนังสารคดีจำลอง  ( Mockumentary ) แล้วก็ซ้อนด้วยหนังอีกที ว่าด้วยเรื่องของผู้กำกับ VS. ดาราดัง ที่ทะเลาะกันจนฝ่ายผู้กำกับตัดสินใจแก้แค้นด้วยการลักพาตัวลูกสาวดาราดังมาเป็นตัวประกัน เพื่อให้อีกฝ่ายตามมาช่วยลูกสาวแบบหนัง Taken แต่เป็นเวอร์ชั่นสดเรียลไม่มีบทใดๆ ทั้งสิ้น
นี่เป็นหนังอินเดียที่มีความแปลกตั้งแต่ชื่อเรื่องยันบทกับนักแสดง จึงต้องขยายความคอนเซ็ปต์ให้เข้าใจกันก่อนว่าชื่อเรื่องย่อมาจากชื่อ นักแสดงนำทั้งสองคน Anil Kapoor (อานิล) กับ Anurag Kashyap (อนุราค) ซึ่งคนแรกเป็นนักแสดงตามบทจริง 100% รวมถึงอีกฝ่ายก็เป็นผู้กำกับจริง 100% เช่นกัน รวมถึงตัวละครในเรื่องก็ตัวจริงเล่นเป็นตัวเองทั้งหมด ตัวเรื่องเอาทั้งสองคนที่มีประวัติการทำงานจริงมายาวนาน และช่วงเวลาที่ทั้งคู่เริ่มมีปัญหากับวัยกลางคน ผลงานตกต่ำลงในปัจจุบันมาเล่นเป็นบทหนังในเรื่องนี้ แสดงเอง เล่นเอง แต่ไม่ได้กำกับเอง แล้วก็จำลองเรื่องเป็นแนวสารคดีถ่ายสด ให้เป็นหนังเล่นจริง เจ็บจริง ไม่มีบทให้อ่านล่วงหน้า (หมายถึงในหนังเรื่องนี้ แต่จริงๆ คือมีบท) เรียกว่าเป็นหนังซ้อนเรื่องจริงกันหลายชั้นทำเอางงเหมือนกัน (ถ้าใครงงอ่านเรื่องย่อละเอียดในย่อหน้าต่อไป) ซึ่งถ้าเป้นคนอินเดียหรือคนที่ติดตามผลงานหนังบอลลีวู๊ดเยอะๆ ก็จะเก็ทกับมุกต่างๆ ในเรื่องที่เอาเรื่องจริงมาล้อเล่นให้ขำ อย่างมุก นาวาซัดดิน ซิดดิกรี ที่เป็นนักแสดงขาประจำโด่งดังในเน็ตฟลิกซ์ที่หยิบมาพูดถึงในเรื่องบ่อยๆ เนื่องจากนี่เป็นหนังทุนสร้าง Netflix แท้ๆ จึงกลายเป็นเอาเรื่องในวงการหนังอินเดียที่หันมาทำให้ Netflix มาล้อผสมไปด้วย

ตัวเรื่องเริ่มจาก อานิล นักแสดงแอ็กชั่นรุ่นเก่ามาออกรายการคู่กับ อนุราค ผู้กำกับดังในอดีตที่เริ่มมือตก แล้วในรายการสดนั้นทั้งคู่ทะเลาะมีปากเสียงกันจากคำถามที่ว่า ใครสำคัญกว่าระหว่างผู้กำกับกับนักแสดง จนกลายมาเป็นเรื่องบาดหมางกันเมื่ออนุราคสาดน้ำใส่หน้าอานิลกลางรายการ จนกลายเป็นดราม่าทอล์คออฟเดอะทาวน์ทำให้โดยบอยคอตเข้าไปอีก ในขณะที่อีกฝ่ายกลับมาดังขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความแค้นอนุราคจึงตัดสินใจสร้างหนังสดแบบไม่มีบท มีแค่โครงเรื่องที่ว่า ตัวเขาเองเป็นตัวร้ายแค้นอนุราค แล้วจับลูกสาวโสนัมของอานิลไปเป็นตัวประกัน พร้อมกับเชิญให้มาเล่นหนังสดเรื่องนี้ในคืนนั้น ต้องช่วยลูกสาวให้รอดก่อนพระอาทิตย์ขึ้น โดยมีกฎห้ามแจ้งตำรวจ หรือติดต่อกับคนอื่น ซึ่งก็กลายเป็นเกมปั่นประสาทไล่ล่าหาลูกสาวของอานิลไปทั่วเมือง พล็อตเรื่องนี้ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาเลย ตัวเรื่องเปิดโอกาสให้เล่นอะไรได้มากมาย ซึ่งช่วงแรกของเรื่องถือว่าสดใหม่น่าติดตามาก จากที่มันถูกจำลองให้เหมือนสารคดีถ่ายทอดไม่มีบท คนดูเองแม้จะรู้ว่านี่เป็นหนัง แต่บทในเรื่องถูกวางไว้เป็นแบบด้นสด (ปลอมๆ) ตัวเรื่องจึงดูน่าติดตามว่าต่อไปจะเป็นยังไงถ้าเรื่องนี้เป็นจริง ซึ่งแน่นอนว่ากฎห้ามแจ้งตำรวจทางอานิลเองก็ไม่ยอมทำตามแต่แรก แต่กลายเป็นว่าอนุราคก็ดักแผนซ้อนไว้แล้วโดยหลอกคนที่อานิลไปเจอว่านี่กำลังถ่ายหนัง ตัวเรื่องให้ทั้งคู่ตามติดไปด้วยกันตลอด แม้อานิลจะอยากใช้กำลังบีบบังคับให้บอกที่ซ่อนลูกสาวก็ทำไม่ได้ เนื่องจากอีกฝ่ายถ่ายทอดสดสถานการณ์ลูกสาวให้ดูสดๆ ว่าถ้าทำเขาจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งบทในช่วงนี้ถือว่าท้าทายสมองคนดูมากว่า ถ้านี่ไม่ใช่หนังแบบ Taken พระเอกอย่างอานิลจะทำยังไงให้ช่วยลูกสาวของเขาออกมาได้จริงๆ

 

ดูหนังออนไลน์ AK vs AK 

รีวิว What Happened to Mr Cha ? (2021) ชาอินพโย สุภาพบุรุษสุดขั้ว

รีวิว What Happened to Mr Cha ? (2021) ชาอินพโย สุภาพบุรุษสุดขั้ว นี่เป็นหนังที่สร้างขึ้นอ้างอิงจากตัวตนจริงนักแสดงชาวเกาหลีใต้ ชาอินพโย (Cha In-pyo) ที่เกิด 14 ตุลาคม 2510 อายุปัจจุบัน 54 ปี เป็นดารารุ่นเก่าที่เคยโด่งดังมากในอดีต โด่งดังถึงขั้นคนในยุคนั้นเกิดอาการคลั่งไคล้ฟีเว่อร์ทำท่าประจำตัวส่ายนิ้วชี้ไปมาแบบเท่ๆ ของเขากัน ซึ่งถ้าเป็นคนที่ไม่ได้ตามหนังหรือซีรีส์เกาหลี หรือคนรุ่นหลังจะไม่รู้จักก็ไม่แปลกใจ เพราะเรื่องนี้จริงๆ แล้วก็ทำมาล้อเลียนเสียดสีวงการดาราด้วยกันเอง ซึ่งประเทศไหนๆ ก็คงมีซุปตาร์แบบนี้กันทั้งนั้นแหละ เพราะเมื่อขึ้นถึงจุดสูงสุดของวงการแล้ว ก็ไม่อยากยอมรับว่าต้องตกมาจุดต่ำสุดได้เช่นกัน และตัวเรื่องเองก็มีอธิบายความเป็นมาของเขาให้ได้เห็นกัน นี่จึงเป็นหนังล้อเลียนดาราที่แม้คนดูไม่รู้จักก็เข้าใจเรื่องราวและสนุกกับความบ้าของเรื่องราวได้เป็นอย่างดี
ตัวหนังใช้เวลาช่วงต้นสั้นๆ แค่ 10 นาทีเพื่อปูให้คนดูรู้จักชาอินพโยแบบคร่าวๆ ทั้งจากงานหนังในอดีตกับฉากการถ่ายแบบปัจจุบันที่แสดงตัวตนของเขาออกมาว่าเป็นคนเนี๊ยบ รักษาภาพลักษณ์ดูดีทั้งภายนอกและภายในจิตใจที่เจ้าตัวย้ำเสมอว่า “จริงใจ” กับงานที่ทำ แม้จะผิดพลาดบ้าง แต่ทุ่มเทจริงใจให้กับมันก็พอ ซึ่งมันก็เลยกลายเป็นอาการล้นๆ เกินปกติไปบ้างกับคนนอกที่มองมาที่เขา แต่เจ้าตัวก็ยืนยันมั่นใจว่าแนวทางที่ตัวเองเชื่อและพยายามรักษามาตลอดหลายสิบปีในวงการคือสิ่งที่ถูกต้อง ทำให้ยังมีงานมีกินมีใช้อยู่ โดยมี “อารัม” เป็นผู้จัดการประจำตัวมานาน แต่เจ้าตัวก็ยังไม่วายถูกตำหนิจากนิสัยเนี๊ยบดูดีไปหมดของชาอินพโยอยู่ตลอดเวลา แต่เขาก็ติดคำพูดขอโทษจนเป็นนิสัย โดยลึกๆ อยู่ข้างในเก็บงำเรื่องปัญหาของเจ้านายไว้อยู่ตลอด จนเมื่อเจ้านายดันพลาดซวยไปติดในซากอาคารที่ถล่มลงมากับน้องหมาที่ตัวเองพาไปเดินเล่น แล้วพยายามให้เขาช่วยโดยไม่แจ้งตำรวจหรือกู้ภัย เหตุเพราะเปลือยกายอยู่เลยกลัวเสียภาพลักษณ์ถ้าสื่อเอาไปลง ซึ่งทำไปทำมากลายเป็นเรื่องซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ จนอารัมเองก็ไม่ไหวจะเคลียร์กับเจ้านายที่ไม่รู้ปัญหาของตัวเองแบบที่เห็น

หนังแทบทั้งเรื่อง 80% คือฉากติดในซากของชาอินพโย ที่พยายามหาทางออกไม่ให้ตัวเองเสียภาพลักษณ์บ้าๆ แบบที่ตัวเองคิด ซึ่งนี่เป็นงานเขียนบทที่โชว์กึ๋นเอามากๆ เพราะแค่ฉากเดียวของเรื่องแช่กันอยู่แต่ที่กองซากนี้ตัวเรื่องก็มีซีนตลกให้เล่าไปได้เรื่อยๆ ซึ่งเป็นการยิงมุกติดกันเป็นชุดแทบไม่มีพักหายใจเลย แรกๆ อาจจะไม่ขำ แต่การันตีเลยว่าเจอยิงซ้ำต่อเนื่องกันขนาดนี้ไม่มีใครรอดไม่หัวเราะได้แน่นอนครับ แถมยังหัวเราะดังขึ้นเรื่อยๆ ถ้าคนดูเริ่มอินเข้าใจกับเลเวลความบ้าบอของชาอินพโย และเหตุการณ์ที่ตัวเรื่องผูกให้เขาต้องเจอกับสิ่งที่ไม่คาดคิดแต่ละอย่างที่ยิ่งซ้ำเติมให้อุบัติเหตุครั้งนี้กลายเป็นหายนะทำลายภาพลักษณ์ของเขาได้มากกว่าที่จินตนาการไว้ซะอีก ขอไม่สปอยล์มุกเพราะมันคือเซอไพรซ์ฮาๆ ทั้งนั้น แม้จะเขียนบทง่ายๆ แนวเอาเรื่องบังเอิญมาชนกันทั้งหมดก็ตามที

ดูหนังออนไลน์ What Happened to Mr Cha

รีวิว The Truman Show (1998) ชีวิตมหัศจรรย์ ทรูแมน โชว์

รีวิว The Truman Show (1998) ชีวิตมหัศจรรย์ ทรูแมน โชว์ ผลงานการกำกับอีกเรื่องของ Peter Weir แห่ง Dead Poets Socitety นะครับ คราวนี้เขาจับเอา Jim Carrey มาเล่นหนังชีวิตครับ ในบท ทรูแมน เบอร์แบงค์ ชายหนุ่มผู้ซึ่งไม่เคยรู้ตัวเลยว่า ชีวิตของเขาทุกอิริยาบทถูกถ่ายทอดสดออกอากาศทางช่อง ทรูแมน โชว์ตั้งแต่เกิด แล้วทีนี้เมื่อเขาอายุ 30 เขาก็เริ่มจะระแคะระคายบางสิ่งบางอย่างครับ ตั้งแต่ผู้คนที่มักจะทำอะไรซ้ำๆ อยู่ตอลดเวลา หรือการที่เขาไม่สามารถออกนอกเมืองได้ซักที ในที่สุดทรูแมน ก็ตัดสินใจตามหาความจริง และนั่นก็นำมาสู่การผจญภัยครั้งใหญ่มากๆ ของเขา

หนัง เรื่องนี้จัดได้ว่าแนวแปลกไม่น้อย ฟังพล็อตก็น่าดูแล้วครับ ตัวหนังยังมาทำได้ดีอีก น่าติดตามตลอด พี่ Jim แกก็พลิกมาเล่นหนังชีวิตได้เยี่ยมจนน่าตะลึงทีเดียว สีหน้าแววตาต่างๆ น่าเชื่อถือไปหมด เรียกว่าเป็นการพลิกที่ประสบความสำเร็จมากๆ ในขณะที่ดาราสมทบก็แสดงได้เจ๋งไม่แพ้กันครับ Laura Linney มาเล่นเป็นเมอรีล เบอร์แบงค์ ภรรยาหลอกๆ ของทรูแมนที่ตอนคุณเธอประสาทเสียนี่ได้ใจมากครับ, Noah Emmerich มาเป็นมาร์ลอน เพื่อนสนิทของทรูแมน รายนี้ก็สร้างอารมณ์ร่วมให้กับหนังได้มากพอดู และรายที่ฝีมือเหนือชั้นอีกคนก็คือ Ed Harris ในบทคริสตอฟ ผู้จัดรายการทรูแมนโชว์ขึ้น ดูๆ ไปเหมือนกับพี่ท่านจะเป็นเพียงคนหน้าเลือดธรรมดา แต่หนังก็ทำให้เขาดูมีมิติขึ้นมาได้ในหลายๆ ฉาก อย่างตอนที่เขาเดินไปลูบหน้าทรูแมนในจอทีวีนั่นน่ะฮะ ทำให้ตัวละครตัวนี้ไม่ใช่แค่ตัวร้ายที่ไร้อารมณ์แต่อย่างใด

ทุกส่วน ในหนังทำได้ถึงครับ ดนตรีจากฝีมือของ Burkhard Dallwitz ก็นับว่าแปลกหูไม่น้อย แต่ที่น่าชื่นชมมากคือบรรยากาศของเมืองซีเฮฟเว่นที่ทรูแมนอยู่นั้น มันให้อารมณ์เป็นเมืองในฝันจริงๆ ครับ แต่ขณะเดียวกันมันก็เต็มไปด้วยสิ่งขัดธรรมชาติมากมาย (จนอดแปลกใจไม่ได้ว่าทรูแมนทำไมไม่สงสัยให้เร็วกว่านี้หว่า) ถือว่าจัดฉากและถ่ายทอดรูปแบบของเมืองมาได้อย่างน่าสนใจครับ

ดูหนังออนไลน์ The Truman Show

รีวิวหนัง Shakespeare in Love (1998) กำเนิดรักก้องโลก

รีวิวหนัง Shakespeare in Love (1998) กำเนิดรักก้องโลก ร่วมค้นหาแรงบันดาลของ William Shakespeare ในการสรรค์สร้างผลงานชิ้นเอกก้องโลก Romeo and Juliet เรื่องคุณภาพก็ใช่ว่าย่ำแย่เลวร้ายประการใด แต่การคว้า Oscar: Best Picture ตัดหน้า Saving Private Ryan, The Thin Red Line, Life Is Beautiful มันช่างน่าพิศวงเสียจริง!

บุคคลผู้เรียกตนเองว่า ‘ศิลปิน’ มักสร้างสรรค์ผลงานโดยใช้ตนเองเป็นที่ตั้ง! William  คงเฉกเช่นเดียวกันไม่แตกต่าง แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้หาใช่อัตชีวประวัติ หรือมีหลักฐานอ้างอิงเกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ทั้งหมด หลายๆส่วนคือการสมมติแต่งเติมขึ้นจากแนวโน้มความเป็นไปได้
การตีความบทละคร Romeo and Juliet ของภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมว่ามันเจ๋งเป้งสร้างสรรค์มากๆเลยนะ ทำให้ความยากในการเข้าถึงผลงานอมตะก้องโลกนี้กลายเป็นของง่ายขึ้น (ถ้าสามารถดูเข้าใจ) ชีวิตจริงของ William อาจไม่ต่างอะไรกับหนังเรื่องนี้

เกร็ด: ช่วงชีวิตของ William ระหว่าง ค.ศ. 1585 – 92 มีคำเรียกว่า ‘Lost Year’ ไม่รู้ไม่ได้ถูกบันทึกหรือสูญหายไปแล้วอย่างไร้ร่องลอย นั่นทำให้ผู้สร้างสามารถประติดประต่อเรื่องราวเองโดยไม่ต้องอิงความถูกต้องมากมาย
ความน่าพิศวงของหนังเรื่องนี้ก็คือ ทำไมถึงได้ใจคณะกรรมการ Academy ปีนั้นอย่างล้นหลาม ถึงขนาดคว้า Oscar: Best Picture ตัดหน้าภาพยนตร์ระดับ Masterpiece เรื่องอื่นๆอย่างหน้าตาเฉย คงต้องอ้างคำกล่าวของตัวละคร “I don’t know. It’s a mystery”.
John Philip Madden (เกิดปี 1949) ผู้กำกับสัญชาติอังกฤษ เกิดที่ Portsmouth, Hampshire เรียนจบสาขาวรรณกรรมภาษาอังกฤษ Sidney Sussex College, Cambridge เริ่มต้นทำงานโทรทัศน์ กำกับบางตอนซีรีย์ ภาพยนตร์เรื่องแรก Ethan Frome (1993), ได้รับคำชมอย่างมากกับ Mrs. Brown (1997) เรื่องราวความสัมพันธ์พิศวาสระหว่าง Queen Victoria (รับบทโดย Judi Dench) กับคนรับใช้เลี้ยงม้า … นั่นคือสาเหตุให้เข้าตา Weinstein ชักชวนให้มากำกับ  (1998)

ดูหนังออนไลน์ Shakespeare in Love